บทที่ 1 คำนำ+แคว้นเป่ยฉี

ฟงชินหยาง

มึน โหด ห่าม หื่น

ฟงจินหมิง

มึนกว่าโหดกว่าพี่น้องทุกคน

เฉิน(ฟง)ลี่หลิน

สตรีโหดโฉดในคราบองค์หญิงผู้งดงาม

หลิงเวย

สตรีเรียบร้อย พูดน้อย หื่นหลบใน

ฟงหนิงอัน ฟงหนิงเฉิง

สองพี่น้องตัวป่วนฉนวนแห่งราคะเป้าหมายในชีวิตน้อยๆ

คือต้องการมีน้องๆ ออกมาวิ่งเล่นด้วยกันหลายๆ คน

ฉีเล่อ

องค์ชายสูงศักดิ์มากอำนาจแห่งเป่ยฉี รักเมียเหนือสิ่งใด

หลี่ลี่เหมย

สตรีร้ายกาจเหนือสตรีนางใดแห่งเป่ยฉี แอบหลงรักบุรุษหนุ่มที่เป็นเพียงบ่าวชายในวังไท่เล่อนามว่าฟงจินหมิง

คู่ยวนยาง

ฟงชินหยาง&หลิงเวย

(โลกนี้มีเพียงสองเรา)

ฟงจินหมิง&หลี่ลี่เหมย

(เขาและนางคำว่าร้ายกาจยังน้อยไป)

ฉีเล่อ&เฉินลี่หลิน

(แต่งก่อนค่อยดูใจกัน)

คำเตือน

นิยายเรื่องนี้ไม่มีเทพไม่มีเซียน

ไม่หนักไม่ดราม่าเนื้อหาไม่ได้เข้มข้นนะคะ

นิยายเรื่องนี้เป็นแนว รักโรแมนติกคอมมิดี้ มี NC แค่นั้นค่ะ

จากใจนักเขียน

หากใครชมชอบเรื่องราวความรักที่อึนมึนดิบเถื่อนของพี่ชายใหญ่แห่งบ้านฟงกันมาแล้ว (ฟงชินหยาง&หลิงเวย) ครานี้ลองมาติดตามเรื่องราวความรักของสองพี่น้องบ้านฟงกันบ้าง

เรื่องนี้ในภาคพิเศษนั้นเป็นเรื่องของสองพี่น้องบ้านฟง คือฟงจินหมิงและฟงลี่หลิน ซึ่งแยกเล่มออกมาแต่คอนเซปยังคงเดิมคือ ร้ายพ่ายกลายรัก นั่นเองค่ะ

โดยจะมีภาคพิเศษตอนต้น(เรื่องของฟงลี่หลิน)

ภาคพิเศษตอนปลาย(เรื่องของฟงจินหมิง)

ภาคพิเศษสเปเชียล(เรื่องของสาวใช้คนสนิทหลิงเวย)

เป็นสามเรื่องสามคู่รักแยกแต่ละเรื่องชัดเจนในเล่มเดียว จัดหนักจัดให้คุ้มสุดๆ กันไปเลยค่ะ


ตอนที่ 1 แคว้นเป่ยฉี

หากกล่าวว่าแคว้นเฉินเป็นแคว้นที่มิได้กว้างใหญ่อันใดแต่ทว่าทหารล้วนแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ฝีมือโดดเด่นทั้งยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ล้ำเลิศกว่ามากนัก

เช่นนั้นแล้วกับแคว้นเป่ยฉีอันเป็นแคว้นที่กว้างใหญ่ไพศาลกินพื้นที่ระยะทางไม่อาจนับได้ถ้วนแลเรืองอำนาจหนักหนานั่นย่อมเหมาะสมยิ่งนักกับการเชื่อมสัมพันธ์กันเอาไว้

