บทที่ 10 หนุ่มนักรัก

ไฮโซสาวเกาะพนักพิงโซฟาแล้วยกสะโพกขึ้นลงเข้าใส่ท่อนเอ็นลำใหญ่ไม่ยั้งยิ่งเอวสอบกระทุ้งขึ้นเธอก็ขย่มช่องสวาทลงใส่อย่างรุนแรงทุกครั้งอย่างไม่กลัวเครื่องเคราภายในของเธอจะพัง

“ป้าบๆ ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ...”

“อ้าา ทัพพ์ขา อ้ะะะ อู้วว์..” กีรติร้องครวญครางด้วยความซ่านกระสันส่ายเอวหมุนร่อนใส่ท่อนเอ็นลำใหญ่กระแทกกระทั้นอย่างแรงไม่ยั้ง พร้อมกับหนุ่มหล่อที่จับเอวคอดแล้วกระทุ้งท่อนเอ็นลำยาวเข้าใส่อย่างรุนแรงจนไฮโซสาวกระเด้งกระดอนร้องครางเสียงแหบแห้งเร่งเร้าจังหวะเข้าใส่กันอย่างไม่มีใครยอมกันราวกับมวยถูกคู่เพราะลีลาของไฮโซสาวหัวนอกนั้นสุดเหวี่ยงและหนุ่มหล่อลีลาไม่ธรรมดาจนสุดท้ายเธอก็ทนไม่ไหว

“ป้าบบๆ ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ..”

“อ้าา อ้ะะ ทัพพ์ขา อ่าา รติจะเสร็จแล้ว อ้าาะ อ้ะ อ้ายยยย์....” กีรติร้องออกมาเสียงดังเมื่อเธอเสร็จสมอย่างสุดจากรสสวาทของหนุ่มหล่อ

“ป้าบๆ ป้าบบๆๆ ป้าบบๆๆ..”

ทวิภาคก็เร่งจังหวะสอดใส่ท่อนเอ็นเข้าออกร่องสวาทอย่างรุนแรงและเกร็งสะโพกอัดกระแทกกระทั้นขึ้นไม่ยั้งรัวกระหน่ำเข้าใส่เต็มที่ก็น้ำแตก

“โอ้ะ หื้มมม...”

ชายหนุ่มกัดฟันแน่นปลดปล่อยลาวาร้อนใส่ถุงป้องกันชนิดที่สาวๆเสียดายของกันเลยทีเดียวก่อนจะยกร่างผอมเพรียวของกีรติออกจากกายแกร่งแล้วลุกขึ้นฉวยถุงป้องกันเดินเข้าห้องน้ำหลังจากได้ระบายไปแล้วครั้งหนึ่งและครั้งที่สองกำลังจะตามมาเพราะกีรติเดินตามเขามาในห้องน้ำก่อนเธอจะกินเขาอีกครั้งแล้วเขาก็จัดหนักให้เธอจนขาอ่อนแรงยืนไม่อยู่เกาะเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าแน่น

“ผมกลับก่อนนะครับรติ คุณสุดยอดมากถ้ายังไม่กลับลอนดอนเราคงได้เจอกันอีก” ทวิภาคอาบน้ำเสร็จเช็ดตัวแล้วเขาก็เดินเปลือยโทงๆไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่แล้วลงไปเรียกรถแท็กซี่กลับเพนท์เฮ้าส์

“คุณน่าสนใจมากทัพพ์ รติชักไม่อยากเป็นแค่เพื่อนกินแล้วสิ.” กีรติมองตามหลังทวิภาคไปอย่างเสียดายเพราะเธอยังอยากได้เขาอีกแต่ไม่เป็นไรเธอมีเวลาอยู่เมืองไทยเป็นเดือนฉะนั้นต้องได้เจอเขาแน่

เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์หลังจากที่ทวิภาคมีความสัมพันธ์กับกีรติชายหนุ่มรู้สึกว่าจะบังเอิญเจอเธอบ่อยครั้งแรกเขายังชวนไปกินข้าวพอครั้งที่สองเขาบอกว่าติดธุระและตอนนี้เจอครั้งที่สามเขาคิดว่าไม่ใช่แล้วทั้งที่เขายังอยากซั่มหล่อนอยู่แต่แบบนี้มันไม่โอเคเลย

“สวัสดีค่ะทัพพ์ ดีใจจังที่เจอกันอีกแล้ว ทัพพ์มาทำอะไรคะ.” กีรติถึงกับจ้างนักสืบให้ตามทวิภาคว่าเขาไปไหนมาไหนบ้างและเธอก็มาดักเจอแต่ชายหนุ่มไปกินข้าวกับเธอแค่ครั้งแรกเท่านั้น

“พอดีผมนัดคนของผมไว้ครับ เราจะไปซื้อของขวัญให้ผู้ใหญ่ด้วยกันน่ะ ว่าแต่ช่วงนี้เรา บังเอิญ เจอกันบ่อยนะครับ”

“นั่นสิคะ สงสัยดวงเราจะสมพงษ์กันค่ะ ให้รติไปช่วยเลือกมั้ยคะ รติถนัดเลือกของให้ผู้ใหญ่คะ” กีรติพูดเสียงหวาน ชะม้ายตาให้เขา

“ไม่เป็นไรครับ ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ คนของผมมาโน่นแล้ว” ทวิภาคเห็นน้องสาวเดินเข้ามาในห้างก็เดินไปหาฝ่ายกีรติก็เดินตามไปห่างๆด้วยความอยากรู้ว่าคนของเขาที่ทวิภาคพูดเป็นใคร

ทวิภาคเดินไปหาน้องสาวแล้วคว้าตัวของลักษิกามากอดจนน้องสาวตกใจ

“เฮ้ย,พี่ทัพพ์ทำอะไรนะ อี้ เหม็นอ่ะ” ลักษิกาตัวเล็กเหมือนแม่ส่วนทวิภาคได้เลือดพ่อมาก็สูงชะลูดถึงร้อยเก้าสิบตามเชื้อชาติชาวยุโรปหรือพวกฝรั่งมังค่า

“อย่างเสียงดังสิ กอดเอวพี่ไว้ด้วยแล้วเดินไปเร็ว..” ร่างสูงสั่งน้องสาวที่ทำตามอย่างว่าง่าย

“หนีผู้หญิงอีกล่ะสิเนี่ย..” เสียงของน้องสาวว่าพี่ชายที่มักจะใช้เธอเป็นเกาะบางครั้งก็โทรหามาเป็นไม้กันหมาให้

“ฮืมม..” คนเป็นพี่ไม่ปฏิเสธ

“พี่ทัพพ์นี่จริงเลย อย่าล้อเล่นกับหัวใจของผู้หญิงสิมันบาปรู้มั้ยคะ” คนเป็นน้องสั่งสอนพี่ชายรูปหล่อที่สาวๆวิ่งเข้าใส่อย่างไม่กลัวกันเลยสักนิด นี่ขนาดกอดคอเธอเดินมาก็ยังเห็นผู้หญิงสวยบางคนยังมองตากลับเลย

“พี่เปล่านะ แต่ละคนที่พี่คบพวกเธอก็อุดมคติเดียวกันกับพี่ทั้งนั้นแหละ.” คนเป็นพี่กอดคอน้องสาวเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสองเพื่อดูของขวัญวันเกิดให้ตาที่จะถึงในอาทิตย์หน้านี้

“อุดมการรณ์อะไรคะ”

“รักสนุกไม่ผูกพันตะบี้ตะบันกันเสร็จก็ทางใครทางมันไงล่ะ ฮ่าๆๆ..” ชายหนุ่มพูดจบก็หัวเราะขำน้องสาวที่อ้าปากค้าง

“ยี้..ไอ้พี่ทัพพ์บ้าปล่อยน้องเลยนะ” ลักษิกาแกะมือพี่ชายออกทำท่ารังเกียจจนคนเป็นพี่หมั่นไส้ยกมือขึ้นดีดหน้าผาก

“เวอร์ไปแล้วยัยลักษ์ เดี๋ยวก็ไม่เลี้ยงข้าวหรอก”

“ไม่ได้สิ ลักษ์ถ่อสังขารมาจากรังสิตเชียวนะ แล้วคืนนี้ลักษ์จะไปนอนที่เพนท์เฮ้าส์พี่ทัพพ์ด้วยห้ามพาสาวๆไปนอนนะ” น้องสาวห้ามพี่ชายแม้จะรู้ว่าทวิภาคไม่เคยพาผู้หญิงขึ้นเพนท์เฮ้าส์ของเขานอกจากเพื่อนผู้ชายกลุ่มพี่บิ๊กเบิ้มเท่านั้น

“ก็มีแต่ไอ้พวกนั้นแหละ พวกมันจะไปงานวันเกิดตาด้วยนะ” เสียงห้าวบอกน้องสาวแต่สายตาก็มองหาของขวัญที่เหมาะกับตากำนันของเขา

“พี่ทัพพ์จะซื้ออะไรให้ตากำนันคะ” คนเป็นน้องก็ยังคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ตาดี

“ไม่รู้สิ เพราะตาก็มีหมดแล้ว ที่จริงพี่สั่งนาฬิกาไว้ให้ตาตั้งแต่ปีที่แล้วนะ ทางบริษัทบอกว่าอีกสองเดือนถึงจะได้ของ ก็เลยวันเกิดตาไปแล้ว ตอนนี้ลักษ์ช่วยพี่เลือกหน่อยสิ นาฬิกาค่อยเอาให้ทีหลังก็ได้” ปี่ที่แล้วชายหนุ่มไปเรียนซัมเมอร์ที่อังกฤษ์และไปเที่ยวสวิตก็ถูกใจนาฬิกายี่ห้อดังเขาก็ขอใช้สิทธิ์ของพ่อจองนาฬิกาให้ตาหากไม่ใช่แมมเบอร์การ์ดที่ซื้อนาฬิกายี่ห้อนี้ก็จองไม่ได้เพราะรุ่นลิมิเต็ดจะผลิตน้อยที่เขาสั่งให้ตาก็เกือบสามล้านไม่รู้ว่าตาจะชอบหรือด่าก็ไม่รู้ ทัพพ์ใช้เงินเก็บของตัวเองที่เล่นหุ้นมาซื้อให้ท่าน

“ลักษ์ก็ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะซื้อให้ตา เราเดินดูก่อนมั้ยคะ” สองพี่น้องเดินดูของในแผนกชายได้หนึ่งรอบก่อนลักษิกาจะซื้อเสื้อเชิ้ตลายตาหมากรุกที่ตาชอบใส่ทั้งเจ็ดสีตามวันส่วนทัพพ์ซื้อกางเกงยีนส์ยี่ห้อดังให้ตาเจ็ดตัวเข้าชุดกับน้องสาวหลังจากโทรไปถามไซร์เสื้อกางเกงของตากับพี่ตุ๋ย

เมื่อได้ของแล้วสองพี่น้องก็ไปกินอาหารเย็นที่ร้านอาหารปิ้งย่างเกหลีกันอย่าอิ่มแปล้ก่อนจะขับรถตามกันไปที่เพนท์เฮ้าส์ของทวิภาค

“โอ้ย อิ่มจัง” ร่างเล็กลงจากรถแล้วลูบพุงตัวเองที่กินเข้าไปอย่างกับยัดจนท้องแทบแตก

“สมน้ำหน้า พี่บอกแล้วว่าอย่าสั่งเยอะแล้วเป็นไงล่ะเสียดายของ จุกมั้ย..” ชายหนุ่มบ่นน้องสาวที่เสียดายของกินจนเกือบหมดจนต้องมาคร่ำครวญว่าอิ่มจัดจนจุก

“ก็สั่งมาแล้วอ่ะ พี่ทัพพ์นั่นแหละไม่ช่วยน้อง” สองพี่น้องเดินเถียงกันเข้าไปในลิฟต์พนักงานกับ รปภ.ที่นี่รู้ว่าลักษิกาเป็นน้องสาวของทวิภาคที่ได้แจ้งเคาน์เตอร์ไว้ว่าให้ขึ้นไปเพนท์เฮ้าส์ของเขาได้และมีเพื่อนๆเท่านั้นตอนนี้ยกเลิกไปหนึ่งคนคือ กิติภพที่เขาสั่งเด็ดขาดว่าไม่ให้ขึ้นไปที่ห้องของเขา

“ไอ้ทัพพ์..”

“อ้าว,ไอ้น้ำ มาได้ยังไงวะ” ร่างสูงหยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนเรียกไม่เห็นมันบอกเลยว่าจะมาหาเขา

“ไปไหนมาวะกูมารอตั้งนาน” ชนาทิปพูดกับเพื่อนแล้วรับไหว้น้องสาวของเพื่อนที่นานๆจะเจอกันสักที

“พอดีกูไปซื้อของขวัญวันเกิดให้ตาน่ะ แล้วมึงมีอะไรถึงมานั่งรอกู”

“ก็กูเบื่ออ่ะ เลยจะมาชวนมึงดื่มน่ะสิ นี่กูเตรียมมาแล้ว.” ชนาทิปชูถุงพลาสติกสีน้ำตาลเข้มมีโลโก้ของวิสกี้ชื่อดังติดอยู่และไม่ได้มีแค่ขวดเดียวแต่มีถึงสี่ขวด

“เฮ้ย,ไอ้น้ำมึงจะกินหรืออาบวะ” เจ้าของห้องเห็นเพื่อหิ้ววิสกี้มาตั้งสี่ขวดมันจะดื่มยังไงไหว

“กูหยิบของป๋ามาน่ะสิ ขี่เกียจหยิบมาบ่อยๆเลยเอามาทีเดียวเลย” ชนาทิปตอบเพื่อนก่อนจะเดินตามกันไปที่ลิฟต์

“อ้อ. มึงกับยัยลักษ์ขึ้นห้องไปก่อนนะ เอ้ะ ไม่ดีกว่า มึงไปซื้อกับแกล้มกับกู แล้วให้ยัยลักษ์เอาถุงนี่ขึ้นไปก่อน ไหวมั้ยลักษ์” ทวิภาคถามน้องสาวและมองถุงวิสกี้

“ไหวค่ะพี่ทัพพ์.”

“ฝากด้วยนะครับน้องลักษ์” หนุ่มหล่อหน้าใสลูกชายนักธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นำเข้ารายใหญ่ของประเทศมีตัวแทนจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและร้ายขายปลีกขายส่งทุกจังหวัดมีราคาถูกจนราคาแพงสำหรับคนมีอันจะกินและยังผลิตเครื่องดื่มน้ำอัดลมและเรื่องดื่มชูกำลังอีกมากมายส่งขายทั้งในและต่างประเทศจนติดอันดับเศรษฐีเมืองไทยและเอเชียและมีลูกหลายคนชนาทิปเป็นลูกชายคนสุดท้องในบรรดาพี่สาวสองคนพี่ชายสองคน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป