บทที่ 7 เป้าหมาย
เวลา 1 เดือนผ่านไปเร็วกว่าที่คิด
ศิลาดลยังคงใช้ชีวิตเป็นวิญญาณที่คอยตามติดแม่ของลูกทุกวัน สิ่งหนึ่งที่เขาสังเกตได้ก็คือถ้าออกไปข้างนอกเขาจะออกห่างจากวิสุดาได้เพียง 3 ก้าว แต่พออยู่ในบริเวณตึกพาณิชย์แห่งนี้เขาสามารถเดินเล่นได้ทั่ว แต่เดินออกจากประตูไม่ได้
‘หรือเป็นเพราะว่าอยู่ข้างนอกมันอันตรายกว่าอยู่ในบ้าน ถึงต้องเดินขนาบข้างห้ามออกไปไกล’
พอนึกถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็พยักหน้าขึ้นลง มันคือข้อสันนิษฐานที่เขาคิดว่ามีความเป็นไปได้
“แง้! แง้!”
หนูน้อยกำลังร้องไห้โยเยในขณะที่ถูกทวดของแกโกนผมและคิ้วให้ ทวดนวลผ่องกำลังโกนผมไฟให้กับทารกที่อายุครบ 1 เดือน
“อ่า เสร็จแล้ว ดูสิหัวหนูทุยสวยมาก ขาวสะอาดเลย”
ทวดนวลผ่องพูดอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะล้างหัวให้หนูน้อย และส่งให้มารดาของแกพาไปเช็ดตัวใส่เสื้อผ้า หลังจากนั้นไม่นานทารกน้อยที่งอแงในก่อนหน้านี้ก็ถูกแม่พาไปนอนในเปลพร้อมดูดขวดนมจนหลับไป
“ตอนที่ย่ารับหนูมาเลี้ยงอ่ะนะ ตอนนั้นยังจำได้เลยว่าสภาพไม่ต่างจากแม่มือใหม่ โกนผมไฟคืออะไรย่ายังไม่รู้จัก ถ้าเพื่อนบ้านไม่บอกย่าก็ไม่รู้เรื่องโกนผมไฟหรอก”
หญิงชราเอ่ยกับหลานทั้งรอยยิ้ม ด้านคนที่กลายเป็นวิญญาณกำลังยืนมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไม่รู้จักเบื่อ
พอกลายเป็นวิญญาณแล้วเขากลับไม่มีความต้องการเหมือนอย่างตอนเป็นมนุษย์ ไม่ง่วง ไม่หิว ไม่อยากเล่นเกมหรือไปเที่ยวเหมือนเมื่อก่อน
หนำซ้ำยังไม่มีความต้องการทางเพศด้วย ตอนเห็นวิสุดาแก้ผ้าอาบน้ำ ถ้าตอนเป็นคนแค่ได้กลิ่นหอม ๆ จากตัวเธอเขาก็มีอารมณ์แล้ว แต่ตอนนี้อารมณ์แบบนั้นกลับไม่มีเลย มันมีแต่ความขวยเขินและรู้สึกจั๊กจี้หัวใจเข้ามาแทนที่ ยามที่เห็นหญิงสาวโป๊
แน่นอนว่าชายหนุ่มก็ไม่เข้าใจว่าทำไมอาการเขาถึงเหมือนหนุ่มน้อยคลั่งรักนัก
“หมอแนะนำให้ทำงานได้หลัง 3 เดือนขึ้นไปใช่มั้ย”
หญิงชราผู้ไม่เคยมีประสบการณ์เป็นแม่ลูกอ่อนเอ่ยถาม
“ใช้จ้ะ ใจจริงหนูก็อยากทำมันเดือนหน้าซะเลย นั่ง ๆ นอน ๆ ให้นมลูกอย่างเดียวก็เริ่มเบื่อซะแล้ว”
“ไม่ได้ หลานต้องทำตามคำแนะนำของหมอ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนหลานก็ทำงานหนักมาตลอด ไปจ่ายตลาด ทำความสะอาด ทำกับข้าววันละเป็น 10 อย่างคนเดียว ขยันและประหยัดอดออมจนมีเงินใช้จ่ายหลังคลอด ย่าดีใจนะที่หนูเป็นคนขยัน แต่สุขภาพก็สำคัญ”