แคว้นเป่ยฉีได้ส่งองค์ชายรองแห่งแคว้นนามว่าฉีเล่อ บุรุษหนุ่มรูปงามทั้งยังสูงค่าอันเป็นฐานอำนาจสำคัญขององค์รัชทายาทเดินทางไปยังแคว้นเฉินเพื่อเจรจาสัญญาสงบศึกโดยเงื่อนไขย่อมต้องเป็นการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เพื่อเพิ่มศักยภาพระหว่างเรืองอำนาจกับพลานุภาพทางการทหารเข้าด้วยกัน

และแคว้นเฉินนั้นได้ส่งองค์หญิงนามว่าเฉินลี่หลินมาเป็นสายใยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างกันในแคว้นเป่ยฉีแห่งนี้

ขบวนเดินทางยิ่งใหญ่แห่งการเชื่อมสัมพันธ์อันประกอบไปด้วยพลทหารหลายนายก้าวเท้าฉับๆ เกิดเป็นจังหวะน่าฟังนำขบวนโดยท่านแม่ทัพฟงนามชินหยาง รองแม่ทัพฟงนามจินหมิง และองค์หญิงแคว้นเฉินนามว่าลี่หลินนั่งประทับมาในเกี้ยวคันงามที่แปลงจากรถม้าคันใหญ่สีแดงมงคลอันสมฐานะสูงศักดิ์ได้เดินทางมายังประตูเมืองของแคว้นเป่ยฉีในที่สุด

ทหารกลุ่มใหญ่ของแคว้นเฉินจึงถูกรั้งให้รออยู่นอกกำแพงเมืองแค้วนเป่ยฉีตามกฏระเบียบคงเหลือเพียงพลทหารไม่กี่นายติดตาม

หลายวันต่อมาขบวนเดินทางที่ถูกตัดกำลังของทหารแคว้นเฉินให้เล็กลงแทนที่ด้วยทหารกลุ่มใหญ่หลายร้อยชีวิตของแคว้นเป่ยฉีก็เคลื่อนตัวอย่างอลังการเข้ามายังเมืองหลวงของแคว้นเป่ยฉีอันเป็นที่ตั้งของพระราชวังแห่งแว่นแคว้น

ยามนี้ถนนหลายเส้นทางของเมืองหลวงแคว้นเป่ยฉีคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างจับจองอยู่สองฝั่งข้างทางเมื่อขบวนองค์หญิงแคว้นเฉินเคลื่อนตัวพาดผ่าน

“เจ้ารีบกลับเข้าไปนั่งในเกี้ยวได้แล้ว” เสียงทุ้มต่ำของบุรุษรูปงามผู้หนึ่งที่สวมอาภรณ์เพียงทหารชั้นประทวนเอ่ยกับสตรีงดงามนางหนึ่งที่สวมอาภรณ์ทหารชั้นประทวนเช่นเดียวกัน 

ทั้งสองกำลังเดินย่ำเท้ามากับขบวนทหารหลังเกี้ยวขององค์หญิงได้อย่างแนบเนียนตลอดการเดินทาง

“รู้แล้ว” เส้นเสียงหวานใสเอ่ยตอบพร้อมกับรีบเร้นกายหายวับไปในเกี้ยวองค์หญิงไร้ใครสังเกตเห็นได้ทัน เหตุไฉนไยนางถึงทำเช่นนั้น แน่นอนว่านางคือเฉินลี่หลิน

ฉีเล่อได้แต่ยืนมองว่าที่เจ้าสาวของเขาแบบลุ้นระทึกนึกกลัวเกรงว่าใครจะเห็นเฉินลี่หลินที่แอบปลอมตัวออกมาจากเกี้ยวองค์หญิงแบบนั้น เมื่อเห็นแล้วว่านางหายเข้าไปในเกี้ยวเป็นที่เรียบร้อย เขาจึงแอบปลีกตัวออกไปเช่นกัน เนื่องจากว่าเขาเป็นองค์ชายรองของแคว้นเป่ยฉีผู้ที่ต้องยืนรอนางผู้เป็นว่าที่เจ้าสาวอย่างองอาจผึ่งผายอยู่ในพระราชวัง

บทถัดไป