บทที่ 5 ควงผู้ชาย

@ห้องรายงานตัว

ฉันกับเพื่อนใหม่กริบทั้งสามคน พวกเราพากันเดินเข้ามาในห้องที่มีลักษณะเป็นโถงใหญ่โล่งทั้งหมด ผนังสีครีม และตกแต่งด้วยผ้าม่านกำมะหยี่หรูสีเลือดหมู ที่มีขนาดความยาวตั้งแต่เพดานลากจนถึงพื้น

ด้านในสุดของห้องเป็นโต๊ะขนาดใหญ่ที่มีเหล่ารุ่นพี่วิศวะ ช่วยกันทำงานให้วุ่น ด้านริมของโต๊ะใหญ่มีอาจารย์เพียงท่านเดียวเท่านั้นที่นั่งดูการทำงานของพวกพี่เขาเป็นระยะ หลัก ๆ คือคอยให้คำปรึกษานักศึกษาใหม่ที่มารายงานตัวในวันนี้

“นั่นกลุ่มของพี่เขานี่ อร๊ายย หล่อทุกคนเลยอ๊า” เสียงยูนิสพูดโพล่งขึ้นมา ฉันที่กำลังเช็กรายชื่อนักศึกษาที่บอร์ดเพลิน ๆ ยังแอบสะดุ้งเลย ดูเธอจะตื่นเต้นมากจริง ๆ กับรุ่นพี่กลุ่มนี้

ฉันหันไปมองตามเธอถึงได้เห็นกลุ่มรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งกำลังยืนคุยกันอยู่ และมีเพียงแค่นั้นที่จับกลุ่มอยู่ ทำให้สังเกตได้ง่าย เพราะรุ่นพี่คนอื่นค่อนข้างจะกระจายตัว ในมือของพวกเขาถือเอกสารอะไรบางอย่างคนละใบสองใบ เหมือนจะพูดถึงข้อความในเอกสารพวกนั้นนั่นแหละ ดูจริงจังกันมากเลย

“เอ๊ะ มีสี่คนนี่ พี่ชายเธอไปไหนล่ะเฟย์ลิน”

“ฉันไม่รู้อะ”

“เลิกบ้าผู้ชาย แล้วมาหาชื่อตัวเองก่อนดีมั้ย จะได้เอาลำดับเลขที่ไปขอเอกสารรายงานตัว” ทิวเขาเอ่ยขัด

“รู้แล้วน่า มึงเป็นเพื่อนหรือมึงเป็นพ่อ”

“กูกับไอ้ทิวเจอแล้ว” แอสเตอร์เอ่ยบอก

“กูก็เจอแล้ว เฟย์ลินล่ะว่าไง”

“อื้ม เจอแล้ว ๆ”

“เฟลิดา กัญญากิตติ์ อ้าว...ไม่ได้นามสกุลอนันตรักษ์หรอ”

“เปล่า คือเรา…”

“อ๋อ ลูกพี่ลูกน้องใช่มั้ย ฉันก็ลืมไปเลยว่าพี่พอยต์เป็นลูกคนเดียว เอาแต่ดีใจที่ได้เจอเพื่อนที่เป็นคนรู้จักของพี่เขา”

“มะ…”

“น้อง ๆ ครับ จับกลุ่มกันนานแล้ว ทยอยเข้ามารายงานตัวด้วยครับ จะได้ไปเช็กอาคารเรียนต่อ” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งเริ่มตะโกนเรียกบรรดานักศึกษาที่พากันหาเลขลำดับชื่อตัวเองเหมือนกันกับพวกฉัน แต่นั่นไม่ได้เรียกความสนใจของยูนิสได้ดีเท่ากับ…

“เฮ้ย ไอ้พอยต์ทางนี้ด่วน!!” พี่คนเดิมที่คาดว่าพูดจบแล้วคงเห็นพี่พอยต์เดินเข้าห้องมาพอดี เพราะสายตาของพี่เขาที่ทอดยาวมองเลยพวกเราไปทางด้านหลัง ทำให้พวกเราหันกลับไปมองผู้มาใหม่โดยอัตโนมัติ

