บทที่ 6 แค่อดีต
ด้านปิ่นแก้วที่มาทานอาหารพร้อมกับศิลาคู่หมั้นของตัวเอง ก็ได้ยินเสียงคนเชียร์ใครคนหนึ่งให้หอมแก้มกัน เธอก็หันไปมองอย่างอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะทำหน้าอึ้งๆเมื่อได้เห็นภารัณอดีตแฟนของเธอกำลังหอมแก้มผู้หญิง โดยมีคุณทาเคชิหนึ่งในผู้บริหารจากญี่ปุ่นที่ตอนนี้กำลังเนื้อหอมเพราะใครๆก็อยากจะร่วมงานด้วยนั่งอยู่ตรงนั้นด้วย และมันน่าแปลกที่ภารัณกล้าหอมแก้มผู้หญิงคนนั้นต่อหน้าคนอื่นๆ จนกระทั่งเขาตกลงกับคุณทาเคชิเสร็จไปแล้ว แต่เขาก็ยังใกล้ชิดกับเด็กผู้หญิงคนนั้นไม่ห่าง
“ดูท่าตอนนี้อดีตคนรักของคุณเขาจะมีผู้หญิงคนใหม่ซะแล้วสิ แถมยังเด็กมากด้วยนะนั่น” ศิลาพูดไปก็มองผู้หญิงที่ภารัณควงมาอย่างพิจารณา ว่าเธอน่าจะเป็นสาววัยใสที่กำลังถูกโคแก่อย่างภารัณเลี้ยงเอาไว้แน่ๆ
ปิ่นแก้วก็ใช้สายตามองอย่างพิจารณาเช่นกัน และเธอก็ไม่อยากจะเชื่อว่าภารัณจะคบกับเด็กวัยละอ่อนขนาดนั้น ทั้งที่เขานั้นไม่เคยคบกับใครแบบเปิดตัวเลยนับตั้งแต่เลิกกับเธอไป ซึ่งมันก็ทำให้เธอรู้ว่าเขานั้นยังลืมเธอไม่ได้ แต่นี่เขากลับหอมแก้มยัยเด็กนี่ต่อหน้าคนอื่นแบบนี้ ทั้งที่เขาก็ไม่เคยหอมแก้มหรืออะไรอย่างนี้กับเธอต่อหน้าคนอื่น มันจึ้งทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจอย่างบอกไม่ถูก
“อยากจะไปทักทายอดีตคนรักของคุณไหมล่ะ เผื่อจะได้รู้ว่านั่นน่ะแค่คนควงเล่นๆหรือว่าตัวจริงของเขากันแน่” ศิลาพูดออกไปแล้วมองหน้าของคนรักที่กำลังมองไปยังโต๊ะจองภารัณอยู่ด้วยรอยยิ้มร้ายๆ เพราะเขารอวันที่ปิ่นแกล้วจะลืมภารัณได้อย่างหมดใจมานานแล้ว แต่เธอยังคงทำงานอยู่กับเขา จะทำให้เขาวางใจได้ยังไงในเมื่อไอ้หมอนี่มันก็ยังครองตัวเป็นโสดอยู่ พอเขาได้มาเห็นอย่างนี้แล้วก็ทำให้เขาอดดีใจไม่ได้
“ไม่ดีกว่าค่ะ นี่เป็นวันครบรอบของเราสองคน ฉันไม่อยากทำให้คุณเสียบรรยากาศ เราอย่าไปสนใจพวกเขาเลยค่ะ ทานอาหารต่อเถอะ” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็ทำเป็นไม่สนใจภารัณและผู้หญิงของเขา
“มาเถอะน่า ไปทำความรู้จักกันนิดๆหน่อยๆเอง ถ้าคุณไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วก็ลุกขึ้นแล้วไปกับผม ” ศิลาพูดไปก็ลุกขึ้นแล้วก็เดินเข้าไปหาปิ่นแก้ว
“ค่ะ” ปิ่นแก้วพยักหน้าตอบไปก็ลุกขึ้น แล้วก็ควงแขนของศิลาเข้าไปหาภารัณและผู้หญิงของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะศิลาไม่เคยไว้ใจเธอเรื่องของภารัณเลยสักครั้ง
“อ่าว คุณภารัณ จะไปกันแล้วเหรอครับ ผมกับปิ่นอุตส่าห์รีบเดินมาหาเพราะอยากจะรู้จักสาวน้อยที่คุณควงมานะครับเนี่ย เห็นหอมแก้มกันต่อหน้าคุณทาเคชิซะด้วย หวานกันจังเลยนะครับ ไม่ทราบว่าสาวน้อยคนนี้คือ” ศิลาเข้ามาแล้วเอ่ยพูดออกไปรัวๆ เพื่อตอกย้ำให้คู่หมั้นของเขาได้เห็นว่าภารัณนั้นกำลังจะมีผู้หญิงคนใหม่แล้ว
