บทที่ 15 เด็กใหม่
“หนูชื่อบุษราคัม ทรัพย์กิจจา หรือพี่ๆทุกคนเรียกเดียร์ก็ได้ค่ะ หนูขอฝากตัวด้วยนะคะ” บุศราคัมแนะนำตัวเองและยกมือไหว้พี่ๆทุกคน
“ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะหนูเดียร์ พี่ตงตงค่ะ” หนุ่มสวยหน้าใสแนะนำตัวกับน้องใหม่ของแผนก
“พี่จอยค่ะ”
“พี่แหว๋วจ้ะ”
“พี่ท้อปครับ”
“พี่ไมค์ครับ”
พนักงานแผนกการตลาดทั้งหลายก็แนะนำตัวกับน้องใหม่ที่จะมาฝึกงานด้วยทุกปีและจะมีแผนกละคนสองคนแล้วแต่ทางผู้บริหารจะอนุมัติและช่วงปลายปีสินค้าจะมีโปรโมชั่นทำให้ขายดีจึงรับพนักงานพาร์ทไทม์เพิ่ม แต่ก็มีอีกสองสามคนที่เห็นเด็กใหม่สวยน่ารักก็หมั่นไส้
“เอาล่ะ แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ จอยสอนงานน้องใหม่ด้วยนะมีอะไรไม่เข้าใจก็ให้ถามพี่ๆทุกคนได้นะเดียร์” ปภาดาบอกรุ่นน้องเพราะนักศึกษาฝึกงานก็ไม่ต่างจากเบ้ของพี่ๆ
ปภาดาบอกรุ่นน้องแล้วยิ้มให้ก่อนจะเดินเข้าไปที่โต้ะทำงานของตัวเองที่อยู่หน้าห้องผู้จัดการและทำงานต่อ ถึงแม้บุศราคัมจะเป็นเด็กเส้นที่เธอฝากเข้ามาแต่ก็ต้องว่ากันไปตามเนื้อผ้าจะผ่านงานหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ผู้จัดการแผนกและเธอคิดว่าดูคนไม่ผิดแน่
ที่ห้องทำงานของธารณ์
"เดี๋ยวผมไปหานายเธียร์แป๊บนะคุณยศ" ธารณ์แตินออกมาจากห้องทำงานลงไปหาน้องชาย
"ครับ" สมยศตอบเจ้านายอย่างงงๆปกติจะสั่งงานผ่านเขา
"คุณธารณ์ไปหาคุณเธียร์ทำไมอ่ะคุณยศ"
"อยากรู้ก็รอถามเจ้านายดีมั้ยครับ"
"ไม่ดีค่ะ ก็ปกติเจ้านายไปหาคุณเธียร์ที่ไหนกันคะ"
"ทำงานดีกว่ามั้ยคุณทาร่า"
"ดีค่ะ" เธอยังอยากทำงานที่นี่มากกว่าจะอ่อยเจ้านาย
ส่วนสืบศักดิ์กับสุรเดชเห็นเจ้านายเดินไปที่ลิฟต์ก็จะตามไปแต่ว่าเจ้านายไม่เรียกก็ไม่น่าจะออกไปนอกตึกและพวกเขาสามารถดูแลความปลอดภัยจากที่นี่ได้ พอเห็นออกจากลิฟต์ชั้นก็โล่ใจแพราะยังมีคนสนิทของเธียร์
“สวัสดีค่ะคุณธารณ์ คุณเธียร์อยู่ในห้องค่ะ” กมลทิพย์ยกมือไหว้พี่ชายของเจ้านายหนุ่มที่อายุน้อยกว่าอย่างนอบน้อม
“ขอบคุณครับคุณมล” ธารณ์รับไหว้เลขาทั้งสองของน้องชายแล้วเดินตามเลขาที่ไปเคาะประตูห้องของน้องชาย
“ก็อกๆๆ..”
“คุณธารณ์มาค่ะ”
“เข้ามาเลยครับพี่ธารณ์” เธียร์กดอินเตอร์คอมบอกพี่ชายก็เห็นร่างใหญ่เดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งตรงหน้าโต้ะทำงานของเขา
“มองทำไม”
“ก็แปลกใจว่าพี่ธารณ์มาหาผมถึงห้องหรือจะไปลาวก็เชิญตามสบายนะครับ หึหึๆๆ..” เธียร์พูดกับพี่ชายแล้วหัวเราะเบาๆเพราะถูกพี่ชายบ่นเล็กน้อยแต่ไม่จริงจัง
“คราวหน้าต้องดูข้อตกลงก่อนไม่งั้นพี่โดนแกไถอีกแน่” ธารณ์ว่าน้องชายที่รีดไถเขาไปร้อยกว่าล้านแค่ใช้งานอาทิตย์กว่าเท่านั้น
“แหมพี่ธารณ์ เงินนิดๆหน่อยก็ให้น้องเถอะครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ก็เรื่องงานโฆษณาเครื่องประดับของแกที่จะถ่ายทำกลางเดือนน่ะ”
“จะเอาเด็กพี่มาฝากหรือไงครับ” เธียร์แซวพี่ชายที่ตอนนี้คั่วกับนางแบบสาวที่อยู่ในทีมโฆษณษสินค้าแบนรดฺดังร่วมกับนางเอกสาวคนดังที่เป็นแอมบาสเดอร์ของแบนรด์
“เปล่า พี่กำลังคิดว่าเราควรจะให้โอกาสพนักงานบ้างดีมั้ย เพื่อสร้างฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ไม่ใช่ทำตลาดบนเจาะกลุ่มที่มีเงินถึง แต่เราสามารถสร้างตลาดใหม่สำหรับทุกชนชั้นและประสานงานกับทางแบงค์ให้ผ่อนจ่ายศูนย์เปอร์เซ็นต์เพื่อได้ต่อยอดรายได้ของแบนรด์เพิ่มมากขึ้น แกคิดว่าไงเธียร์”
“ต้องดีแน่นอนครับ เดี๋ยวผมจะให้ทางการตลาดวิเคราะห์ผลได้ผลเสียแล้วจะนำมาเสนอในที่ประชุมอาทิตย์หน้าครับ” เธียร์พูดกับพี่ชายอย่างเป็นการเป็นงาน
“งั้นให้ผู้จัดการฝ่ายการตลาดประสานงานกันเพื่อหาข้อสรุปว่าจะทำการตลาดยังไงและให้ผู้บริหารคิดแผนงานต่อยอดธุรกิจของแต่ละแบรนด์ว่าจะทำยังไงให้เพิ่มยอดขายเพราะตอนนี้เราต้องทำตลาดในประเทศเพื่อดึงดูดลูกค้าฝั่งเอเชียเพราะตอนนี้ทางฮ่องกง สิงค์โปรและจีนก็มียอดสั่งจองสินค้าเพิ่มมากขึ้นจะได้ไม่เสียโอกาสการเติบโตของธุรกิจทั้งหมด”
“งั้นบ่ายนี้ ผมจะเรียกประชุมผู้บริหารเลยจะได้บนสรุปให้เร็วที่สุด”
“งั้นพี่ไปล่ะ แกจะได้ทำงาน อ้อ และถ้าคนไม่พอก็รับพนักงานเพิ่มละกัน” คนเป็นพี่ผู้เจ้าเล่ห์มากด้งแผนการและเล่ห์กลถามน้องชายเพื่อไม่ให้สงสัยตัวเอง
“ช่วงนี้มีนักศึกษามาฝึกงานหลายคนส่วนพนักงานขายก็รับพนักงานพาร์ทไทม์เหมือนทุกปีคครับ เดี๋ยวผมจะให้ผู้จัดการแต่ละแผนกดูก่อนว่าคนของเราเพียงพอหรือเปล่า ถ้าไม่พอจะได้ให้รับพนักงานประจำเพิ่ม”
"ดี.." ธารณ์พยักหน้าให้น้องชายก่อนจะเดินออกไปจากห้องทำงานของน้องชายหลังจากคุยเรื่องงานจบแล้วกลับขึ้นไปทำงานของเขาต่อและจะได้เจอนักศึกษาคนนั้นเร็วๆนี้
เวลา12.00น.
