บทที่ 7 Chapter 6 สวมรอย
Chapter 6
สวมรอย
ตัดภาพกลับมาทางด้านของดาริกา...
ในเวลานี้ คนตัวเล็กกำลังนั่งหลังขดหลังแข็งจดจ่ออยู่กับการพิมพ์แต่งนิยายอย่างเอาเป็นเอาตาย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองยังคงสวมใส่ชุดเดรสตัวงามชุดเดิมจากเมื่อคืน! แถมยังไม่ได้อาบน้ำชำระร่างกายเลยสักหยด เพราะเจ้าตัวกำลังมุ่งมั่นทำสิ่งยิ่งใหญ่และสำคัญระดับชาติอยู่นั่นก็คือ...
คลิก!
"กรี๊ดดดดด! อัปไปแล้ว! ดาริกาอัปนิยายตอนล่าสุดลงระบบเรียบร้อยแล้วค่าาาา!"
ให้ตายสิทำไมพองานเสร็จสิ้นลง... ความเหน็ดเหนื่อยล้ามันถึงได้โถมกระหน่ำเข้ามาขนาดนี้นะ? ทั้ง ๆ ที่เมื่อสามชั่วโมงก่อนหน้านี้ เธอยังนั่งหลังตรง ปลดปล่อยจินตนาการโลดแล่นลงบนแป้นพิมพ์ได้อย่างตาไม่กะพริบอยู่เลยแท้ ๆ ... นี่สินะที่เขาเรียกกันว่า 'สปีริตของนักเขียนตัวแม่'! ฮึ!
ตอนนี้สิ่งที่เธอปรารถนามากที่สุดคือการได้ไปอาบน้ำ แล้วล้มตัวเข้านอนทันที... ทว่าติดอยู่อย่างเดียวคือ วันนี้เป็นวันครบรอบวันที่แม่บ้านประจำคอนโดต้องเข้ามาทำความสะอาดห้องพักนี่สิ!
"งั้นอาบน้ำแต่งตัว ออกไปหาซื้อเสบียงมาตุนไว้หน่อยดีกว่า แล้วค่อยกลับมานอนยาว ๆ"
เมื่อปรึกษาหารือกับตัวเองเสร็จสรรพ... คนตัวเล็กก็พาเรือนร่างที่เหนื่อยอ่อนตรงเข้าห้องน้ำไปทันที! ก่อนจะกลับออกมาพร้อมกับเรือนร่างที่หอมฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นสบู่ ตรงมายังหน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้ง
มือเรียวจัดการแต่งทรงผมของตัวเองพอลวก ๆ เธอม้วนรวบผมขึ้นไว้หลวม ๆ แล้วหยิบดินสอมาปักแทนปิ่นปักผม เพราะขี้เกียจเสียเวลาเดินหาหนังยางมารัด จึงคว้าเอาของที่ใกล้มือที่สุดมาใช้แก้ขัดไปก่อน... นี่ถือเป็นการแต่งทรงผมที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับเจ้าตัวแล้ว!
จากนั้นจึงยื่นมือไปหยิบเสื้อยืดตัวเก่งที่ส่วนคอย้วยยานมาถึงไหล่ ซึ่งพาดทิ้งไว้ตรงเก้าอี้มาสวมใส่... เนื้อผ้ายานยวบจนเผยให้เห็นท่อนไหล่ขาวผ่องไปข้างหนึ่ง แถมบริเวณคอเสื้อก็มีแต่รอยแมลงสาบแทะจนแทบพรุนอีกต่างหาก ช่างเป็นแฟชั่นที่ล้ำยุคสุด ๆ
ก่อนที่มือคู่สวยจะหยิบกางเกงยีนขาสั้นรัดรูป ซึ่งเป็นเสื้อผ้าชิ้นสุดท้ายมาสวมใส่... เท่านี้ทุกอย่างก็เป็นอันเรียบร้อย
คนตัวขาวทอดสายตามองความเพอร์เฟกต์สมบูรณ์แบบของตัวเองอีกครั้งในเงากระจก... ยามเมื่อเห็นว่าพึงพอใจกับลุคนี้แล้ว จึงหยิบเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายอย่างแว่นตาสายตาเลนส์หนาเตอะ และรองเท้าแตะคู่ใจมาสวมใส่ เพื่อมุ่งหน้าตรงไปยังซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ คอนโด
ระหว่างที่กำลังเดินตรงไปหยิบรถเข็นอยู่นั้น...
