บทที่ 2 ว่ากันว่า...

ฉากหน้าของซิ่นฮวาคือท่านหญิงน้อยๆ ที่แสนงดงามอ่อนหวาน เก่งโคลงกลอนและเขียนอักษร ฝีมือด้านบรรเลงกู่เจิงเยี่ยมยอดสมกับที่เป็น “ธิดาเทพ” อายุเพียงเจ็ดขวบนางสามารถเล่นกู่ฉินหรือพิณเจ็ดสายได้ไพเราะจับใจ อายุสิบสองขวบนางขึ้นเป็นผู้เชิญดอกไม้บูชาเทพมังกรดิน

ตุนหวงมีธรรมเนียนที่เริ่มปฏิบัติไม่นาน เริ่มตั้งแต่ปีที่ชินอ๋องรับพระชายามาสู่ตำหนัก ในทุกปีจะมีพิธีบวงสรวงบูชาเทพมังกรอำนวยพรให้ผู้เดินทางปลอดภัย ในปีแรกๆ นั้น พระชายาเป็นผู้บรรเลงผีผาถวายบูชาเทพมังกรดิน ขอพรให้ผู้เดินทางได้ปลอดภัยรวมทั้งให้ตุนหวงสงบสุข ต่อมาเมื่อซิ่นฮวาแสดงความสามารถด้านดนตรีเป็นที่ประจักษ์ นางจึงให้บุตรสาวได้รับหน้าที่เชิญดอกไม้และบรรเลงดนตรีเพื่อบูชาเทพมังกรดิน ว่ากันว่าการบูชาเทพมังกรดินนั้นนอกจากนำความร่มเย็นสู่แผ่นดินแล้ว ยังให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล 

ฝนตกทั้งที่...ไม่ใช่ฤดูฝน

กล่าวกันว่าเป็นเพราะธิดาเทพซิ่นฮวา

ในปีที่ซิ่นฮวาขึ้นรับเป็นผู้เชิญดอกไม้บูชาเทพมังกรดินครั้งแรกนั้น ซิ่นหลิงพี่ชายฝาแฝดของนางออกเดินทางไปศึกษาร่ำเรียนกับอาจารย์เจี่ยง ผู้เคยเป็นอาจารย์ของบิดามาก่อน ‘ซิ่นหลิง’ เดินทางพร้อม ‘กันอี๋’ บุตรชายของชากกีผู้เป็นมือขวาของรองแม่ทัพซานม่านหวาและจื่อเหยี่ยนสาวใช้คนสนิทของพระชายา และ ‘ซาโม่’ บุตรชายของมาร์คัส ชายหนุ่มผู้มีประวัติไม่ชัดเจนกับรองแม่ทัพซานม่านหวา แม้เป็นเพียงเด็กชายแต่ทั้งสามกลับออกเดินทางอย่างไร้ความหวาดกลัว โดยมี

องครักษ์เจิ้งหู่เจิ้งไฉติดตามอารักขา ‘ซิ่นสือ’ อยากติดตามพี่ชายไปด้วยแต่เพราะเขายังเด็กนัก มารดาไม่อนุญาต แต่กระนั้นบิดาก็เชิญอาจารย์มาสอนบุตรสาวและบุตรชายคนเล็ก

แม้ผู้คนเข้าใจว่าชินอ๋องผู้นี้ไม่เป็นที่โปรดปรานขององค์ฮ่องเต้ แต่ทรงแอบส่งบัณฑิตอันดับสามจากเมืองหลวงมาสอนเด็กๆ ไม่ว่าอย่างไรพวกเขาถือเป็นเชื้อสาย ‘ตระกูลเซวียน’ มีสายเลือดมังกรเช่นกัน

พระชายาหนิงเหมยมีนิสัยอ่อนโยน มีเมตตา ตั้งโรงทานทุกสิบห้าวัน 

พระชายามีบ่าวติดตามกายมาตั้งแต่ออกจากเมืองหลวงคือ ‘จ้าวต้า’ เป็นเด็กกำพร้าที่นางซื้อตัวมาตั้งแต่ยังเด็ก บัดนี้ได้รับการส่งเสริม ทั้งอ่านเขียนเรียนหนังสือและฝึกวรยุทธ จากเด็กชายผอมกะหร่องมาบัดนี้เป็นรับตำแหน่งพ่อบ้านในตำหนักดุจตะวันด้วยวัยยี่สิบแปด ส่วนป้าหุยเหอนั้นเป็นบ่าวอาวุธโสที่พระชายาให้ความเคารพเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ 