วิสุดายิ้มขึ้นเมื่อรู้ว่าย่าเป็นห่วงเธอขนาดไหน ส่วนด้านผู้ชายที่ทำร้ายเธอและทอดทิ้งเธอกับลูกนั้นถึงกับซึมไปอีกครั้งเมื่อรับรู้ถึงความยากลำบากที่หญิงสาวต้องเผชิญโดยไม่มีเขา
‘อย่างน้อยถ้าฉันส่งเงินให้เธอสักเดือนละหมื่น เธอจะต้องทำงานหนักขนาดนี้มั้ย’
เขาคิดในใจ เป็นอีกครั้งที่ความรู้สึกผิดครอบคลุมหัวใจดวงนี้ แม้มันจะเกิดขึ้นหลายครั้งและทุกครั้งที่เห็นความลำบากของเธอ แต่เขาก็ยังไม่ชินกับมันสักที
“ย่าได้ยินว่าตอนนี้ลูกจ้างของหนูเขาไปหางานประจำทำได้แล้วใช่มั้ย”
พอสองย่าหลานพูดถึงเรื่องนี้ศิลาดลก็ตั้งใจฟังเป็นพิเศษ
“ใช้จ้ะ พี่ออมเขาได้งานที่ร้านสะดวกซื้อแถวบ้าน แต่พี่เขาบอกว่ารู้จักคนว่างงานเยอะ ถ้าหนูพร้อมเปิดร้านเมื่อไหร่เขาจะถามคนรู้จักให้”
“ดีแล้ว ๆ หาผู้ช่วยไว้ ย่าไม่อยากเห็นหนูทำงานหนักจนเท้าบวมอีก”
ด้านพ่อของลูกหูผึ่งทันทีเมื่อได้ยินแบบนี้
“ฮ่า ๆ ถ้าไม่ติดว่าตอนนั้นทำคนเดียวไม่ไหวจริง ๆ กลัวว่าจะบาดเจ็บจนทำให้มีผลกระทบกับลูก หนูคงไม่หาลูกจ้างมาช่วยหรอก ประหยัดเงินได้ตั้งหลายร้อย โชคดีนะที่ตอนนั้นแค่เท้าบวมเพราะเดินเยอะและยืนนาน ลูกหมีน้อยเลยออกมาได้อย่างปลอดภัย”
คนตัวเล็กส่งยิ้มยิงฟันให้ย่า ส่วนศิลาดลนั้นได้แต่มองไปที่มือเล็ก ๆ กับเท้าของเธอ เขาไม่อยากจะเชื่อว่ามือน้อย ๆ ที่ตัวเองเคยกุมเมื่อหลายเดือนที่แล้ว มันสามารถทำงานหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องของเธอกับลูกที่เพิ่งเกิดมาได้
ต่างจากมือใหญ่ ๆ ของเขาที่มันไม่เคยได้ทำอะไรสมบุกสมบันเลยตั้งแต่เกิดมา เขารู้ว่าเขาไม่ผิดที่โชคดีเกิดมาในครอบครัวที่เป็นเศรษฐี แต่พอเห็นว่าผู้หญิงตัวเล็กคนนี้ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ตัวเองกับลูกของเขาอยู่รอด มันก็เป็นอีกครั้งที่เขาต้องรู้สึกโกรธเกลียดตัวเอง
ในขณะที่หลายเดือนก่อน ตัวเองใช้ชีวิตสุขสำราญ เรียนแบบไม่ตั้งใจ ดื่มเหล้า เที่ยวผู้หญิง นอนเล่นเกมสบายใจเฉิบทั้งวัน ในเวลาเดียวกันเธอยังคงทำงานทุกวันจนเท้าบวม ถึงระยะหลัง ๆ ก่อนหน้านี้เขาจะตรอมใจ แต่ก็ยังเกาะพ่อแม่กินไปวัน ๆ ไม่ได้ทำงานจนสายตัวแทบขาดเหมือนเธอ ว่าแต่ เธอหาต้นทุนมาจากไหน….