ไม่รู้ว่าความบังเอิญหรือโชคชะตากำหนดไว้กันแน่ ที่ทำให้คนงามได้มาพบเจอเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง...
หมับ!
ฝ่ามือของคนทั้งคู่บังเอิญเกี่ยวชนกัน ยามเมื่อตั้งใจจะยื่นมือไปจับด้ามรถเข็นคันเดียวกัน... ทว่านั่นก็ยังไม่ได้ทำให้หัวใจของดาริกาเต้นแรง เท่ากับการได้เงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแม้แต่น้อย
"คุณโปรดปราน?!"
เสียงหวานร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ ยามเมื่อนัยน์ตาคู่สวยภายใต้เลนส์แว่นหนาเตอะมองเห็นใครบางคนตรงหน้าอย่างชัดเจน!
ทว่าเพียงแค่นาทีต่อมา... นักเขียนสาวคนเก่งก็เริ่มรับรู้ได้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาดบางอย่าง... ซึ่งแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่เข้าใจเลยว่าความรู้สึกติดขัดนี้มันคืออะไรกันแน่?
"เธอ..."
"เอ่อ... คือ..."
"เธอคือ..."
'ใช่สิ... เขาคงจะจำเราไม่ได้หรอก ก็สภาพเราตอนนี้มันแตกต่างจากเมื่อคืนลิบลับ แล้วเขาจะมาจำเราได้ยังไงกันล่ะ'
ทว่าลึก ๆ แล้ว หญิงสาวกลับแอบรู้สึกโมโหอยู่ไม่น้อย... หมอนี่จัดเธอไปตั้งหลายท่าขนาดนั้น แต่ดันจำตัวตนของเธอไม่ได้เนี่ยนะ?
จากเดิมที่เคยตั้งใจว่าจะไม่พบเจอหน้ากันอีกแล้ว... ทว่าไม่รู้เพราะเหตุผลใด ความอยากเอาชนะมันกลับทำให้นักเขียนสาวพ่ายแพ้ต่อเสียงในหัวขึ้นมาอย่างนั้น
"ฉันดาริกาค่ะ คนที่คุณก้มลงไปเลียให้ตั้งแต่หัวจรดเท้าเมื่อคืนไง"
หญิงสาวโพล่งพูดออกมาเสียงดังฉะฉาน พอนึกขึ้นได้ว่าพูดอะไรออกไปก็ทำเอาใบหน้าสวยร้อนผ่าวและแดงแจ๋ขึ้นมาทันที แต่ช่างมันปะไร... คนมั่นหน้าอย่างหมอนี่ จะได้สำลักความเจ็บใจจนอกแตกตายไปเลย ที่รู้ว่าตัวเองเผลอกินคนซกมกสุดเกรอะกรังแบบเธอลงท้องไปแล้ว
เป็นไงล่ะ... หน้าเหวอไปเลยดิ สมน้ำหน้า!
คนตัวเล็กกระหยิ่มยิ้มสะใจอยู่ในใจ ตั้งท่าจะสะบัดตูดเดินหนีออกไปเสียเดี๋ยวนี้... ทว่าท่อนแขนเรียวกลับถูกฝ่ามือหนายื่นมาคว้าจับยึดไว้เสียก่อน!