ทว่าเบื้องหลังรั้วกำแพงจวนชินอ๋องนั้นมักปรากฏความวุ่นวายอยู่เสมอ ใครเลยจะรู้ว่าเด็กหญิงที่แสนงดงามดุจเทพธิดานั้น มีนิสัยซุกซนให้บิดามารดาต้องปวดหัวกันเล่า? แม้ปีนี้นางจะอายุสิบเจ็ดแล้วก็ตาม เพียงพริบตาจาก เด็กหญิงตัวน้อยผู้นั้นก็กลายเป็นหญิงสาวงดงามอ่อนหวาน ความงามของนางดุจกลิ่นหอมของดอกไม้ที่ส่งกลิ่นขจรขจายไปไกล แต่เนื่องจากบิดารักและหวงลูกสาวคนนี้เหลือเกิน แม้นางอายุสิบเจ็ดแล้วยังไม่คิดสนใจให้นางมีคู่ครองออกเรือน 

หญิงสาวในยามนี้ก็ไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเช่นกัน เพราะหัวใจของนางมีผู้อื่นอยู่แล้ว เป็นคนที่นางหมายมั่นจะเป็น ‘เจ้าสาว’ ให้เขาแต่เพียงผู้เดียว 

หญิงสาวร่างเล็กในชุดของบุรุษเสื้อผ้าเนื้อหยาบวิ่งหน้าตาตื่นมาจากด้านหลังของตำหนักชินอ๋อง ดวงหน้าอ่อนหวานปรากฏเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นราวกับตากฝน และเพราะนางมุดรอดรอยแยกของกำแพงด้านหลัง ทำให้เส้นผมที่เกล้ามวยเยี่ยงบุรุษนั้นหลุดลุ่ยลงมาเคลียบ่า ทว่ากลับขับเน้นความงามบนใบหน้าจิ้มลิ้มดุจหญิงสาววัยสิบเจ็ดปี

“คุณหนู ทางนี้เจ้าค่ะ”

“น้าจื่อเหยี่ยน” 

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นเห็นบ่าวคนสนิทของมารดามายืนรอด้วยอาการ

กระสับกระส่าย นางยิ้มกว้างแล้วรีบวิ่งเข้าไปหา จื่อเหยี่ยนส่ายหน้าไปมาพลางยื่นมือไปหยิบเศษใบไม้ออกจากศีรษะและลูบผมให้อย่างรวดเร็ว

“ไยคุณหนูกลับมาช้านักเจ้าคะ”

“ท่านแม่ออกมาจากห้องสวดมนต์แล้วหรือ?”

“ยังเจ้าค่ะ ตอนนี้ปี้เอ๋อร์คอยดูต้นทางให้อยู่ คุณหนูรีบกลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า”

“อืม” หญิงสาวพยักหน้ารับอย่างโล่งอก ทันใดนั้นเอง นางเสียวสันหลังวาบจนไม่กล้าหันไปมองไอเย็นที่แผ่มากระทบแผ่นหลังของนาง

“ดูต้นทาง? ดีมาก ดีจริงๆ” 

“ทะ...ท่านแม่” 

หญิงสาวโอดครวญในใจไม่กล้าหันกลับไปมองเจ้าของเสียงเยือกเย็นด้านหลัง มารดาของนางแม้มีจิตใจงดงามมีเมตตา ตั้งโรงทานทุกสิบห้าวัน ซ้ำยังสวมมนต์ไหว้พระสม่ำเสมอ ทว่ากับลูกสาวคนเดียวอย่างนาง กลับไม่เคยโอนอ่อนผ่อนปรนกฎระเบียบใดๆ ทั้งสิ้น แต่หันหลังให้แบบนี้ท่านแม่จะยิ่งโกรธหนักยิ่งขึ้น นางจึงจำใจหันกลับมา พอเห็นท่าทางโกรธขึงของมารดาก็ทำให้นางทำหน้ามุ่ย แต่ไร้แววสำนึกผิด

“ฮวาเอ๋อร์ อีกสามวันจะถึงวันบวงสรวงเทพมังกรดิน แม่ให้เจ้าอยู่ในเรือนฝึกฝนเพลงพิณและเตรียมตัวเข้าพิธีแต่เจ้ากลับหนีออกนอกตำหนัก!”

“ท่านแม่ ...ลูกรับหน้าที่เชิญดอกไม้บูชาเทพมังกรดินตั้งแต่อายุสิบสอง เรื่องเหล่านี้ต่อให้หลับตาทำลูกก็ไม่มีทางทำพลาดเด็ดขาด หรือถ้าพลาดจริงเทพมังกรดินก็ไม่มีทางโกรธลูกแน่นอน”

“ยังกล้าเถี่ยงแม่อีกรึ! เทพมังกรดินมิใช่ผู้ที่เจ้าจะล่วงเกินได้ หากไม่ใช่เพราะเทพมังกรดินเมตตาช่วยเหลือ...”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป