บทที่ 10 ลูกพ่อ

“ก็เพราะแบบนี้ไงครับผมถึงอยากให้เจ้าดามพ์มันทำให้ถูกต้องก่อนที่จะทำให้หนูนิสาเสียหายไปมากกว่านี้น่ะสิ” เขารู้ว่าตัวเองผิดเพราะตอนนั้นไม่อยากเสียคนรักไปจึงรวบรัดแฟนสาวเป็นเมีย

“แล้วรู้เรื่องหรือยังคะ” แม่เลี้ยงมยุรีถามสามีแล้วยิ้มขำเมื่อลูกสาวเจ้าเล่ห์กว่า

“ก็ยังน่ะสิครับ ยัยตัวแสบเล่นแง่วิ่งเข้าบ้านไปก่อนจะรายงาน อุ้ย..”

“อย่าบอกนะว่าที่ยัยเดียร์ไปเชียงแสนเพราะพ่อเลี้ยงใช้ให้ไปดูตาดามพ์” แม่เลี้ยงมยุรีถามสามีและเดาถูกด้วยว่าสามีให้ลูกสาวไปเชียงแสนเพื่อจับผิดลูกชาย

“ก็..”

“อย่าโกหกนะคะพ่อเลี้ยง”

“ก็ลูกชายของแม่เลี้ยงมันชักช้า ผมกลัวกำนันคมจะแจกลูกปืนให้มันก่อนที่จะได้แต่งงานน่ะสิ” พ่อเลี้ยงทินโชติพูดกับภรรยาเพราะกำนันคมสันไม่ชอบลูกชายของเขาและเขาเองก็ไม่อยากเป็นดองกับกำนันแต่ลูกสาวของกำนันไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนพ่อ แต่นิสามณีมีอาชีพที่น่ายกย่องเพราะเป็นหมอดูแลคนป่วยซึ่งเขากับภรรยาก็มองข้ามไปแยกแยะออกว่าพ่อส่วนพ่อ ลูกก็ส่วนลูกและลูกชายของเขาก็รู้จักผิดชอบชั่วดีก็อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้องเพราะเขาก็มีลูกสาวเหมือนกันหากใครมาทำแบบนี้กับลูกสาวของเขาก็คงไม่ยอมเหมือนกัน

“ฉันก็กลัวเหมือนกันค่ะพ่อเลี้ยง แต่เอาเถอะ รอให้ตาดามพ์กับหนูนิสาจัดการเรื่องของพวกเขาเถอะ ถ้ากำนันคมเอาเรื่องตาดามพ์ก็คงเอาเรื่องไปนานแล้วค่ะ” แม่เลี้ยงมยุรีพูดกับสามีเพราะลูกชายกับนิสามณีคบหากันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว

“เพราะแบบนี้ไงผมถึงอยากให้ตาดามพ์แต่งงานกับหนูนิสา”

“ก็เลยให้ยัยตัวแสบไปสอดแนมว่างั้นเถอะ”

“ครับ”

“พ่อเลี้ยงนะพ่อเลี้ยงทำอะไรเหมือนเด็กๆแล้วพูดยังไงกับลูกสาวของพ่อเลี้ยงถึงยอมทำให้น่ะ” แม่เลี้ยงมยุรีรู้ดีว่าลูกสาวคนเล็กเจ้าเล่ห์แสนกลมากแค่ไหนและใครอย่าเผลอเพราะบุษราคัมมีความสามารถตกทุกคนได้ง่ายๆ

“ลูกบอกว่าอยากได้รถคันเล็ก ผมก็บอกว่าถ้ากระตุ้นให้เจ้าดามพ์เปิดตัวหนูนิสาว่าคบหากันได้ผมจะซื้อให้ครับ” พ่อเลี้ยงหนุ่มใหญ่ตอบภรรยาที่มองเขาแล้วยิ้มเยาะ

“โดนยัยตัวแสบตกจนได้นะพ่อเลี้ยง” แม่เลี้ยงพูดด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยสามีที่หลงกลลูกสาวไปแล้ว

“ก็แค่รถคันเล็กๆจะสักกี่บาทเชียวแม่เลี้ยง”

“ก็แค่สามล้านกว่าเองค่ะ”

“แค่สามล้าน ห๋า สามล้านเลยเหรอแม่เลี้ยง” พ่อเลี้ยงคนดังร้องเสียงหลงเพราะคิดว่าราคาไม่น่าเกินหกแสนแต่ภรรยาบอกว่าสามล้านกว่ามันรถอะไร

“สมน้ำหน้า” แม่เลี้ยงมยุรีหัวเราะขำสามีที่รู้ราคารถของลูกสาวแล้วตาเหลือก

“เดี๋ยวนะแม่นะ ที่บอกว่ารถคันเล็กของยัยตัวแสบราคาสามล้านกว่าแน่นะ” เขาหูแว่วไปแน่ๆที่ได้ยินแบบนั้น

“แน่ค่ะ Mini John Cooper Works Convertible ไปค้นหาเอาเองค่ะ โชคดีนะคะพ่อเลี้ยง คิกกๆๆ..” แม่เลี้ยงมยุรีพูดแล้วหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินเข้าบ้านเพื่อจัดอาหารให้ลูกสาวไปกินที่กรุงเทพอย่างอารมณ์ดีเพราะไม่ต้องเสียเงินซื้อของขวัญเรียนจบให้ลูกสาวเพราะสามีต้องทำตามสัญญาที่ให้กับลูกสาว

“ยัยตัวแสบเล่นพ่อซะแล้ว แสบเหมือนใครวะเนี่ย” พ่อเลี้ยงพูดคนเดียวงึมงำเมื่อเสียรู้ลูกสาวสุดที่รัก

“ก็เหมือนพ่อเลี้ยงนั่นแหละครับ” นายดมพูดแล้วขำเจ้านาย

“แกแอบฟังอยู่เหรอวะไอ้ดม”

“เปล่าครับ ก็พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงคุยกันเสียงดังลั่นบ้านทุกคนได้ยินกันหมดแหละครับ”

“จริงเหรอวะ ฉันคุยดังขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ครับ” นายดมพยักหน้ารัวๆเพราะกลัวเจ้านายจะว่าเขาแอบฟังอีก

“งั้นปเตรียมรถละกัน บอกพ่อแกด้วยอีกสักพักฉันจะไปส่งยัยตัวแสบ”

“ครับพ่อเลี้ยง” นายดมยิ้มขำเจ้านายไม่หายที่หลงกลลูกสาวและทุกคนรู้ดีว่าพ่อเลี้ยงรักและหวงลูกสาวมากแค่ไหนแต่ก็เป็นบางเรื่องที่ตามใจลูกสาว

เมื่อบุศราคัมอาบน้ำเปลี่ยนชุดเดินทางเสร็จก็ลงมาชั้นล่างพร้อมกระเป๋าเป้ใบขนาดกลางแบรนด์ดังยอดฮิตในกลุ่มวัยรุ่นลงมาหาพ่อแม่ที่นั่งรอเธอที่ห้องรับแขก

“ทำไมพ่อเลี้ยงทำหน้าอมทุกข์เหมือนกับไม่ได้เข้าห้องน้ำละคะ คริๆๆ..” บุศราคัมถามพ่อที่นั่งมองเธอแล้วอดขำไม่ได้สงสัยท่านจะรู้เรื่องราคารถคันเล็กของเธอจากแม่แล้วเพราะเธอขอแม่ก่อนและท่านบอกว่าเรียนจบก่อนแล้วค่อยคุยเรื่องรถและพ่อของเธอมาถูกจังหวะพอดีก็เลยเสร็จโจรอย่างเธอ

“ตกลงเรื่องพี่ชายของเราเป็นยังไงบ้าง” พ่อเลี้ยงทินโชติถามลูกสาวแล้วค้อนประหลับประเหลือบทั้งเมียและลูกสาวที่หัวเราะขำเขา

“วันนี้เจอเต็มๆค่ะ พี่ดามพ์กับพี่นิสาอยู่ด้วยกันที่บ้านของพี่ดามพ์ค่ะ แล้วยังเจอพ่อกำนันของพี่นิสาอีกด้วยค่ะ” บุศราคัมตอบพ่อและมันก็เหนือความคาดหมายเพราะเธอแค่ไปจับผิดพี่ชายแต่กลายเป็นว่าเจอพ่อของนิสามณีอีก

“จริงเหรอลูก แล้วไปเจอกันยังไง แล้วเขาว่าอะไรพี่ดามพ์ของลูกมั้ยจ้ะ” แม่เลี้ยงมยุรีถามลูกสาวและฟังจากที่พูดก็ไม่น่าจะมีเรื่องอะไร

“พอดีพี่ดามพ์กับพี่นิสาพาเดียร์กับทิวไผ่ปกินข้าวที่ร้านริมโขงก็จ้ะเอ๋พ่อกำนันของพี่นิสามาทานข้าวกับนายพลสุจินและส.สมนูและส.จ.ดำรงค่ะ แต่ไม่มีอะไรน่าตื่นเต้นเลยค่ะ” คนเป็นลูกเล่าให้พ่อแม่ฟังแล้วยักไหล่ทำหน้าเบื่อๆ

“แล้วกำนันคมไม่ว่าอะไรเลยเหรอลูก” พ่อเลี้ยงทินโชติถามลูกสาวด้วยความแปลกใจเพระคนของเขาที่แม่สายบอกว่ากำนันคมสันไม่พอใจมากที่ลูกชายของเขาแอบคบหาลึกซึ้งกับลูกสาวและบอกว่าสงสัยอยากกินลูกปืนแทนข้าว นั่นทำให้เขาเป็นห่วงลูกชายจึงให้ลูกสาวไปดู

“ก็ไม่เห็นว่าอะไรค่ะ เดียร์ก็แปลกใจเหมือนกันค่ะพ่อไม่เหมือนกับที่คนของพ่อได้ข่าวมาเลยนะคะ” บุศราคัมคุยกับพ่อแม่ที่เป็นห่วงลูกชายกลัวจะถูกกำนันทำร้ายเพราะแอบคบหากับลูกสาวของกำนันถึงขั้นอยู่กินด้วยกันแม้ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันแค่ทั้งสองก็ไปมาหาสู่กัน

“เดี๋ยวพ่อต้องคุยกับพี่ชายของเราหน่อยแล้วล่ะลูก”

“แต่คราวนี้เหมือนพี่ดามพ์กับพี่นิสายอมรับแล้วนะคะ ถึงได้พากันไปทักทายพ่อของพี่นิสาและบอกว่าจะพาพี่นิสามาหาพ่อกับแม่ด้วยค่ะ อ้อ พ่อเลี้ยงกับแม่เลี้ยงเตรียมสินสอดไว้เลยนะคะ”

“เอาเถอะจ้ะแม่นักสืบ มัวแต่ยุ่งเรื่องของคนอื่นตอนนี้หกโมงแล้วนะลูกเดี๋ยวจะตกเครื่องได้นะจ้ะ” แม่เลี้ยงพูดกับลูกสาวอย่างมั่นไส้ทำยังกับตัวเองช่ำชองเรื่องความรักทั้งที่ไม่ประสาเลยสักนิด ช่างแก่แดดเสียจริงเชียว

“จริงด้วยค่ะพ่อ งั้นไปกันเลยค่ะ แม่คะของฝากกับอาหารเดียร์ล่ะคะ”

“แม่ให้เด็กเอาไปไว้ที่รถพ่อแล้วล่ะลูก”

“งั้นเดียร์ไปนะคะแม่ จุ๊บๆๆ รักแม่นะคะ”

“แม่ก็รักลูกจ้ะ ยัยตัวแสบของแม่ดูแลตัวเองดีๆนะลูก”

“ค่าแม่ ไปค่ะพ่อเราจะได้คุยกันเรื่องค่าแรงของเดียร์กันค่ะ” บุศราคัมเกาะแขนพ่อเดินออกไปจากบ้านไม่สนใจว่าพ่อแม่มองสบตากันเพราะยังไงพ่อต้องจ่ายเธอแน่นอน

แม่เลี้ยงมองตามหลังสามีกับลูกสาวแล้วยิ้มถึงแม้เธอกับสามีจะเลี้ยงเหมือนฝรั่งให้อิสระมาตลอดแต่ลูกทั้งสองก็ไม่ทำให้หนักใจและยังเป็นเด็กดียกเว้นตอนนี้ลูกชายชักจะเกเรแล้วจึงต้องจัดการสักหน่อย

สองพ่อลูกขึ้นรถแล้วก็หยั่งเชิงกันว่าใครจะพูดก่อนสุดท้ายพ่อเลี้ยงทินโชติก็แพ้ลูกสาวตัวน้อยของตัวเองแม้ลูกสาวจะโตเป็นสาวแล้วแต่สำหรับคนเป็นพ่อก็ยังเป็นลูกน้อยของตัวเองเสมอ

“ตกลงว่ารถคันเล็กที่เดียร์พูดถึงมันคือรถอะไรครับลูกรัก” พ่อเลี้ยงถามลูกสาวที่นั่งเบาะข้างเขา

“ก็มินิค่ะ พอดีเดียร์เห็นว่ามันสวยดีและขับในเมืองมันคล่องตัวกว่าก็อยากได้มาใช้สักคันค่ะ” คนเป็นลูกตอบแล้วยิ้มหวานอ้อนพ่อ

“ราคาครับลูกรัก” พ่อเลี้ยงทินโชติถามลูกสาวให้แน่ใจอีกครั้งว่าราคาเท่าไหร่กันแน่เพราะเขาไม่กล้าเสิร์ชหาในกูเกิ้ลผู้รู้ทุกอย่าง

“ก็แค่ สามล้านห้าเองค่ะ” บุศราคับพูดหน้าตาเฉยทั้งที่ราคามันสูงมากและที่ผ่านมาเธอขับรถคันเก่าของพี่ชายและของพ่อแม่มาตลอดจะมีแต่มอเตอร์ไซค์ที่เธอเป็นเจ้าของตอนเรียมมัธยมปีที่สี่และราคาแสนกว่าบาท

“อืม ก็แค่สามล้านห้าเองเนอะลูกเนอะ” คนเป็นพ่อพูดอย่างปลงๆและยิมรับว่าเขาต้องเสียเงินสามล้านกว่าจริงๆ

“นี่รถคันแรกของเดียร์นะคะพ่อ อีกอย่างเดียร์กำลังจะจบแล้วก็เลยขอของขวัญพร้อมกันเลยค่ะ แต่เดียร์ทำงานให้พ่อด้วยนะคะ” คนเป็นลูกทวงค่าแรงจากพ่อ

“ก็รับปากไปแล้วนี่ ถ้าพ่อไม่ซื้อให้ก็จะเสียสัจจะและลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำแน่นอนลูก” พ่อเลี้ยงยอมจำนนและทำใจตั้งแต่ภรรยาบอกแล้วว่ารถคันเล็กที่ลูกสาวอยากได้ราคาแพงลิบ

“ขอบคุณค่ะพ่อ พ่อของเดียร์น่ารักที่สุดค่ะ จุ๊บๆๆ..” บุษราคัมกอดพ่อแล้วหอมแก้มท่านเหมือนที่ทำมาตั้งแต่เด็กๆ

“พอแล้วลูกเป็นสาวเป็นนางมาหอมแก้มพ่อแบบนี้คนอื่นเห็นมันไม่ดีนะลูก” พ่อเลี้ยงชอบให้ฃลูกสาวอ้อนแต่ตอนนี้บุศราคัมแก้วตาดวงใจของเขาโตเป็นสาวแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป