บทที่ 3 เด็กสาวผู้เรียบร้อย
“ค่ะ แล้วภาจะต้องเข้างานกี่โมง อะไรยังไงบ้างคะ” ภาริดารีบถาม เขาหัวเราะเชิงเอ็นดู เพราะเธอตื่นเต้นจนปิดไม่มิด
“เริ่มงาน 8 โมงเช้า เลิก 5 โมงเย็น โต๊ะทำงานของเธอจะอยู่ข้างๆ พี่ตา เธอมีหน้าที่เตรียมกาแฟ และอาหารเช้าให้ฉันก่อน 9 โมงเช้า เพราะฉันจะมาทานมื้อเช้าที่ทำงานทุกวัน นอกจากนี้ก็ช่วยพี่ตาจัดทำเอกสารการประชุม เวลามีประชุมก็จดรายละเอียดการประชุม บางครั้งต้องแกะเทปห้องประชุมเพื่อมาทำเป็นรายงานสรุปผลการประชุม ถ่ายเอกสาร แล้วก็ช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ พี่ตา” เขมกรอธิบายขอบเขตงานคร่าวๆ ให้ภาริดาฟัง เธอหยิบสมุดและปากกาขึ้นมาจดทันที
“ค่ะ”
“เอาล่ะ... วันนี้ก็มีเท่านี้ ลงไปกินกาแฟกันนะ” เขาปิดแฟ้มเอกสารแล้วลุกขึ้นยืน ภาริดารีบลุกตาม เธออึกอัก รู้สึกเกรงใจเขาอย่างบอกไม่ถูก
“ภาไม่ดื่มกาแฟค่ะ”
“ไม่ดื่มกาแฟก็ไม่เป็นไร มีเครื่องดื่มอย่างอื่นเยอะแยะ ไปๆ ไม่ต้องเกรงใจ” เขาเดินนำเธอไปที่ประตู ภาริดารีบเดินตามเขาต้อยๆ ลงไปร้านกาแฟชั้นล่างของบริษัททันที
เมื่อถึงร้านกาแฟ ภาริดาสั่งนมเย็น เขมกรเห็นเธอมีท่าทีเกรงใจจึงสั่งขนมเค้กให้เธออีก เขาลอบมองเธออยู่บ่อยครั้ง เธอมีใบหน้าขาวใสน่ารัก ดวงตากลมโตแจ๋ว มองยังไงก็ไม่เบื่อ
“ตอนนี้เธอพักอยู่ที่ไหน” เขาเริ่มบทสนทนา หลังเห็นเธอเกร็งๆ ไม่กล้าเงยหน้าสบตาเขา จ้องมองแต่แก้วชานมอยู่อย่างนั้น
“อยู่หอหญิงข้างมหาวิทยาลัยค่ะ”
“ใกล้กับบริษัทเลย แล้วบ้านเธอล่ะ อยู่ที่ไหนเหรอ” เขาถามอีก เขมกรต้องการทราบข้อมูลส่วนตัวเธอให้ได้มากที่สุด
“อยู่แถวนนทบุรีค่ะ”
“อ้อ... ถ้าอยู่บ้านก็เดินทางลำบากพอสมควร”
“ใช่ค่ะ ลำบากมาก รถก็ติด” เธอแอบบ่นเบาๆ เขมกรยิ้มอย่างเอ็นดู
“เธอมีพี่น้องกี่คน อยู่กับใครบ้างเหรอ” เขาถามอีก ภาริดาเงยหน้ามองว่าที่เจ้านายด้วยสายตาแปลกๆ เป็นเชิงสงสัย ว่าทำไมเขมกรถึงอยากรู้เรื่องส่วนตัวของเธอนัก
“มีน้องชายคนเดียวค่ะ ที่บ้านก็อยู่กันกับแม่และน้องชาย ส่วนพ่อเสียไปตั้งแต่ภาอายุ 10 ขวบแล้วค่ะ” แม้ว่าเธอจะสงสัย แต่ก็ยอมตอบคำถามเขมกร เพราะเธอคิดว่ามันคงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก
“อืม...” เขาครางต่ำๆ แล้วก็ก้มมองนาฬิกา แม้ว่าตอนนี้จะใกล้ถึงเวลาเข้าประชุมแล้ว แต่เขายังอยู่นั่งมองหน้าเธออยู่อย่างนั้นอีกสักพัก เสียแต่ว่าจู่ๆ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู และทำสีหน้ายุ่งยาก
“คุณเขมคะ ภาต้องขอตัวก่อนนะคะ ลืมไปเลยว่าบ่ายนี้มีนัดกับเพื่อน” เธอรีบบอกเขมกร เขางุนงงกับท่าทางเร่งรีบแบบผิดปกติของเธอ ในใจก็นึกอยากรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอมีนัดกับเพื่อน หรือว่าเธอนัดกับแฟนเอาไว้
“โอเค ยังไงพรุ่งนี้เจอกันนะ”
“ค่ะ ขอบคุณสำหรับขนมวันนี้มากนะคะ” เธอรีบยกมือไหว้ และรีบเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที ทิ้งให้เขมกรยืนมองเธอไปจนลับสายตา ในใจนึกเพียงแค่ว่าขออย่าให้เธอมีแฟนเลย เขาพร้อมที่จะดูแลเด็กผู้หญิงคนนี้มากที่สุด
ผ่านไป 1 เดือนแล้วที่ภาริดาเข้ามาฝึกงานที่บริษัท ระหว่างนี้เขมกรพยายามหยอด เล่นมุกจีบหลายอย่าง แต่ดูเหมือนว่าภาริดาจะไม่เข้าใจเลยแม้แต่น้อย จนเขาแทบจะท้อถอยเสียแล้ว
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องงาน เขมกรยอมรับเลยว่าภาริดาเก่ง เรียนรู้เร็วและขยันมาก เธอจะมาทำงานเช้าในทุกวัน ดูจากเวลาสแกนนิ้วเข้างานแล้ว เขาพบว่าภาริดาจะมาถึงบริษัทก่อน 8 โมงเช้าเสมอ และเธอเองก็เตรียมอาหารเช้ากับกาแฟให้เขาอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แถมยังจัดหาผลไม้ให้ด้วย เธอชอบพูดว่าเขาไม่ค่อยกินผัก ผลไม้ เกรงว่าจะขาดสารอาหาร จึงเตรียมมื้อเช้าที่มีโภชนาการครบ 5 หมู่ไว้เสมอ ทำให้เขาประทับใจเธอมากกว่าเดิมอีก
“ขออนุญาตค่ะ”
และวันนี้ก็เช่นเดิม ภาริดาเดินยกถาดอาหารเข้ามาในห้องทำงานของเขา เขมกรเงยหน้ามองหญิงสาวอย่างชื่นชม นอกจากเรื่องทำงานแล้วเขายังประทับใจในเรื่องการวางตัวอีกด้วย ภาริดาวางตัวกับพนักงานคนอื่นๆ ได้ดีทุกคน แม้ว่าจะมีพนักงานบางกลุ่มพูดจาจิกกัดเพราะหมั่นไส้ที่เธอได้ทำงานใกล้ชิดเขามากกว่าคนอื่นก็ตาม แต่ก็ไม่ส่งผลให้เธอทำงานแย่ลงหรือนอยส์กับเรื่องที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้เธอยังแต่งกายเรียบร้อย ทั้งเสื้อนักศึกษาที่ไม่รัดรูปและเธอมักจะใส่กระโปรงพลีท บางวันเธอก็เปลี่ยนมาใส่กระโปรงทรงเอ แต่ก็มีความยาวคลุมเข่าเสมอ