“หรือว่าเงิน 1 หมื่นบาทที่ฉันให้ไป!”
เขาเอ่ยสิ่งที่คิดอยู่ในหัวออกมา และไม่นานคำถามของเขาก็ได้รับคำตอบ
“ย่าดีใจที่หนูดูมีความสุขนะ ดีใจที่หนูไม่คิดว่าตัวเองเลือกผิดที่เอาเงิน 1 หมื่นบาท มาก่อร่างสร้างตัวเลี้ยงเด็กคนนึงแทนที่จะเลือกฆ่าเด็กเพื่อสานฝันตัวเอง”
หญิงสาวดูเศร้าไปเล็กน้อยเมื่อพูดถึงอดีต ส่วนผู้ชายที่ทำเธอท้องนั้นสะดุ้งทันทีเมื่อรู้สึกว่าคำถามที่ตั้งขึ้นได้รับคำตอบไวเกินคาด
“ไม่เลยจ้ะย่า ถึงเมื่อก่อนหนูจะดีไซน์ความฝันของตัวเองไว้ว่า ต้องเรียนให้จบและได้เป็นเชฟในโรงแรมชื่อดัง ซึ่งมันก็เป็นเป้าหมายที่ดี แต่พอมาคิด ๆ ดูอีกที เป้าหมายของหนูคงเป็นการใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขมากกว่า เพราะตอนนี้ถึงเป้าหมายแรกจะพัง แต่เพราะมีความสุขกับการอยู่กับลูก ได้กลับมาอยู่ใกล้ ๆ ย่าอีกครั้ง มีร้านอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเอง ก็ถือว่าหนูไม่ได้ล้มเหลวนะ หนูแฮปปี้กับชีวิตมาก ๆ และคิดว่าในอนาคตจะมีความสุขยิ่งกว่านี้ได้อีก หนูจะทำงานหนักให้เต็มที่พร้อมกับเติบโตและแก่ลงไปกับเด็กคนนี้”
เธอยิ้มอย่างอ่อนโยนในขณะที่พูด ย่านวลผ่องได้แต่มองหลานของเธอด้วยรอยยิ้มภาคภูมิใจ แม้จะเคยเสียใจที่หลานทำเป้าหมายแรกพัง แต่เป้าหมายที่สองก็ถือว่าไม่เลว แค่หลานสาวนางมีความสุขและพึ่งพาตัวเองได้ แค่นี้นางก็ดีใจมากแล้ว
สำหรับศิลาดลที่กำลังฟังบทสนทนาของสองย่าหลาน เขาคิดว่าวิสุดายังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังบวกเหมือนเดิม ถึงเธอจะไม่ตรงสเปค แต่สิ่งที่ทำให้ถูกใจผู้หญิงคนนี้จนคบนานกว่าคนอื่น ๆ ที่ผ่านมา เพราะเธอเป็นคนน่ารัก เป็นประเภทที่ไม่ต้องคิดมากเวลาอยู่ด้วยกัน ไม่ขอให้เขาซื้อของแพง ๆ ให้ แต่ขอเป็นคนเลี้ยงขนมกับอาหารราคาถูกที่อร่อยให้เขากิน
และด้วยความบริสุทธิ์ของเธอ หนุ่มนักรักอย่างเขาจึงหลวมตัวสะเพร่าไม่ใส่ถุงยาง จนเธอเองก็พลาดลืมทานยาคุมไป 1 วัน จนมีชีวิตน้อย ๆ นี้เกิดขึ้นมาในท้อง
เป็นเด็กน้อยน่ารักที่ถึงจะไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดมา แต่วิสุดาก็รักลูกของเธอกับเขามาก
ส่วนเขาเองที่ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยรักใครนอกจากพ่อแม่และตัวเอง ก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเขามีหัวใจของคนเป็นพ่อไหม เขารู้เพียงแค่ว่าไม่เคยเบื่อที่จะคุ้มกันชีวิตน้อย ๆ ที่นอนอยู่ในเปลเลย