เสียงกรี๊ดกร๊าดของเหล่าสาว ๆ เริ่มทำงาน แม้จะต้องสำรวมและเก็บอาการ แต่เสียงวี้ดว้ายเหล่านั้นก็ดังพอสมควรเลย ทุกคนมองตามพี่เขา ในขณะที่พี่เขาเดินผ่านไปไม่ได้สนใจจะมองใคร หรือหยุดยิ้มให้ใครสักนิด ทั้งที่คนเหล่านั้นกำลังชื่นชมเขาอยู่ แล้วฉันก็มองยูนิสแบบทันทีทันใด เพราะรู้สึกว่าเธอเงียบจนผิดวิสัยไปนะ

“…”

“ช็อกไปแล้วมั้งไอ้ทิว มึงเช็กของดิ๊”

“ขนาดนั้นเลยหรอวะ” ทิวเขามองยูนิสหน้านิ่วคิ้วขมวด

“มึงงง กูตายหรือยัง”

“อย่าเวอร์” ทิวเขากลอกตามองบนด้วยความหมั่นไส้

“เชี่ย!! ตัวจริงหล่อขนาดนี้เลยหรอวะ บนโลกนี้มีคนที่หล่อขนาดนี้ด้วยหรอ”

ยูนิสยกสองมือเรียวสวยของเธอประกบที่แก้มทั้งสองข้าง เพื่อประคองใบหน้าที่เห่อร้อน เธอพูดด้วยสีหน้าคลั่งไคล้ไม่สร่าง แล้วไม่ใช่แค่ยูนิสเลย เสียงของนักศึกษาใหม่ข้าง ๆ พวกฉันก็พูดถึงพี่เขากันให้อื้ออึงไปหมด

‘ออร่ากระจายมากพ่อออ’

‘พี่เขาเป็นถึงคิงออฟวิศวะเลยนะ’

‘เขาเรียกกันว่าตัวพ่อวิศวะอะ แล้วพ่อทุกทางเลยนะแก หล่อ! รวย! เก่ง! พี่แกสุดทุกด้าน’

‘แต่เจ้าชู้ไม่ใช่หรอ ได้ข่าวเปลี่ยนสาวเป็นว่าเล่น ไม่เคยมีใครเห็นแฟนเป็นตัวเป็นตนของพี่เขาเลยนะ’

‘เป็นหนึ่งในบรรดาสาวของเขาก็ยอมนะ งื้ออ’ และอีกมากมายหลายประโยคที่สรรเสริญให้กับความเพอร์เฟกต์ของเขา

“คือเราว่าต้องรีบรายงานตัวแล้วล่ะ จะได้เช็กอาคารเรียน” ฉันเอ่ยเตือน

“จริง ไปสักทีเหอะ” ทิวเขาพูดแล้วเดินนำไป

พวกเราตามกันไปที่โต๊ะรายงานตัว บอกลำดับเลขที่ และรับเอกสารมาเพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว พวกฉันเลยจำต้องหาโต๊ะนั่ง ฉันที่เดินถึงโต๊ะช้าที่สุดเลยไม่มีสิทธิ์เลือกเก้าอี้ ทิวเขาและแอสเตอร์เลือกจะนั่งหันหลังให้กลุ่มรุ่นพี่ ทำให้ฉันต้องนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ ยูนิส ซึ่งหันหน้าเข้าหาพวกพี่เขาอย่างเสียไม่ได้

มีจังหวะหนึ่งที่ฉันเองก็มองไปเรื่อย บังเอิญเบนสายตาไปทางพี่พอยต์พอดี และเห็นว่าพี่เขามองฉันอยู่ ทำให้ฉันรีบก้มหน้าเขียนเอกสารของตัวเองไป ทำไมฉันต้องกลัวสายตาเขาด้วยนะ

“ไอ้พอยต์ นี่มึงพกมื้อเช้ามาด้วยหรอ”

“เออ” เขาตอบเสียงนิ่ง

“มีอะไรให้กูแดกมั่ง”

“วางของกูลง” พี่คนหนึ่งหยิบมื้อเช้าที่ฉันเตรียมให้พี่พอยต์ขึ้นมาทำท่าจะเปิดกิน แต่ก็โดนพี่พอยต์ท้วงซะก่อน

“โห่ มึงนี่แม่ง” พี่คนที่โดนพี่พอยต์ดุไปถึงกับโอดครวญ

“กับเพื่อนก็โหดหรอเนี่ย” ฉันเผลอพูดขึ้นเบา ๆ

“อะไรหรอเฟย์ลิน” ยูนิสทักขึ้น

“ไม่มีอะไรหรอก กรอกเอกสารกันต่อเถอะ”

“อื้ม”

“พรรษิษฐ์ เดี๋ยวเรามาหาอาจารย์หน่อย” จู่ ๆ อาจารย์ที่คุมโต๊ะก็เรียกพี่พอยต์ให้เดินไปหา ทำให้ทุกสายตาจับจ้องรอฟัง เพราะคนที่ถูกเรียกคือคนที่พวกเขาเหล่านั้นสนใจเป็นพิเศษ

“มีอะไรครับ”

“วันนี้พวกปีสามเตรียมตัวเรื่องเขียนโปรแกรมหุ่นยนต์เคลื่อนที่กัน ไฟแรงกันดีจริง ๆ ได้พร้อมลงแข่งเร็ว ๆ นี้แน่”

“ครับผม”

“ปีที่แล้วนายลงแข่งชนะมานี่ ยังไงก็ช่วยแวะไปแนะนำพวกเขาสักหน่อยแล้วกันนะ”

“ติดเรื่องอะไรกันหรอครับ”

“เห็นวุ่นวายเรื่อง Circular motion กันอยู่”

“ไม่มีปัญหาครับ”

“ขอบใจมาก” อาจารย์ตบบ่าของพี่เขาเบา ๆ ขณะที่พี่เขาโค้งตัวให้เล็กน้อยเพื่อจบบทสนทนา ก่อนจะเดินกลับไป ที่เดิม

เสียงชื่นชมในความเก่งของเขาดังรอบทิศอีกครั้ง ยูนิสก็เช่นกันที่ชื่นชมไม่ขาดปาก เอาแต่เหลือบมองพี่เขาไม่เป็นอันกรอกเอกสารจนทิวเขาเสียงแข็งใส่ จ้องแทบจะกินเลือดกินเนื้อนั่นแหละ กว่าจะเสร็จเรียบร้อย และได้รับตารางเรียนก็ใช้เวลาไปมากแล้ว โชคดีที่เป็นคาบแรกของนักศึกษาใหม่ที่ต้องรายงานตัวก่อน อาจารย์จึงไม่ได้ว่าอะไร

……….

@โรงอาหาร

“คาบแรกก็โดนรายงานคู่แล้วหรอเนี่ย สุด ๆ ไปเลย แล้วต้องจับคู่ชายหญิงอีก อันที่จริงกลุ่มเราก็ครบคู่พอดี มาโอน้อยออกกัน” ยูนิสบ่นขณะที่พวกเราเดินถือจานข้าวมองหาโต๊ะนั่งเพราะคนเยอะมาก

“ไร้สาระ! นู่น...โต๊ะว่าง”

“อ้าว ไอ้ทิว” ทิวเขาพูดแล้วเดินตรงดิ่งไปที่โต๊ะว่างตัวนั้น พวกฉันจึงรีบเดินตามเพราะเท่าที่มองดูแล้วน่าจะเหลือเป็นโต๊ะสุดท้าย คงเป็นเพราะพวกเราลงมาจากตึกช้าด้วย

ตึก ตึก

ฟุ่บบ

“อ๊ะ” อีกเพียงก้าวเดียวจะถึงโต๊ะแล้ว ทิวเขากลับหยุดเดินกะทันหันเล่นเอาฉันที่เดินตามหลังเขาพอดี หน้าจิ้มไปกับแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าให้ ดีนะจานข้าวไม่ชนหลังเขาด้วยไม่งั้นเละแน่ ๆ

“เป็นอะไรมั้ยเฟย์” ทิวเขาหันมาประคองฉันที่ก้มงุดเอามือลูบหน้าป้อย ๆ

“ขอฉันดูหน่อย”

“ระ..เราไม่เป็นไรทิวเขา” ฉันรีบปฏิเสธเพราะทิวเขาเอื้อมมือมาลูบหน้าฉันที่แดงเล็กน้อยจากการเดินชน

“น้องใหม่วิศวะหรอเนี่ย ว้าว สวยหล่อใช่เล่น” เสียงรุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยขึ้นทำลายบรรยากาศเคอะเขินเมื่อสักครู่

ฉันเงยหน้าขึ้นมองถึงได้รู้ว่าต้นเหตุของการที่ทิวเขาหยุดเดินคือพวกพี่เขานั่นแหละ ที่เดินมาถึงโต๊ะพร้อมกันพอดี ทิวเขาถึงได้ชะงักไป

“สวยจริงด้วยว่ะไอ้เนส” พี่ผู้ชายอีกคนเอ่ยสมทบกับพี่คนแรก

“เฉย ๆ” สะ..เสียงนี้ พี่พอยต์ เป็นเขาจริง ๆ ด้วยที่ยืนกอดอกมองฉันด้วยสีหน้าไม่เป็นมิตรเช่นเคย อันที่จริงไม่ได้ มีแค่ฉันที่เหวอ ยูนิสเองก็แอบยืนเหวอทำตัวไม่ถูกไปด้วยเช่นกัน คงเป็นเพราะเจอพี่เขาในระยะประชิดขนาดนี้

“เรดาห์สแกนความสวยมึงเสียหรอวะ”

“ถ้าสวย แต่เรื่องผู้ชายไม่ธรรมดาแบบนี้ กูก็ไม่สน”

“เฟย์ไม่ได้…”

พรึ่บ

อีกแล้ว เขาไม่รอให้ฉันพูดจบก็เดินเอาจานข้าวในมือไปวางลงบนโต๊ะแล้วนั่งกินเฉยเลย ทำให้เหล่ารุ่นพี่พวกนั้นมองฉันกับเขาสลับกันไปมา และสุดท้ายก็นั่งลงตามเขา

“อย่าไปสนมันเลยน้อง มันก็ปากหมาแบบนี้แหละ” พี่ที่ทักพวกฉันเป็นคนแรกเอ่ย

“ไหน ๆ แล้วก็นั่งด้วยกันเลยครับ โต๊ะออกจะใหญ่” พี่อีกคนทักขึ้น ซึ่งคนนี้บุคลิกดูไม่ขี้เล่น หรือเจ้าชู้แบบพี่สองคนแรกที่ทักพวกเราเลย แต่ออกแนวร้ายลึกแฮะ รอยยิ้มกับสายตาดูมีแววร้ายกาจและอันตราย มองแล้วก็ขนลุกอยู่เหมือนกัน

“ขอบคุณค่ะพี่อเกน” ยูนิสฉีกยิ้มกว้างแล้วรีบนั่งลง แอบดึงชายเสื้อฉันให้นั่งลงตามอีกต่างหาก เมื่อกี้ยังช็อก อยู่เลย กลับมาดี๊ด๊าได้ไวเกินใคร

“รู้จักพี่หรอครับ”

“ค่ะ อันที่จริงนิสรู้จักทุกคนเลย พวกพี่ดังมากค่ะ ในโรงเรียนมัธยมของนิส” ยูนิสตอบแต่สายตาเหลือบมองพี่พอยต์แทบจะตลอดเวลา

“อ่อครับ” พี่อเกนตอบยิ้ม ๆ

บรรยากาศบนโต๊ะดำเนินไปสักพัก รุ่นพี่ชวนพวกฉันคุยบ้าง และคุยกันเองบ้าง ยังมียูนิสที่คุยกับพวกพี่เขาอีก ทำให้ฉันพอจะได้รู้ไปด้วยว่าใครเป็นใคร และได้ทำความรู้จักไปในตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป