บทที่ 7 ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา

  EP07.ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา 

  “แต่มีอีกเรื่องที่ฉันอยากลองให้เธอกลับไปคิดดู” 

  ลิษาตวัดสายตาไปมองเขาด้วยเเววตาไม่เข้าใจ ก่อนที่เธอจะรู้สึกอึ้งเมื่อมาร์ตินพูดประโยคถัดมา

  “ฉันยอมรับว่าฉันติดใจในตัวเธอ ฉันอยากเสนอให้เธอมาเป็นคู่นอนของฉัน อีกอย่างฉันก็อยากจะรับผิดชอบที่เป็นคนพรากพรหมจรรย์ของเธอไป เธอต้องการเงินเท่าไหร่บอกฉันมาได้เลย” 

  “…….” ลิษายืนนิ่งไม่ไหวติง แวบแรกเธอตกใจและอึ้งในเวลาเดียวกันที่ได้รับรู้ความคิดของอีกคน 

  แต่ประโยคสุดท้ายของเขากลับทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมากที่อีกคนบังอาจมาตีค่าราคาตัวของเธอด้วยจำนวนเงิน ลิษารับรู้ได้ในทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าของเธอเป็นคนประเภทไหน ข่าวคาวของเขาที่เธอเคยเห็นบ่อยครั้งคงเป็นเรื่องจริงเรื่องที่ว่าเขาชอบเปลี่ยนผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แถมยังถนัดใช้เงินซื้อร่างกายผู้หญิงไปขึ้นเตียงอีกด้วย 

  น่ารังเกียจ….เธอมองเขาด้วยสายตารังเกียจอย่างไม่คิดปกปิด เพราะลิษาเป็นประเภทปากตรงกับใจ ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็บอกว่าไม่ชอบ ถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นเจ้านายเธอ ชามต้มยำกุ้งตรงหน้าคงถูกสาดใส่ตัวเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

  ร่างบางได้แต่ยืนกำมือแน่น แต่ถึงอย่างไรเธอก็ไม่คิดที่จะทำตัวเสียมารยาท นอกเสียจากตอบปฎิเสธออกไปอย่างใจคิด! 

  “มองฉันตัวสายตาแบบนั้นคืออะไร” เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกว่าเธอกำลังไม่พอใจคำพูดของเขาอยู่! 

  เป็นผู้หญิงที่แปลกคนชะมัด!

  “คุณมาร์ตินตีค่าร่างกายของลิษาเป็นเงินงั้นเหรอคะ” เธอถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ทำเอามาร์ตินเริ่มรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป 

  “คือ….ฉันไม่ได้จะหมายความว่าแบบนั้น เมื่อวานฉันไม่ได้ต้้งใจจะทำแบบนั้นกับเธอ ฉันเข้าใจคิดว่าเธอเป็นผู้หญิงคนอื่น ฉันแค่อยากจะรับผิดชอบ” เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจะต้องแคร์เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้มตรงหน้าด้วย 

  มาร์ตินรู้เพียงว่าเขาไม่เคยเจอผู้หญิงคนไหนที่เด็ดเดี่ยวเท่าเธอมาก่อนเลย 

  “ไม่ต้องหรอกค่ะ ในเมื่อคุณมาร์ตินบอกว่าเข้าใจผิด ลิษาก็ไม่คิดจะถือโทษหรือโกรธอะไรคุณมาร์ติน เพราะถึงยังไงลิษาก็ย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วและที่สำคัญลิษาไม่ต้องการความรับผิดชอบอะไรจากคุณมาร์ตินทั้งนั้น ลิษาขอเเค่ตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ต้องอยู่ที่นี่ คุณมาร์ตินอย่ามายุ่งวุ่นวายกับลิษาอีกเลยนะคะ” 

  มาร์ตินชะงักค้างเมื่อโดนผู้หญิงปฎิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย เขาไม่เคยเสียหน้ากับใครเท่านี้มาก่อนเลย ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่กล้าขัดความต้องการของเขา กะอีแค่กลับมาให้เขาเอาอีกคร้้งเธอจะหยิ่งอะไรนักหนาวะ!

  “เธอรู้อะไรไหมยิ่งเธอทำท่าทางหยิ่งๆใส่ฉัน ฉันยิ่งอยากได้เธอมากขี้นกว่าเดิม” คนตัวโตแสยะยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ ทำเอาลิษาต้องหลุบตาลง เธอกำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยกับสายตาแบบนั้นของเขา 

  ดูเหมือนเขาจะไม่ยอมหยุดเรื่องนี้ไปง่ายๆ….

  “ลิษาขอโทษนะคะที่ทำให้คุณมาร์ตินคิดแบบนั้น” 

  “ฉันไม่ต้องการคำขอโทษ” 

  “แล้วจะให้ลิษาทำยังไงคะ คุณมาร์ตินถึงจะเลิกยุ่งกับลิษา” เธอถามเขาออกไปอย่างใจนึก 

  “ฉันอยากเอากับเธออีกครั้ง วันนี้หนึ่งทุ่มไปเจอฉันที่ห้องเดิม” ร่างสูงยังคงฉีกยิ้มกว้าง ไม่ว่ายังไงเขาก็จะต้อนเธอให้เข้ามาอยู่ในหลุมเสน่หาของเขาให้ได้

  ในเมื่อเขายังไม่เบื่อเธอ มีหรือเขาจะยอมปล่อยไปง่ายๆ ต่อให้เธอจะเกลียดเขาถึงตายยังไงเขาก็ไม่สน ลิษาจ้องหน้าเขากลับด้วยสีหน้าคิดไม่ตก เธอไม่อยากกลายเป็นของเขาอีกครั้งที่สอง….ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้ตัณหากลับขนาดนี้!

  “ลิษาไม่ไปค่ะ” 

  “นี่เธอจะไม่คิดหน่อยเหรอ?”

  “ก็ไม่เห็นต้องเสียเวลาคิดเลยนี่คะ ถึงคุณมาร์ตินจะติดใจลิษา แต่ก็ไม่ได้แปลว่าลิษาจะติดใจคุณมาร์ตินนะคะ” 

  คำพูดของเธอทำเอาหนุ่มเพลย์บอยหุบยิ้มลง หน้าตึงขึ้นมาทันควัน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโดนหยามเรื่องบนเตียง ยิ่งเธอพูดออกมาแบบนี้ เขายิ่งอยากจับเธอกดเตียงเพื่อโชว์ลีลาอีกครั้งให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลยว่าเขาน่ะเด็ดแค่ไหน 

  “นี่เธอ!” เขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายให้เธอฟังดี 

  “ปล่อยลิษาไปเถอะนะคะ ลืมเรื่องเมื่อวานไปเถอะค่ะ” ต่อให้จะเป็นจะตายยังไงเธอก็จะไม่ยอมนอนกับเขาอีกเด็ดขาด! 

  “เธอดูถูกฉันเสร็จก็จะขอให้ฉันลืมเรื่องของเราไปเนี้ยนะ” 

  “เปล่าค่ะ ลิษาไม่ได้ดูถูกอะไรคุณมาร์ตินเลย”

  “เหอะ! คำพูดกับการกระทำของเธอช่างขัดกันเหลือเกินนะลิษา ฉันไม่สนว่าเธอจะติดใจฉันหรือไม่ติดใจ ยังไงคืนนี้ฉันต้องได้เจอเธอที่เดิม”

  “ไม่ค่ะลิษไม่ไป”

  “ลิษา!” 

  “…..” เธอยืนกำมัดแน่น พยายามข่มใจให้เย็นเอาไว้ เธอล่ะเกลียด เกลียดที่สุดเลยผู้ชายบ้าอำนาจ ชอบบังคับจิตใจผู้หญิง!

  “เธอคงไม่อยากหาที่ฝึกงานใหม่หรอกใช่ไหม? หรือเธออยากเสียเวลาไปเรียนใหม่อีกปี” เขายกเรื่องนี้ขึ้นมาขู่เธอ เรื่องที่เธอไม่สามารถต่อกรณ์อะไรกับเขาได้เลย 

  ลิษาเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง ความวิตกกังวลเริ่มคลืบคลานเข้ามาหา กว่าเธอจะเรียนมาถึงเทอมสุดท้ายได้มันไม่ใช่ง่ายๆ จะยอมให้เขากลั่นแกล้งเพราะเธอไม่สมยอมในเรื่องอย่างว่างั้นเหรอ?

  เหอะ! ทุเรศสิ้นดี 

  “คุณมาร์ติน!” 

  “ถ้าไม่อยากตกที่นั่งลำบากก็มาหาฉันตามที่บอก อย่าดื้อให้มันมาก ฉันไม่ใช่คนใจดี” ที่ต้องการต้อนให้เธอจนมุมก็เพราะเขาอยากพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าเขาสามารถทำให้เธอติดใจในเรื่องพวกนั้นได้ 

  เเละเขาต้องการเอาชนะเธอ เขาอยากให้เธอยอมศิโรราบให้เขาเหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ แบบนี้มันก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน 

  “ถ้าลิษายอมไปหาคุณคืนนี้ คุณจะปล่อยลิษาไปใช่ไหมคะ” แม้เธอไม่มีทางเลือก แต่ก็ยังคิดหาวิธีต่อรองอยู่

  “ฉันไม่รับปาก” 

  “คุณมาร์ติน….”

  ก๊อก ก๊อก ก๊อก 

  เสียงประตูห้องทำงานของเขาดังขึ้น ส่งผลให้บทการสนทนาของเขาและเธอถูกขัดจังหวะ 

  “ออกไปได้ ตอนค่ำอย่าลืมมาหาฉัน ถ้าไม่มาคงรู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เขาพูดทิ้งท้ายเอาไว้ปนขมขู่ ก่อนที่ปกรณ์จะถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาเพราะเห็นคนด้านในเงียบไปนาน 

  “ขอโทษครับ ผมมีเอกสารสำคัญมาให้เซ็น” 

  ลิษาเหลือบสายตามองมาร์ตินด้วยความเกลียดชังแต่เธอก็ทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจะต้องยอมทำตามคำสั่งของเขาไปก่อน หญิงสาวรีบสาวเท้าเดินออกไปจากห้องนั้นทันที เธอลงไปหาที่นั่งสงบสติอารมณ์ก่อนจะรีบกินยาคุมฉุกเฉินที่เขาเตรียมเอาไว้ให้ เพราะไม่อยากท้องกับคนสารเลวอย่างเขา! 

  “ผมเข้ามาขัดจังหวะหรือเปล่าครับ ทำไมเธอมองเจ้านายด้วยสายตาแบบนั้น” ปกรณ์เอ่ยถาม เมื่อกี้เขาพอเดาได้ว่าลิษาต่างจากคนอื่น เธอดูไม่หลงใหลในความหล่อเหลาของมาร์ตินเลยแม้แต่น้อย 

  “ไม่หรอก ดีแล้วที่นายเข้ามา” หากปกรณ์ไม่เข้ามาลิษาคงยังหาข้อต่อรองกับเขาไม่เลิกแน่ 

  “เธอดูรังเกียจนายนะครับ” 

  มาร์ตินตวัดหางตาไปมองหน้าเลขาหนุ่มด้วยความขุ่นเคืองที่ถูกพูดจี้ใจดำเข้าอย่างจัง เขารู้ดีว่าเธอไม่ชอบเขา แต่มาร์ตินไม่ได้สนใจในเรื่องนั้น เพราะเขาชอบเธอยังไงล่ะ

  “ไม่ต้องพูด!”

  “หึ เซ็นอนุมัติให่หน่อยครับ”

  “เอามา”

  อีกด้าน…..

  “อ้าวลิษา ช่วยงานคุณมาร์ตินเสร็จแล้วเหรอจ๊ะ ไหนคุณมาร์ตินบอกว่าสองชั่วโมง” ไผ่หลิวที่เห็นลิษาเดินเข้ามาในห้องอาหารเอ่ยทักขึ้นด้วยความสงสัย 

  “ค่ะ เสร็จแล้ว ลิษาเลยขอตัวลงมาทำงานต่อ” เธอยิ้มตอบกลับบางๆ

  “โอเคจ้ะ งั้นก็ทำงานต่อได้เลยลูก” 

  ในขณะที่ทุกคนไม่ได้สงสัยอะไรว่าทำไมมาร์ตินถึงเรียกเด็กฝึกงานในห้องอาหารไปช่วยงาน แต่มีคนนึงที่สงสัยใคร่รู้ นั่นก็คือฟ้าใส ด้วยความที่เธอค่อนข้างศึกษาเรื่องของมาร์ตินมาเป็นอย่างดี ถึงได้รู้สึกว่าที่มาร์ตินเรียกลิษาขึ้นไปหามันดูไม่ชอบมาพากล 

  “เธอไปช่วยงานอะไรคุณมาร์ติน”ฟ้าใสล็อคเป้าหมาย เดินมาถามลิษาทันที 

  “ไม่มีอะหรอก ฉันแค่ขึ้นไปช่วยเสิร์ฟอาหารเที่ยงให้คุณมาร์ติน” ลิษาตอบกลับแบบไม่ค่อยสนใจคู่สนทนานัก เธอเลือกที่จะหยิบช้อนซ้อมขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดต่อ 

  “ฉันไม่เชื่อ” ฟ้าใสตอบกลับน้ำเสียงบ่งบอกชัดเจนว่าไม่ชอบขี้หน้าอีกคน

  “นั่นมันก็เรื่องของเธอ”

  “นี่เธอ! หึ คิดจะจับคุณมาร์ตินละสิท่า” ประโยคนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยามากมาย เธอพอมองออกตั้งแต่ช่วงเช้าที่มาร์ตินนั่งมองลิษาตาเป็นมันแล้ว! 

  ถึงได้มั่นใจนักว่าระหว่างสองคนนี้ต้องมีอะไรที่คนอื่นไม่รู้แน่ๆ

  “ฉันว่าคนที่คิดแบบนั้นน่าจะเป็นเธอมากกว่านะ” ลิษาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัว เธอไม่ใช่คนยอมคนเสียด้วยสิ

  “ยัยลิษา!” ฟ้าใสเตรียมตัวง้างมือจะตบคนตรงหน้า โดยที่ลิษาก็นังคงยืนแน่นิ่ง มองหน้าฟ้าใสอย่างท้าทาย 

  “จะทำอะไร” โชคดีที่น้ำเสียงทุ้มต่ำของพีพีดังขึ้นมาเสียก่อนฟ้าใสจึงยอมชักมือกลับคืน

  “ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ” ฟ้าใสตวัดสายตามองลิษาด้วยความเกลียดชังก่อนจะรีบสาวเท้าออกไปจากบริเวณนั้นทันที 

  “เธอไม่เป็นไรแน่นะ” พีพีหันมาถามลิษาด้วยความเป็นห่วง 

  “อืม ฉันไม่เป็นอะไรหรอก ขอบใจนะ” เธอยิ้มให้พีพีบางๆ หัวใจมัวแต่กังวลเรื่องของค่ำนี้ เธอคงไม่มีทางเลือกอะไรนอกเสียจากต้องไปหาเขาตามที่เขาต้องการ….

บทก่อนหน้า
บทถัดไป