บทที่ 10 ตาต่อตาฟันต่อฟัน

  EP10.ตาต่อตาฟันต่อฟัน 

  ไม่ทันที่มาร์ตินจะได้ตอบกลับอะไร ไผ่หลิวก็เดินถือชามต้มยำกลับมาเสิร์ฟตามเดิม ลิษาคลี่ยิ้มออกมาบางๆให้กับชามต้มยำสีส้มปะปนไปด้วยเม็ดพริกอย่างที่ใจต้องการ 

  “เธอกินเผ็ดขนาดนี้เลยเหรอ” ร่างสูงเอ่ยถามขึ้นมาอย่างอึ้งๆ เขากินเผ็ดไม่เก่งและกำลังไม่เข้าใจว่าลิษาจะสั่งให้ไผ่หลิวเพิ่มพริกลงไปในนั้นทำไม 

  “เปล่าค่ะ ลิษาก็ไม่กินเผ็ดเหมือนกัน” 

  “แล้วเธอ….”

  “ลิษาสั่งมาให้คุณมาร์ตินกินค่ะ ถ้าคุณมาร์ตินกินต้มยำชามนี้หมดลิษาจะยอมทำในสิ่งที่คุณต้องการ” 

  “ว่าไงนะ?” ร่างสูงหรี่ตาลงมองหน้าคนตัวเล็กด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อ 

  เธอจบเอกการต่อรองมาหรือไง ทำไมถึงได้แสบซ่าเจ้าแผนการนัก จะให้เขากินอาหารที่เผ็ดขนาดนี้ลงท้องน่ะเหรอ ฝันอันไปเถอะ! ขืนเขาบ้าจี้ทำตามที่เธอบอกท้องไส้คงปั่นป่วนกันหมดพอดี 

  “ใครกินลงก็บ้าแล้วเผ็ดขนาดนี้” 

  “คุณมาร์ตินไม่ต้องกินก็ได้นะคะ แต่ถ้าคุณมาร์ตินไม่กิน ลิษาก็จะไม่ทำอะไรตามคำสั่งของคุณมาร์ตินทั้งนั้น ยกเว้นเรื่องงานในโรงแรมค่ะ ถ้าเป็นเรื่องงานลิษายินดีทำตามทุกอย่าง” ร่างบางเอ่ยออกมาอย่างมีเหตุผล ในใจเริ่มรู้สึกสนุกที่ได้แกล้งเขา 

  เขาควรมีวุฒิภาวะให้เท่ากับเธอ แยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันและไม่บังคับจิตใจคนอื่นไปทั่ว ลิษาเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าอีกคนดูเหมือนจะไม่กล้าทำตามในสิ่งที่เธอเสนอ หนทางรอดจากเงื้อมมือของซาตานอยู่แค่เอื้อม

  “เธอคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้ามาต่อรองกับฉัน ไม่กลัวได้ไปหาที่ฝึกงานใหม่แล้วเหรอ?” เขาหยิบผ้าเช็ดปากมาซับริมฝีปากตัวเองเบาๆก่อนจะวางมันลงบนตักแล้วหันไปจ้องหน้าอีกคนนิ่ง 

  “ก็ถ้าคุณมาร์ตินเป็นลูกผู้ชายจริงคงไม่ทำแบบนั้นหรอกใช่ไหมคะ” เธอตอบกลับเจ้าของเกาะอันดารากลับไปอย่างมีชั้นเชิง ดวงตากลมโตจ้องตาเขากลับอย่างไม่ลดละเช่นกัน 

  “ฉลาดพูดนะ แต่บังเอิญ…ว่าฉันไม่ใช่ลูกผู้ชายตัวจริงน่ะสิ ฉันเป็นแค่ผู้ชายธรรมดาๆที่มีความต้องการสูงๆมากๆ แล้วตอนนี้ฉันก็กำลังต้องการผู้หญิงหยิ่งๆแบบเธอเอามากๆซะด้วย” พูดประโยคนั้นจบมาร์ตินก็ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย 

  เขาตัดสินใจแล้ว….เขาจะรีบรวบหัวรวบหางเธอให้เร็วที่สุด จะได้รู้ซะบ้างว่าเขาเป็นใคร! เขาเป็นคนที่เธอไม่ควรจะต่อรองด้วยมากที่สุด 

  กะอีแค่ขึ้นเตียงมาให้เขาเอา….

