บทที่ 11 คนนึงรัก...คนนึงเกลียด
สามวันต่อมา
11.30 น.
ณ บริษัทอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศไทย
ตึกสูงใหญ่ตระการตานับสี่สิบชั้น มีประชากรอาศัยอยู่นับร้อยกว่าคน ตั้งอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานคร บนชั้นสูงสุดของตึกเป็นห้องทำงานของผู้บริหารหนุ่มหล่อไฟแรงกำลังเป็นที่ฮิตฮอตในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์
ติณภพนั่งอ่านเอกสารในแฟ้มด้วยใบหน้าเคร่งเครียด มือแกร่งจรดปลายปากกาเซ็นต์อนุมัติอย่างจริงจัง เขาต้องมีความรอบคอบมาก เพราะการทำงานลงทุนแบบนี้ย่อมมีความเสี่ยงเสมอ การที่เขาจริงจังและมุ่งมั่นให้กับการทำงาน เป็นผลทำให้บริษัทของเขาเติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็วนั่นเอง
“เฮ้อ~เสร็จสักที” ปากหยักสถบอย่างโล่งใจ เมื่อเอกสารตรงหน้าเซ็นต์อนุมัติเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงเอนกายพิงเก้าอี้ ตาคมหลับลงเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้า
จู่ๆ ภาพเหตุการณ์เมื่อสามวันก่อนที่เขาได้พบเจอกับหญิงสาวที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนมินตราก็ปรากฏขึ้นมาในหัว ติณภพเผลอระบายยิ้มออกมาอย่างลืมตัว จริงสิ ตั้งแต่วันนั้นเขาก็ไม่ได้ไปผับอีกเลย เพราะช่วงนี้เขาค่อนข้างงานยุ่ง แถมพรุ่งนี้ต้องไปสัมมนาที่ภูเก็ตอีก ไว้กลับมาเมื่อไหร่เขาจะไปที่ผับอีกครั้ง เพื่อถามชื่อเธอให้ได้...
"ติณ..."เสียงบุคคลเข้ามาใหม่ไม่ได้ทำให้ติณภพได้ยินเลยแม้แต่น้อย
"ไอ้ติณ! "ธีรดลตะโกนเรียกติณภพอย่างหัวเสีย เพราะเพื่อนรักเอาแต่นั่งยิ้มเหม่ออะไรก็ไม่รู้ ช่วงนี้ติณภพต้องโดนตัวอะไรเข้าสิงแน่นอน
"จะเสียงดังทำไมวะ ฉันก็นั่งอยู่แค่นี้เอง แล้วนี่แกเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่? "ติณภพลืมตาขึ้นมาอย่างหงุดหงิด ก็พบธีรดลมานั่งอยู่ตรงหน้า
"แหมมาตั้งแต่เห็นแกนั่งเหม่อแล้ว เรียกยังไงก็ไม่ได้ยินก็ต้องเสียงดังสิวะ"
"มาหาฉันที่ห้องมีเรื่องอะไรไม่ทราบ? "
"มี"
"เรื่อง? "
"ก็จะมาบอกเรื่องที่จะไปสัมมนาที่ภูเก็ตพรุ่งนี้ไง"ธีรดลพูดเสร็จก็เอนกายพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ
"แล้ว? "ติณภพไม่ได้ตกใจกับเรื่องที่ธีรดลบอก เพราะทราบตั้งแต่เมื่อเช้าแล้ว
"ก็พ่อแกโทรมาบอกฉันเมื่อเช้าว่าให้คุณรสาไปด้วยนะสิ"
"ว่าไงนะ! "ถ้อยคำสุดท้ายของธีรดลทำให้ติณภพตกใจอย่างมาก
"จะเอายัยนั่นไปเกะกะทำไมวะ ฉันไม่เข้าใจคุณพ่อเลยจริงๆ "ติณภพบ่นอย่างหัวเสีย ลำพังมีแค่เลขากับธีรดลเขาก็ปวดหัวแย่แล้ว ยิ่งเอารสาไปด้วย เขาก็ยิ่งจะเสียสุขภาพจิตเข้าไปใหญ่ เพราะเกลียดเธอยิ่งกว่าอะไรเสียอีก
"ฮันนีมูนก่อนแต่งไงฮ่าๆ รักเขามากไม่ใช่หรอ~"ธีรดลหัวเราะอย่างชอบใจ
"เหอะ! เกลียดมากที่สุดจะดีกว่า ใครมันจะไปรักผู้หญิงที่ฆ่าแฟนตัวเองวะ! "อารมณ์เดือดของติณภพพุ่งขึ้นมาทันทีที่พูดถึงเรื่องนี้
"เอ่อ....ใจเย็นๆ สิวะไอ้ติณ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะให้แกกลับไปคิดเรื่องมินตรานะ"ธีรดลรีบแก้ต่างอย่างรวดเร็ว เพราะเผลอไปสะกิดแผลในใจของติณภพ
"ช่างเถอะ...แกมีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่มั้ย...ออกไปได้แล้ว"ติณภพผ่อนลมหายใจเข้าออกเพื่อขับไล่อารมณ์โกรธเมื่อครู่ให้หายออกไป
"อืม...งั้นฉันไปนะ"ธีรดลรีบลุกขึ้นยืนทันที ขืนอยู่ต่อไปอาจโดนติณภพฆ่าตายแน่ๆ เผลอไปเล่นเรื่องที่ติณภพเจ็บปวดมากที่สุดในชีวิต...
ด้านรสาเดินหิ้วปิ่นโตสีหวานมายังชั้นสูงสุดของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ด้วยใบหน้ามีความสุข ใช่แล้ว วันนี้เธอตั้งใจทำอาหารกลางวันมาให้ติณภพทาน เห็นช่วงนี้ติณภพงานยุ่งมาก เธอกลัวว่าเขาจะลืมทานข้าวเที่ยงจึงอาสาทำมาให้
“ติณว่างหรือยังคะ” รสาเอ่ยถามเลขาสาวหน้าห้องติณภพด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“ยัง...มีอะไรหรือเปล่าคะ” พัชชาหันขึ้นมามองบุคคลมาใหม่ด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะตอบส่งๆ ออกไป
“ฉันต้องการพบติณค่ะ” รสาพยายามไม่สนใจกิริยาท่าทางของพัชชาที่แสดงออกมาว่าไม่ชอบเธอ
รสารู้มาได้สักพักแล้วว่าพัชชาไม่ชอบหน้าเธอ เวลามาหาติณภพที่นี่ เธอมักจะเจอสายตาไม่เป็นมิตรเสมอ เธอพอจะรู้ว่าพัชชานั้นคิดกับติณภพมากกว่าเจ้านายกับลูกน้อง ผู้หญิงด้วยกันย่อมมองออกอยู่แล้ว
“คงอีกนานนะคะ เพราะท่านประธานมีแขกอยู่” พัชชาตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง ร่างบางคิดในใจ ทำไมติณภพถึงไม่มองมาที่เธอบ้าง ทั้งที่เธอก็ใกล้ชิดเขาขนาดนี้ ความสวยก็ไม่น้อยไปจากรสาเลยสักนิด ทำไมเขาถึงเลือกที่จะแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้ด้วย
“ฉันรอได้ค่ะ” รสาพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้โกรธ พัชชาเตรียมจะหาเรื่องเธอตลอดเลย ถ้าแต่งงานกับติณภพเมื่อไหร่ เธอต้องขอคุยเรื่องนี้กับเขายาวเลยล่ะ...