"เดี๋ยวครับ... คุณดาริกา"
สีหน้าของชายหนุ่มปรับเปลี่ยนกลับมาราบเรียบและสมบูรณ์แบบในทันตาเห็น... อะไรกันวะเนี่ย?! เหวอไปแค่แป๊บเดียวเองงั้นเหรอ? ชิ!
"ขอโทษที่ผมเสียมารยาทด้วยนะครับ... ผมแค่กำลังอึ้งอยู่"
ดาริกาเอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย... ทำไมจู่ ๆ หมอโปรดคนนี้ถึงได้ดูทรงสุภาพเรียบร้อยขึ้นมาผิดหูผิดตา? แถมยังพูดจามีหางเสียง 'ครับ' ทุกคำ ซึ่งน่าโมโหยิ่งกว่าเดิมตรงที่การพูดจาสุภาพของเขามันฟังดูละมุนและน่าฟังมากเนี่ยสิ
"ค่ะ! เข้าใจว่าอึ้ง... สภาพของฉันตอนไม่ได้ออกไปเที่ยวกลางคืนมันก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ เพราะงั้นเกลียดตัวเองไหมคะหมอโปรด... ที่ลดตัวลงไปนอนกับคนแบบฉัน?"
ดาริกาคิดไปเองว่าอีกฝ่ายกำลังใช้สายตานั้นดูถูกเธออยู่... แต่ช่างปะไร คิดว่าเธอจะแคร์เขางั้นเหรอ? ก็แค่ผู้ชาย... หล่อ... รวย... กล้วยใหญ่... มีชาติตระกูล!
เฮ้ย! หรือว่าเธอกำลังรู้สึกเสียดายเขาอยู่กันแน่เนี่ย? ไม่หรอกน่า!
ขณะที่คนตัวเล็กกำลังยืนตบตีกับความคิดสับสนของตัวเอง... ซึ่งถือเป็นภาพชวนให้นึกเอ็นดูในสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าเป็นอย่างมาก
อันที่จริงแล้ว... ไม่ใช่ว่าเขาจำเธอไม่ได้ หรือกำลังดูถูกสภาพซกมกของเธอ แต่เพราะเขาไม่รู้จักเธอเลยต่างหาก! ก็เขาไม่ใช่ 'โปรดปราน' ชายหนุ่มคนเดียวกันกับที่เธอกำลังกล่าวอ้างถึงนี่นา
ถึงกระนั้น... ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่คิดที่จะเอ่ยปากบอกความจริงออกไปแต่อย่างใด... เพราะเขานึกอยากจะรู้นักว่าหญิงสาวในสภาพเสื้อยืดคอย้วยแว่นหนาเตอะคนนี้ มีดีอะไรซ่อนอยู่กันแน่... ถึงทำให้ 'น้องชาย' ฝาแฝดของเขา ยอมก้มลงไปเลียให้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้ง ๆ ที่เมื่อพิจารณาดูจากภาพรวมภายนอกแล้ว... เธอห่างไกลจากสเปกของหมอนั่นอยู่มากโขเลยทีเดียว
"ขอโทษนะครับ... ผมไม่ได้หมายถึงอึ้งในแง่นั้นสักหน่อย"
"แล้วมันอึ้งแบบไหนกันล่ะคะ?"
หญิงสาวรีบยกท่อนแขนเรียวขึ้นมากอดอก ท่าทางงอน ๆ ของเธอชี้ชัดว่ากำลังไม่พอใจอย่างถึงที่สุดที่เขาทำท่าเหมือนจำเธอไม่ได้... แล้วมีหรือที่เสือผู้หญิงมากประสบการณ์อย่าง 'จอมปราบ' จะมองไม่ออก เขาน่ะถนัดเรื่องชั้นเชิงการเอาอกเอาใจผู้หญิงมากกว่าน้องชายฝาแฝดเยอะ
"อึ้งแบบว่า... ลุคนี้ของคุณดูสวยน่ารักกว่าเมื่อคืนตั้งเยอะแน่ะครับ"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางคลี่ยิ้มสดใสส่งไปให้... ซึ่งมันเป็นรอยยิ้มที่ถูกปรุงแต่งขึ้นมาอย่างแพรวพราว โดยที่ดาริกาไม่ได้รู้เท่าทันเลยสักนิด แถมหัวใจเจ้ากรรมยังแอบกระตุกเต้นผิดจังหวะไปกับรอยยิ้มนั้นเสียอย่างนั้น
"คุณ... หรือว่าคุณจำฉันได้?!"