ด้านภารัณก็มองหน้าของศิลาและปิ่นแก้วแล้วเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจที่ต้องมาเจอกับสองคนนี้ในเวลาแบบนี้ แล้วสองคนนี้ก็ยังมาเห็นตอนเขาหอมแก้มปารารินอีก เขาคงต้องแกล้งเป็นแฟนของเธอต่อไปอีกสินะ ส่วนปารารินก็มองชายหญิงทั้งสองคนเข้ามาทักทายภารัณด้วยสายตาสงสัย เพราะดูเหมือนมันจะมีรังสีความไม่เป็นมิตรซ่อนอยู่
“นี่ปาราริน แฟนของผมเอง ” ภารัณพูดแนะนำปารารินออกไปแล้วเอามือโอบเอวของปาราริน ก่อนจะจมองสบตากับปิ่นแก้วที่มองมาที่เขา พอเขาจะแนะนำทั้งสองให้กับปารารินก็ดันลูกศิลาพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน
“จริงเหรอครับเนี่ย ตั้งแต่ผมเห็นคุณภารัณเลิกกับคู่หมั้นของผมไป ผมก็นึกว่าคุณยังลืมปิ่นเขาไม่ได้ซะอีก พอเห็นคุณมีแฟนใหม่อย่างนี้แล้วผมก็ยินดีด้วยจริงๆครับ” ศิลาพูดออกไปแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เพราะมันทำให้เขาได้ตอกย้ำเรื่องของปิ่นแก้วกับภารัณให้รู้สถานะของทั้งสอง
ภารัณก็กำหมัดแน่นอย่างเก็บความไม่พอใจ และปารารินก็รับรู้ได้ว่าเขากำลังกำหมัดแน่น ทำให้เธอแลสายตาไปมองเขาอย่างสงสารกับการถูกข่มแบบนี้ นี่เขาคงจะยังรักผู้หญิงคนนี้อยู่แน่ๆ ถึงได้ยอมแบบนี้ปกติเห็นปากเก่งจะตายไป
“ศิลาคะ เรื่องมันก็ผ่านมานานแล้วนะคะ ถ้าภามเขาจะมีแฟนใหม่มันก็ไม่ใชเรื่องแปลกอะไรนี่คะ เรากลับไปนั่งโต๊ะของเราเถอะค่ะ ” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็มองไปที่ภารัณด้วยสายตาเศร้าๆ เพราะเธอยอมรับว่าเธอก็ยังรู้สึกดีกับเขาอยู่ พอเขาควงผู้หญิงคนใหม่มาแบบนี้แล้ว มันก็ทำให้เธอรู้สึกจุกๆ
ปารารินที่ยืนอยู่เงียบๆก็มองดูสงครามประสาทของทั้งสาม ที่ดูเหมือนจะเป็นรักสามเศร้า เพราะคนหนึ่งก็หวงคู่หมั้น อีกคนหนึ่งก็หวงก้าง ส่วนอีกคนก็อาลัยอาวรณ์กันทางสายตา เฮ้อ เห็นแล้วไม่รู้จะสมเพชหรือสงสารดีกับเรื่องแบบนี้ แต่ดูๆไปแล้วไอ้คู่หมั้นของแฟนขานี่มันก็น่าหมั่นไส้จริงๆ พูดจากวนประสาทอยู่ได้
“เดี๋ยวก่อนสิครับปิ่น เรายังไม่ได้รู้จักแฟนใหม่ของคุณภารัณเขาเลยนะครับ คุณจะรีบไปไหนล่ะ ” ศิลาพูดไปก็หันไปมองหน้าของปิ่นแก้วแบบจดจ้อง
“ผมศิลาเป็นเพื่อนทางธุรกิจของคุณภารัณ แล้วก็นี่ปิ่นแก้วคู่หมั้นของผมเอง พอดีวันนี้เรามาฉลองวันครบรอบสามปีที่เราหมั้นกันน่ะครับ ถ้าไม่รังเกียจเชิญคุณภารัณกับคุณปารารินร่วมทานอาหารกับเราหน่อยได้ไหมครับ” ศิลาพูดออกไปแล้วยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกไป
“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักคุณศิลาแล้วก็คุณปิ่นแก้วนะคะ แต่ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะที่เราคงร่วมทานอาหารกับคุณสองคนไม่ได้ เพราะเราทานอาหารกับคุณทาเคชิกันจนอิ่มแล้ว แล้วเดี๋ยวคุณภารัณเขาต้องพาฉันไปช๊อปต่อด้วยคงไม่ว่างมาทานอาหารร่วมกับคุณสองคนหรอกค่ะ จริงไหมคะที่รัก” ปารารินพูดบอกไปแล้วยิ้มอย่างสดใส อย่างช่วยๆภารัณให้เขาออกจากสถานการณ์นี้
“อืมใช่ พอดีผมต้องพาแฟนไปช็อปปิ้งต่ออีก คงทานอาหารกับคุณสองคนไม่ได้ ยังไงผมขอตัวเลยก็แล้วนะ” ภารัณเห็นปารารินช่วยเขาพูดอย่างนั้น เขาก็เอ่ยเสริมเธอออกไปทันที
“ภามคะ” ปิ่นแก้วเรียกภารัณออกไปอย่างอดไม่ได้ ก่อนจะมองสบตากับเขาอย่างลึกซึ้ง
“มีอะไรเหรอปิ่น” ภารัณถามออกไปแล้วมองแววตาของธอที่มองมาที่เขา มันก็ทำให้เขารู้สึกปวดใจที่เขาไม่สามารถมีเธอได้อีกแล้ว
“ปิ่นดีใจนะคะที่คุณเจอผู้หญิงที่คุณรักแล้วคุณก็มีเวลาให้เธอแบบนี้ เธอโชคดีกว่าปิ่นมาก” ปิ่นแก้วพูดบอกไปอย่างน้อยใจ เพราะสาเหตุที่เธอเลิกกับเขาก็เป็นแพราะเขาไม่มีเวลาให้เธอ แต่ดูตอนนี้สิ เขากลับมีเวลาพาผู้หญิงคนนี้ไปช็อปปิ้งแถมยังแสดงความรักด้วยการเรียกขานกันอย่างสนิทสนม
ปารารินเห็นทั้งสองพูดกันด้วยพร้อมกับมองกันด้วยสายตาแฝงด้วยความนัยอย่างนั้นแล้ว เธอก็มองไปที่คู่หมั้นของผู้หญิงคนนี้ทันที แล้วเขาก็ทำท่าทีที่ดูจะไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจน จนเธอต้องรีบเอ่ยแทรกทันที
“เรื่องที่มันเป็นอดีตไปแล้วเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอกค่ะ มันคนละเวลากัน แต่ฉันก็โชคดีจริงๆแหละค่ะที่เจอผู้ชายอย่างเขา เขาเป็นคนที่ดีมากๆจนฉันแทบไม่อยากจะห่างเขาไปไหนเลยค่ะ คุยกันมานานแล้ว เราไปกันได้หรือยังคะที่รัก เดี๋ยวไม่ทันซื้อกระเป๋าคอลเลคชั่นใหม่ให้ฉันนะคะ” ปารารินพูดออกไปก็เงยหน้ามองภารัณแล้วยิ้มออกไปแบบอ้อนๆ ทั้งที่เธอแทบอยากจะฆ่าเขาเลยต่างหาก
“ครับที่รัก งั้นผมสองคนขอตัวก่อนนะครับ” ภารัณพูดบอกไปก็ฝืนยิ้มให้ทั้งสองไป ก่อนจะค่อยเอามือที่โอบเอวของปารารินมาเลื่อนลงมาให้เหมือนจับมือกัน ก่อนที่เขาจะเดินจูงมือเธอออกไปทันที
“ไปนะคะ” ปารารินพูดบอกไปแบบรนๆ เมื่อภารัณเดินออกมาแล้วเธอที่จับมือกับเขาอยู่ก็ต้องรีบเดินตามออกมา
“คุณมองคุณภารัณแบบนั้นคงไม่ใช่เพราะหึงหรอกนะ” ศิลาถามออกไป เพราะสีหน้าและท่าทางรวมถึงคำพูดของปิ่นแก้ว มันทำให้เขาอดคิดไมได้ว่าจนถึงตอนนี้แล้วเธอก็ยังไม่ลืมภารัณ
“เปล่าค่ะ คุณอย่าคิดมากเลยค่ะ ฉันกับภามเลิกกันมาหลายปีแล้วนะคะ ถ้าฉันหึงภามแล้วฉันจะมาหมั้นกับคุณทำไมล่ะคะ เรากลับไปที่โต๊ะของเราเถอะค่ะ ถ้าคุณยังอยากจะฉลองวันครบรอบของเราอยู่” ปิ่นแก้วพูดออกไปก็เดินกลับไปที่โต๊ะของพวกเธอที่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง
“ผมจะทำให้คุณลืมมันให้ได้” ศิลาพูดตามร่างบางไปอย่างมาดมั่น เพราะเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ปิ่นแก้วกลับไปหาคนอย่างภารัณเด็ดขาด