“อะ...อ้าวคุณรสาสวัสดีครับ” ธีรดลที่เดินออกมาจากห้องติณภพถึงกับตกใจสุดขีด เมื่อเห็นรสาปรากฎตัวที่นี่ เธอช่างมาถูกวันเสียจริง
“สวัสดีค่ะคุณธี” รสาเอ่ยทักทายธีรดลเสียงหวาน
“มาหาไอ้ติณหรอครับ มันอยู่ข้างในพอดีเชิญครับ” ธีรดลเปิดประตูให้รสาเดินเข้าไปในห้องผู้บริหาร
“ขอบคุณค่ะ” รสายิ้มให้ธีรดลอย่างเป็นมิตร ร่างบางจึงเดินเข้าไปข้างในห้องทันที
ธีรดลมองตามรสาเงียบๆ ยิ่งได้เห็นท่าทางเรียบร้อยอ่อนหวานของรสา เขาแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเธอเป็นคนฆ่ามินตราจริงๆ
“ติณคะ~” บุคคลที่เข้ามาใหม่ทำให้อารมณ์ขุ่นมัวของติณภพที่พึ่งลดลง พุ่งสูงขึ้นจนเขาแทบกักเก็บไว้ไม่อยู่
กรามแกร่งขบกันจนขึ้นสันนูน ยิ่งได้เห็นรอยยิ้มของเธอ เขาก็ยิ่งเกลียดชังที่เห็นรสามีความสุข ‘อีกไม่นานหรอกรสา...รอยยิ้มจอมปลอมของเธอนั้นจะจางหายไปด้วยน้ำมือของฉัน!’
“อ้าวรสา~ ผมกำลังคิดถึงคุณอยู่พอดีเลยครับ” ติณภพกักเก็บความโกรธแค้นไว้ในใจ การหลอกลวงว่ารักเธอเป็นเครื่องมือแก้แค้นชั้นดีเลยล่ะ แต่สำหรับเธอแล้วเขาคงไม่ทำแค่นี้แน่ เพราะมันยังน้อยไปสำหรับสิ่งที่เธอทำไว้กับคนรักของเขา!
ฟอด~
“มาหาผมมีอะไรหรือเปล่าครับ?” ติณภพเดินเข้าไปหอมแก้มใสฟอดใหญ่ แล้วกอดร่างเล็กไว้อย่างออดอ้อน ร่างสูงพลางคิดในใจ ‘ท่องไว้ติณภพ ยิ่งทำให้เธอรักมากเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งเจ็บปวดมากเท่านั้น เมื่อรู้ความจริงว่าเขาไม่เคยรักเธอเลยสักนิด’
การกระทำของติณภพทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว เขาจะรู้มั้ยนะ...ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันทำให้เธอรักเขามากขึ้นเรื่อยๆ ติณภพจะทำให้เธอหลงไปถึงไหนกัน แค่นี้เธอก็ไม่สามารถไปมองชายอื่นได้แล้ว เพราะหัวใจของเธอมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
“ก็ทำอาหารกลางวันมาให้ติณทานไงคะ รสาเห็นว่าช่วงนี้ติณยุ่งๆ” รสาหันขึ้นไปตอบด้วยท่าทางน่ารัก
“ฟอด~รู้ใจผมจริงๆ กำลังหิวพอดีเลยครับ” จมูกโด่งก้มลงไปฟัดแก้มใสอีกฟอด เขาโคตรจะเกลียดรอยยิ้มของเธอเป็นที่สุด แต่ต้องแสร้งเล่นไปตามน้ำ
“ไหนมีอะไรกินบ้างครับ ผมหิวมากเลยอ่ะ หิวจนแทบจะกินรสาได้ทั้งตัวเลยนะ~” ติณภพแสร้งมองรสาด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ปากหยักเคลื่อนลงต่ำจนแทบจะแนบชิดริมฝีปากบางอยู่รอมร่อ
“เอ่อ...รสาว่าเราไปทานข้าวกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวรสาจัดจานให้นะ~” มือเล็กรีบรั้งติณภพไว้ทันที ขืนไม่รั้งไว้มีหวังไม่ได้กินข้าวกันพอดี ติณภพชอบแกล้งเธอให้เสียอาการตลอดเลย
ติณภพมองตามรสาอย่างพึงพอใจ ดี...รักเขาให้มากๆ ตอนนี้เขาอยากให้ถึงวันแต่งงานใจจะขาดแล้วเพราะอยากเห็นเธอเจ็บปวดยังไงล่ะ
“ของโปรดผมทั้งนั้นเลย~” ติณภพเดินไปนั่งโซฟาข้างรสา ตาคมมองเมนูตรงหน้ามี ปลากระพงทอดน้ำปลา แกงจืดเต้าหู้ กุ้งผัดหน่อไม้ฝรั่ง แพนงเนื้อ เธอรู้เมนูโปรดก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะมารดาของเขาเป็นคนบอกทั้งหมด
“ทานสิคะ ติณหิวไม่ใช่หรอ~”
“อยู่ๆ ก็เมื่อยมือขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ สงสัยรสาต้องป้อนผมแล้วล่ะ” ติณภพเล่นละครตบตาได้ยอดเยี่ยมเสียจริง รสามองร่างสูงอย่างหมั่นเขี้ยว สุดท้ายเธอก็เต็มใจป้อนเขาอยู่ดี
มือเล็กจับช้อนบรรจงตักแพนงเนื้อมาวางบนข้าวสวย ก่อนจะยื่นไปตรงหน้าติณภพ ปากหยักอ้ารับอย่างเอร็ดอร่อย ติณภพต้องยอมรับในเรื่องฝีมือการทำอาหารของเธอนั้นอร่อยจริง คงจะมีแค่เรื่องนี้แหละที่เขาไม่ได้แกล้ง ถ้าไม่อร่อยจริงเธอคงไม่กล้าเปิดร้านอาหารไทยหรอก
“อร่อยมากเลยครับ มีแฟนเป็นเจ้าของร้านอาหารมันดีอย่างนี้นี่เอง~” รสายิ้มกว้างไปกับคำพูดของติณภพ เขาช่างน่ารักเสียจริง
“อร่อยก็ทานอีกคำนะคะ~” รสาป้อนติณภพอีกคำโต ร่างสูงทำตามอย่างว่าง่าย ร่างบางทำหน้าที่ป้อนข้าวอยู่อย่างนั้น จนเขาอิ่มในที่สุด
“อ่า~ไม่ไหวแล้วครับ อิ่มมากเลย~” ติณภพกระดกน้ำเข้าปากอย่างรวดเร็ว รสามองดูเขาด้วยความรัก ถ้าแต่งงานกันไปแล้ว เขาจะยังน่ารักและแสนดีแบบนี้ตลอดไปมั้ยนะ
“จริงสิ พรุ่งนี้รสาว่างมั้ยครับ?” ติณภพนึกขึ้นได้ว่าบิดาให้เธอไปสัมมนาด้วยกัน
“ว่างค่ะ ติณมีอะไรหรือเปล่า?” รสาถามขึ้นอย่างสงสัย
“พอดีพรุ่งนี้ผมจะไปสัมมนาที่ภูเก็ต ผมอยากให้รสาไปด้วยกัน” ติณภพแทบอยากอาเจียนไปกับคำพูดของตนเอง
“ไปแค่เราสองคนหรอคะ?” รสาคิดไปไกล ถ้าไปกันสองคน ก็ต้องนอนห้องเดียวกันสิ ชายหญิงอยู่ด้วยกันก็ต้อง...ใบหน้าหวานร้อนผ่าว ถึงเธอจะรักเขามากขนาดไหนก็ยังไม่พร้อมมีเรื่องอย่างว่าหรอกนะ ต้องแต่งงานกันเสียก่อน
“เปล่าครับ...มีไอ้ธีกับพัชชาเลขาผมไปด้วย”
“ตกลงค่ะรสาไปด้วย” เมื่อได้ยินชื่อพัชชา รสารีบตอบตกลงอย่างไว ดีเหมือนกัน เธอจะได้ไปขัดขวางพัชชาไม่ให้เข้าใกล้ติณภพมากเกินไป