"จำได้สิครับ... ร้อนแรงแบบคุณ มีหรือที่ผมจะลืมลง"
ชายหนุ่มไหลตามน้ำไปอย่างแนบเนียน... เรื่องการตะล้อมเหยื่อให้จนมุมน่ะ ซีอีโออย่างเขากินขาดและถนัดนัก
"..."
"หรือที่คุณกำลังโมโหอยู่ตอนนี้... เพราะคิดว่าผมจำคุณไม่ได้งั้นเหรอครับ?"
"ก็ใช่น่ะสิคะ! มันน่าโมโหไหมล่ะ... นั่นมันครั้งแรกในชีวิตของฉันเลยนะคะ!"
คำพูดของเธอทำเอาชายหนุ่มเผลอชักสีหน้าเปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ให้ตายเถอะ หมอนั่นได้ครั้งแรกของเธอไปอย่างนั้นเหรอ? หึ... น่าสนุกดีนี่หว่า
"ขอโทษนะครับถ้าผมทำให้คุณคิดมาก... เพื่อเป็นการชดเชย ให้ผมเลี้ยงข้าวคุณสักมื้อได้ไหมครับ?"
ดาริกายื่นมือไปขยับแว่นสายตาหนาเตอะขึ้นหนึ่งที จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมเพื่อค้นหาดูว่าเขาไม่ได้เอ่ยพูดเล่น... นี่เขาเห็นสภาพตัวตนจริง ๆ ของเธอแล้วยังอยากจะสานต่อสัมพันธ์อีกงั้นเหรอ?
เขารับสภาพซกมกในชุดคอย้วยแบบนี้ได้งั้นเหรอ? หรือแค่ชวนไปตามมารยาทเฉย ๆ? แต่ไม่สิ! ถ้าเขาไม่อยากสานต่อ แล้วจะมาแคร์ความรู้สึกเธอทำไมกัน? แสดงว่าเขาเองก็...
"เอ่อ... งั้นเรานัดกันวันหลังดีกว่าไหมคะ?"
"อ้าว... วันนี้คุณไม่สะดวกเหรอครับ? หรือว่ามีธุระต้องไปไหนต่อ?"
"ปะ... เปล่าค่ะ แต่สภาพของฉันตอนนี้ ไปกับคุณคงดูไม่เหมาะสมเท่าไร..."
"ถ้าเรื่องนั้นก็อย่าคิดมากเลยครับ สภาพของคุณตอนนี้ออกจะน่ารัก... ไปกันเถอะครับ ผมมีร้านประจำแถว ๆ นี้พอดี อาหารอร่อยมาก"
ชายหนุ่มเอ่ยรวบรัดตัดความ... เขาไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปากปฏิเสธแม้แต่น้อย! ไม่ใช่เพราะเขานึกอยากจะกินข้าวกับเธอนักหนา... แต่ขืนปล่อยเธอเดินหลุดมือไปตอนนี้ มีหวังยัยตัวดีได้รู้ความจริงแน่ว่าเขาเป็นคนละคนกับน้องชาย! และโอกาสที่จะได้ 'เคลม' เธอต่อก็คงกลายเป็นศูนย์... เพราะฉะนั้น วันนี้เขาต้องรวบหัวรวบหางเธอให้ได้ก่อนที่เธอจะทันรู้ตัว
TBC...