  มันจะตายรึไง!

  “คุณไผ่ วันนี้แขกไม่เยอะใช่ไหม” 

  ไผ่หลิวที่ได้ยินชื่อตัวเองรีบวิ่งกรูเข้ามาหาเจ้านายหนุ่มก่อนจะเหลือบสายตาไปมองลิษาที่กำลังนั่งทำสีหน้าไม่สบอารมณ์อยู่บนเก้าอี้สีขาว ตอนนี้ไม่ใช่แค่เธอที่กำลังรู้สึกว่าสงสัยอย่างแรง หลายๆคนในที่นี้ก็กำลังเพ่งเล็งมายังบริเวณนี้เช่นกัน 

  “เอ่อ ค่ะ คุณมาร์ติน” 

  “งั้นผมขอยืมตัวลิษาสักสามชั่วโมงหน่อยนะ มีบางอย่างต้องให้ช่วยจัดการ” เขาเอ่ยบอกน้ำเสียงเรียบ โดยไม่สนใจเลยว่าเจ้าของชื่อที่ตัวเองเอ่ยถึงกำลังนั่งทำหน้าแบบไหนอยู่ 

  “ค่ะ ตามสบายเลยนะคะ” ไผ่หลิวปั้นยิ้มตอบกลับไป เธอไม่มีทางเลือก ถ้าเจ้านายเอ่ยปากขอแล้วก็ต้องปล่อยตัวเด็กสาวไปอย่างง่ายๆ 

  ตอนนี้ลิษากำลังส่งสายตาไปให้คนตัวโตอย่างอาฆาตแค้น เขาคิดจะทำอะไรอีก? เล่นขอยืมตัวเธอไปทุกวันแบบนี้ คนอื่นคงรู้กันหมดแล้วมั้ง ว่าเขากับเธอไม่ใช่เจ้านายลูกน้องกันแบบธรรมดาๆ 

  “ลุกขึ้น…แล้วเดินตามฉันมา!” เขาหันมาบอกเธอเสียดัง 

  ลิษาจึงจำต้องค่อยๆลุกขึ้นแล้วเดินตามแผ่นหลังของเขาออกไปท่ามกลางสายตาของพนักงานหลายคนและเสียงซุบซิบที่ดังกันให้แซ่ด!

  ให้ตาย!

  เขากำลังจะทำบ้าอะไรกันแน่! 

  ฟ้าใสได้แต่แอบมองตามทั้งสองคนอยู่ด้านในห้องครัว วันนี้เธออุส่าห์ตั้งใจจะมาทำงานเร็วเพื่อเอาหน้ากับทุกคน แต่ใครจะไปคิดว่าเธอจะได้มาเห็นแจ็คพ็อตใหญ่ อาการของมาร์ตินดูออกแบบชัดเจนมาก ระหว่างสองคนนั้นต้องมีซัมติงอะไรกันแน่นอน! 

  ยิ่งคิดฟ้าใสก็ยิ่งเจ็บใจ แผนที่เธอเตรียมมายังไม่ทันได้ใช้ ก็ถูกยัยหน้าเกาหลีนั่นแย่งชิงไปเสียแล้ว! 

  @ในลิฟท์

  “คุณจะพาลิษาไปไหนคะ” เธอเอ่ยถามขึ้นหลังจากที่จมอยู่ในความเงียบงันมานาน 

  “นี่เธอไม่รู้จริงๆเหรอ” เขาปรายตามามองเธอเเวบเดียว พยายามตีหน้าขรึมให้อีกคนกลัวและคิดว่าเขาจริงจัง 

  “……” ลิษาได้ยินดังนั้นก็พูดอะไรไม่ออก นอกจากจะแกล้งเขาไม่สำเร็จแล้วดูเหมือนเธอจะได้ไปกระตุ้นต่อมความอยากของเขาให้มีมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

  “ไง~ถ้าเธอทำตัวดีๆฉันอาจจะไม่ใจร้ายกับเธอมากก็ได้” เห็นเธอเงียบไปเขาก็หันมายิ้มเยาะอย่างผู้ชนะ 

  ร่างบางตวัดสายตาขึ้นมามองใบหน้าหล่อเหลาของเขาอย่างขุ่นเคือง หัวใจเต้นรัว ในใจกำลังคิดหาวิธีหลุดออกจากถ้ำเสือไม่หยุดหย่อน 

  อุส่าห์บ่ายเบี่ยงมาตั้งนาน….

  จะยอมเขาง่ายๆได้ไง!

  ติ๊ง….

  สิ้นเสียงลิฟท์สุดหรูก็มาหยุดอยู่บริเวณชั้นบนสุดของโรงแรม ลิฟท์เปิดออกมาก็เจอเข้ากับประตูห้องของมาร์ตินเลย ชายหนุ่มเดินนำคนตัวเล็กไปหยุดอยู่ที่หน้าห้อง มือหนาล้วงคีย์การ์ดขึ้นมาสแกนก่อนจะผลักประตูเข้าไปอย่างอารมณ์ดี 

  เขาอารมณ์ดีที่วันนี้จะได้เชือดเธออีกครั้ง

  “อะโอ้ย~ปวดท้อง” ชายหนุ่มรีบหมุนตัวกลับไปหาลิษาที่กำลังยืนบิดตัวเร้าๆอยู่หน้าประตูห้อง 

  ขาของเธอยังไม่ทันจะก้าวผ่านห้องของเขาเข้ามาเลยด้วยซ้ำ คิ้วหนาได้รูปขมวดตีกันยุ่งเหยิง ร่างสูงยืนพินิจพิจารณาอาการปวดท้องของคนตรงหน้าอยู่หลายวินาที แล้วเขาก็ได้บทสรุปออกมาว่า……

  เธอไม่ได้ปวดท้องแบบที่กำลังแสดงอยู่จริงๆ!

  คิดจะหลอกเขามันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ?

  “ถ้าเธอยังไม่เลิกแสดงละคร จากน้ำเดียวจะกลายเป็นสามน้ำ” 

  “นะนี่คุณ!” ลิษาตะโกนกลับมาอย่างเหลืออด เธอเลิกบิดกายไปมาโดยอันโนมัติเมื่อโดนจับได้ว่ากำลังโกหก! 

  “หึ~ก็เธอแสดงไม่เนียน”

  “เข้ามา”

  ใบหน้างอง้ำจำเป็นต้องเดินเข้ามาในห้องสุดหรูของอีกคนอย่างเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าเธอจะพยายามหนีเขาแค่ไหน สุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำนนท์ให้แก่เขาสินะ

  “อยากอาบน้ำก่อนไหม?” เขาเลิ่กคิ้วถามอย่างใจดี มีเวลาอีกหลายชั่วโมงที่จะได้อยู่กับเธอ เพราะงั้นเขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน 

  “อาบค่ะอาบ” ลิษาไม่เสียเวลาคิดนาน เธออยากถ่วงเวลาให้ได้มากที่สุดอยู่แล้ว 

  “อ่ะ ผ้าเช็ดตัว ชุดคลุมอยู่ในห้องน้ำ อาบเสร็จเแล้วไม่ต้องใส่เสื้อผ้า ใส่ชุดคลุมออกมาก็พอ” ไม่พูเปล่าดวงตาคมยังคงไล่สายตามองไปตามเลือนร่างของเด็กสาว

  เพียงแค่จิตนากาถึงตอนที่ร่างเล็กแก้ผ้าล่อนจ้อน เป้ากางเกงของเขาก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาแล้ว มันพร้อมระบายน้ำออกมาเต็มที 

  ใจเย็นไว้ลูกพ่อ….

  พรึ่บ!

  แกร๊ก! 

  ร่างบางรับผ้าเช็ดตัวเอามาไว้ในมือก่อนจะรีบเดินเร็วๆเพื่อไปขังตัวเองไว้ในห้องน้ำ ตอนนี้สมองของลิษากำลังขบคิดจนมันปวดตุบๆขึ้นมา เธออยากจะบ้า ไมเกรนเริ่มแสดงอาการขึ้นมาอีกแล้ว 

  ทุกครั้งที่เธอคิดมากเกินไป อาการมันมักจะกำเริบเช่นนี้เสมอ 

  ในขณะที่อีกคนกำลังเดินวนไปวนมาในห้องน้ำอย่างกระสับกระส่าย ร่างสูงของมาร์ตินกลับกำลังรินไวน์ราคาแพงลงแก้วอย่างสบายอารมณ์ 

  ไวน์สีแดงสดถูกกลืนกินผ่านลำคอลงไปจนหมดครี่งแก้ว เขาอยากดื่มพอกรี่มๆเพื่อสร้างอารมณ์ให้กับตัวเอง หนุ่มลูกครึ่งเยอรมัน ยืนฮัมเพลงไปด้วย จิบไวน์ไปด้วยอย่างอารมณ์ดี 

  แต่ดูเหมือนว่าหลายนาทีผ่านไป ความอารมณ์ดีเริ่มหดหาย เมื่ออีกคนไม่มีท่าว่าจะอาบน้ำเสร็จง่ายๆ นาฬิกาบนผนังบ่งบอกเวลาได้เป็นอย่างดี ว่าลิษาหายไปห้องน้ำเป็นสิบนาทีแล้ว 

  ตอนนี้พอแอลกอฮอล์เริ่มออกฤทธิ์ ความอดทนก็เริ่มต่ำลง มาร์ตินตัดสินใจเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องน้ำ เขาเริ่มรู้ตัวว่าอีกคนยังคงไม่ยอมศิโรราบให้เขาแบบง่ายๆ อันดับแรกชายหนุ่มจึงตัดสินใจว่าจะลองหว่านล้อมให้เธอสมยอมแต่โดยดีก่อน

  หากลิษายังคงทำตัวดื้อด้านไม่หยุด เขาก็จะจัดการเธอ….ให้แบบฉบับของเขาเอง 

  ก๊อก ก๊อก 

  “ฉันให้เวลาอีกสองนาที ถ้าเธอยังไม่ยอมออกมา ฉันจะไม่ใจดีแล้วนะ” 

  เด็กสาวเหงื่อออกจนชุ่มไปทั้งกรอบหน้า คำพูดของเขาทำให้เธอหัวใจเต้นแรงขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ตัดสินใจว่าจะขังตัวเองเอาไว้ในนี้ไม่ยอมออกไปนอกห้องแน่ๆ 

  “ให้ตายยังไงก็ไม่ออกไปเด็ดขาด” ร่างบางล้มตัวนั่งบนชักโครกตามเดิม ถึงในนี้จะร้อนปางตายแค่ไหน เธอก็จะยอมทน…..

  ท้ายที่สุดถ้าเขารำคาญก็คงจะปล่อยเธอไปเองแหละมั้ง ช่างเถอะ! ค่อยคิดหาวิธีหนีทีหลัง 

  “จิ๊! จะต่อต้านฉันจนสุดความสามารถจริงๆสินะ” มาร์ตินสบถออกมาอย่างเสียอารมณ์เมื่ออีกคนไม่ยอมตอบกลับ แถมเสียงน้ำหยดคกระทบพื้นยังเงียบสนิท ราวกับว่าไม่เคยมีใครอยู่ด้านใน 

  มาร์ตินไม่รอช้ารีบเดินไปเปิดลิ้นชักหากุญแจสำรองทันที และเขาก็ได้มันมาไว้ในมือก่อนจะเดินตรงไปยังหน้าห้องน้ำตั้งใจว่าจะไขเข้าไป 

  ร่างสูงยืนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจัดการถอดเสื้อผ้าของตัวเองออกไปจากร่างจนหมด ส่งผลให้บัดนี้บนกายกำยำเผยรอยซิกแพคที่น่าจับต้อง กับแก่นกายอันใหญ่ห้อยโตงเตงไปมาอย่างไม่คิดอาย 

  แกร๊ก! 

  เฮือก! 

  ร่างบางสะดุ้งสุดขีด เมื่อจู่ๆประตูห้องน้ำสีเทาก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับร่างกายอันเปลือยเปล่าของมาร์ตินเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ เขาใช้แขนทั้งสองข้างเท้าเอวหนามองเธอด้วยสายตาหาเรื่อง!

  “เธอมานั่งทำซากอะไรอยู่ตรงนี้ห๊ะ! เห็นมั้ยว่า___ฉันมันแข็งรอเธออยู่ตั้งนานแล้ว!” เขาบ่นออกไปด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด รู้สึกโมโหอยู่ไม่น้อยที่อีกคนยังไม่ยอมล้มเลิกความพยายามง่ายๆ

  “คะ…คุณมาร์ติน!!-//-“

บทก่อนหน้า
บทถัดไป