พนักงานทั้งหลายก็ลงไปรับประทานอาหารกลางวันที่ห้องอาหารของพนักงานบริเวรชั้นสามที่แบ่งโซนคนละฝั่งกับเครื่องประดับกระเป๋ารองเท้ากั้นด้วยกระจกหนาเพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนโชนสินค้า
“เดียร์เป็นคนเชียงรายเหรอ” ตงตงถามน้องใหม่ที่สวยน่ารักนิสัยดีสูงยาวเข่าดีเกินมาตรฐานสาวไทยเป็นนางแบบได้สบาย
“ใช่ค่ะ แต่เดียร์เป็นลูกหลงค่ะ ตอนนั้นพ่อกับแม่มีพี่ชายแล้วก็อยากมีลูกอีกแต่ไม่มีก็ปล่อยมาตลอดจนกระทั่งมีเดียร์นี่แหละค่ะ”
“มีพี่ชายด้วยเหรอจ้ะ หล่อมั้ยเดียร์” จอยถามเสียงใสยิ้มระริกระรี้
“แหมนังจอยจ๋า แกนี่มันแรดจริงๆแค่ได้ยินว่าผู้ชายก็หางกระดิกเลยนะ ว่าแต่พี่ชายของเดียร์ทำงานอะไรแล้วมีแฟนหรือยังจ้ะ คิกๆๆ..”
“ว่าแต่ฉันหล่อนก็เหมือนกันแหละหางโผล่เลยฮึ” จอยว่าเพื่อนร่วมงานที่ทำงานมาด้วยกันหลายปีก็สนิทกันมาก
“พี่ชายของเดียร์เป็นตำรวจ..”
“อุ้ยสเปคพี่เลยจ้ะ”
“แต่ว่ามีแฟนแล้วค่ะ”
“อ้าว หมดกัน”
“คริๆๆ..”
“หัวเราะอะไรเหรอเดียร์” ปภาดาถือจานอาหารมาหารุ่นน้องที่นั่งกับพี่ๆในแผนก
“ก็เด็กของเธอน่ะสิ บอกว่ามีพี่ชายทำให้มีความหวังแล้วดับฝันฉันบอกว่ามีแฟนแล้วก็เลยเซ็งน่ะสิ เธอรู้มั้ย
ทราย ตำรวจน่ะสเปคฉันเลยนะเธอเอ้ย”
“วันก่อนเธอก็บอกว่านายแบบโฆษณาก็สเปคของเธอไงล่ะ”
“ใครหล่อก็สเปคฉันหมดแหละย่ะ ไม่เป็นไร เป็นแค่แฟนใช่มั้ยเดียร์”
“ตอนี้เป็นแฟนค่ะ แต่จะแต่งงานกันเร็วๆนี้ค่ะ”
“โอ้ยย ฉันอกหักตั้งแต่คิดเลยเหรอเนี่ย ฮึ งั้นเย็นนี้ไปหาเลาะดู้กันที่คลับกันนะพวกเธอฉันจะดื่มเพื่อลืมเขา” ตงตงพูดกับเพื่อนร่วมงานและน้องใหม่
“แกหาเรื่องไปดื่มมากกว่าน่ะสินังตงตง อย่ามาทำให้น้องสาวฉันเสียนะยะ” ปภาดาพูดกับเพื่อนที่หาเพื่อนไปดื่ม
“คนอกหักก็ต้องดื่มใช่มั้ยพวกเธอ”
“อย่างเธอไม่เรียกว่าอกหักหรอกตงตง รีบกินข้าวเร็วจะได้กลับไปทำงาน”
“อุ้ยแก๊ๆๆ ผู้ชายต้องห้ามมา..” ตงตงเห็นท่านประธานหนุ่มสุดหล่อขวัญใจพนักงานสาวๆทุกคนแล้วตาวาว
“แค่มองก็อิ่มแล้วอ่ะเธอ” จอยมองเจ้านายหนุ่มหล่อแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อ
บุศราคัมก็หันไปมองตามรุ่นพี่พูดก็เห็นท่านประธานหนุ่มหล่อเดินมาที่โรงอาหารกับคนของเขาก็นึกออกเพราะจำคนสนิทของเขาได้ว่าเจอกันบนเครื่องบินแล้วเธอก็นอนพิงไหล่ของเขามาจนถึงกรุงเทพ
“เดียร์ เดียร์..”
“คะพี่ทราย”
“คือว่า..”
“เธอก็บอกเด็กมันไปสิว่า ท่านประธานเป็นผู้ชายต้องห้าม เดียร์ดูพนักงานสาวๆของเราสิมีใครมองเจ้านายบ้าง อย่างมากก็แค่แอบมองน่ะเห็นยัง” ตงตงพูดเบาๆเมื่อเห็นท่านประธานหนุ่มหล่อเดินมาทางพวกเธอนั่งอยู่
“ทำไมคะ”
“ก็ถ้าใครอ่อยหรือเล่นหูเล่นตากับเขาก็จะถูกเชิญออกน่ะสิ”
