บทที่ 3 ผู้ใหญ่ใจดี
“ขอบคุณคุณแอสตันมากนะครับ ที่มามอบทุนการศึกษาให้เด็กๆทุกปี” ผู้อำนวยการของโรงเรียนที่ได้รับการอุปถัมภ์จากแอสตัน นีลล์กับภรรยามาตลอดสิบกว่าปีที่สองสามีภรรยามาปลูกบ้านอยู่ที่นี่และเพิ่งมาอยู่ประจำได้สามปีก่อนและก่อนหน้านั้นพวกเขาจะไปๆมาๆ
“ด้วยความยินดีครับผู้อำนวยการ หามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับ” เขายินดีช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือเด็กให้มีโอกาสได้มีหน้าที่การงานที่ดี
“ตอนนี้โรงเรียนของเราไม่มีอะไรขาดเหลืออีกแล้วครับ แต่โรงเรียนอื่นน่าจะยังไม่มีเหมือนที่รงเรียนของผมครับ” ผู้อำนวยการโรงเรียนตอบแอสตันเพราะได้รับการช่วยเหลือทุกอย่างเรียบร้อย แต่เขาคิดว่าโรงเรียนอื่นใกล้ๆก็น่าจะต้องการความช่วยเหลือเช่นกันและเขาไม่คิดจะให้แอสตัวช่วยเหลือที่โรงเรียนของเขาโรงเรียนเดียว
“งั้นผู้อำนวยการช่วยบอกให้ทางโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือให้หน่อยนะครับ ให้ติดต่อคาเรนได้เลยครับ” แอสตันบอกผู้อำนวยการให้ติดต่อคนสนิทของเขา
“ผมต้องขอบคุณคุณแอสตันแทนโรงเรียนที่จะได้รับความช่วยเหลือด้วยนะครับ เชิญรับประทานอาหารครับ” ผู้อำนวยการขอบคุณนักธุรกิจชื่อดังผู้ใจบุญและเชิญครอบครัวของแอสตันไปทานอาหารที่เตรียมไว้ซึ่งไม่ใช่อาหารที่สั่งมาเลี้ยงเด็กๆแต่เป็นอาหารฝีมือแม่ครัวของโรงเรียน
บทที่ 2 นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง
เมื่อจบการมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่เรียนดีและรับประทานอาหารกลางวันอิ่มแล้วพักครอบครัวนีลล์ก็กลับบ้านบนเขาเพื่อพักผ่อนและตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงภายในครอบครัวและบริวารในบ้านที่มีกว่ายี่สิบชีวิตและมีการมอบโบนัสให้ทุกคนเหมือนทุกปีทำให้มีคนอยากมาทำงานที่บ้านของตระกูลนีลล์ และวันถัดมาสองพี่น้องก็กลับกรุงเทพมาทำงานซึ่งพวกเขามีบ้านอีกหลังอยู่กรุงเทพมีแม่บ้านดูแลและสองหนุ่มก็ยังมีคอนโดและเพนท์เฮ้าส์อีกหลายแห่งและถ้าไม่มีนัดสาวๆหรือไปงานดึกๆพวกเขาก็จะกลับมานอนบ้าน
"ดูแลตัวเองด้วยนะลูก" คุณกุลจิราพูดกับลูกชายที่จะไปช่วยงานเพื่อนที่ประเทศลาวแม้มันจะถูกกฎหมายที่ลาวแต่เมืองไทยการพนันเป็นเรื่องผิดกฎหมายและเธอก็ไม่อยากให้ลูกชายทำแต่ลูกชายยืนยันว่าจะไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายในเมืองไทยเพราะที่ลาวมีจอร์แดนเป็นเจ้าของและผู้บริหาร
"ครับแม่" ธารณ์ยิ้มให้แม่และเข้าใจดีว่าท่านเป็นห่วงเขา
"ไม่ต้องห่วงหรอกที่รัก ลูกเรามันเก่งเหมือนพ่อครับ อ้อ และที่ห่วงคือเมื่อไหร่จะมีเมียเหมือนจอร์แดนล่ะดูสิตอนนี้จะมีลูกแล้ว" นีลล์พูดกับภรรยาและว่าลูกชายที่ไม่ยอมมีเมียมีแฟนทั้งที่เพื่อนกำลังจะมีลูกชายคนแรก
"ผมไปดีกว่าครับแม่ ไปนะครับแด๊ด เรื่องลูกเมียของผมเอาไว้คุยกันทีหลังละกัน" ธารณ์พูดกับแม่และบอกพ่อที่ถามเขาเรื่องลูกเมียไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีแต่มันยังไม่ถึงเวลาและเขายังไม่คิดจะมีเมียตอนนี้
"เชอะ พอพูดเรื่องนี้ทีไรก็หนีตลอดนะเจ้าลูกชาย"
"ไม่ได้หนีครับแด๊ด เอาไว้ผมมีเมียเมื่อไหร่จะบอกแด๊ดกับแม่เป็นคนแรกเลยครับ"
"หาแฟนให้ได้ก่อนเถอะพี่ชาย"
"แกก็เหมือนกันแหละนายเธียร์ ไปกันได้แล้ว สวัสดีครังแด๊ดแท่" ธารณ์กอดคอน้องชายแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขก
"ดูลูกชายคุณสิที่รัก"
"ก็ลูกชายของคุณเหมือนกันแหละค่ะ" คุณกุลจิราพูดแล้วค้อสามีอย่างหมั่นไส้
"ลูกของเราครับที่รัก หึหึๆๆ.." แอสตันยิ้มให้ภรรยาแล้วโอบร่างอวบอิ่มไว้อย่างแสนรักเพราะกุลจิราเป็นผู้หญิงคนเดียวและคนแรกที่คบเขาด้วยความจริงใจไม่ได้สนใจเรื่องฐานะของเขาและยอมแต่งงานกับเขาแม้จะถูกครอบครัวตัดขาดทำให้เขารักและเทิดทูนหัวใจของภรรยา
สองสามียิ้มให้กันอย่างมีความสุขเพราะลูกชายทั้งสองคนเป็นลูกที่ดีและเก่งทุกด้สนไม่ว่าเรื่องเรียนเรื่องการต่อสู้และเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงสูงเป็นลูกไม้ตกใต้ต้น
สองพี่น้องกลับกรุงเทพพร้อมกันแล้วแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองและธารณ์ก็ต้องรีบเคลียร์งานเพื่อจะไปช่วยงานเพื่อนที่ประเทศลาว
"ตู้ดดๆๆ.."
"ว่าไงวะเล็ก"
"มึงไปลาวคนเดียวได้มั้ยวะ พอดีกูจะไปงานแต่งงานลูกชายลุงน่ะ แม่งทำผู้หญิงท้องก็เลยแต่งงานเร่งด่วนพรุ่งนี้กูกต้องไปจีนน่ะน่ะ" เลปกรบอกเพื่อนเพราะต้องไปจีนพรุ่งนี้
"ไม่เป็นไร กูจัดการได้"
"ขอบใจเพื่อน เดี๋ยวกูหิ้วสาวจีนมาฝากนะ หึหึๆๆ.."
เอาตัวมึงให้รอดก่อนเถอะเพื่อน"
"เออ แค่นี้แหละกูต้องไปจัดการเรื่องเดินทางก่อน"
"เดินทางปลอดภัยนะเว้ย"
"ขอบใจ แล้วเจอกันเพื่อน" เลปกรพูดกับเพื่อนก่อนจะวางสายแล้วไปจัดการเรื่อ
การเดินทางเร่งด่วนซุ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะพ่อของเขามีเส้นสายและเดินทางด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปกันทั้งครอบครัวทั้งตายายลุงป้า
หลังจากเลิกงานธารณ์ก็กลับไปนอนบ้านเพราะพรุ่งนี้เย็นเขาจะเดินทางไปเชียงรายแล้วเดินทางต่อไปเชียงแสนข้ามไปฝั่งประเทศลาว และเช้าวันนี้ชายหนุ่มก็ตื่นแต่เช้าเพื่ออาบน้ำไปทำงานพอลงไปถึงชั้นล่างก็เจอหลานสาวของแม่บ้านจอมจุ้นหากไม่เป็นแก่แม่บ้านกับสามีของนางที่เป็นคนเก่าแก่ของพ่อแม่ละก็ เขาไล่ไปนานแล้ว
“คุณธารจะรับกาแฟเลยมั้ยคะ” เบญจาถามเจ้านายหนุ่มที่เธอหลงรักเขาแต่ธารณ์ไม่สนใจเด็กในบ้านอย่างเธอและเธอไม่ยอมแพ้แน่ๆ
“ป้าสายบอกให้แก้วจัดเสื้อผ้าให้ผมไปต่างจังหวัดสักสี่ห้าวันนะครับ เดี๋ยวบ่ายๆผมจะให้พี่สืบมาเอานะครับ” เจ้านายหนุ่มหล่อเดินผ่านเบญจาไปที่โต้ะอาหารและบอกแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่มานานและแม่ของเขาไว้ใจนางสายบัวกับนายคะนองสองสามีภรรยาดูแลบ้านที่กรุงเทพส่วนลูกชายลูกสะใภ้และหลานชายคนเล็กอยู่ดูแลบ้านที่เขาใหญ่ ส่วนลูกสาวคนโตอยู่กับปู่ย่าเพราะเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ
“ได้ค่ะคุณธารณ์” นางสายบัวรับคำสั่งเจ้านายหนุ่มที่ใจดีกับทุกคนในบ้างไม่ต่างจากพ่อแม่ แต่ยกเว้นกับหลานสาวของเธอที่บอกไม่ฟังว่าอย่าไปยุ่งกับเจ้านายหนุ่มเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาบุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัว
“เดี๋ยวเบญจะจัดกระเป๋าให้คุณธารณ์แล้วเอาไปให้ที่บริษัทก็ได้ค่ะ”
“ถ้าอยากอยู่บ้านนี้ก็ทำหน้าที่ของเธอไม่ต้องก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น ฉันสั่งใครคนนั้นต้องทำและถ้าฉันรู้ทีหลังฉันไม่เอาไว้แน่ ไปเถอะพี่สืบ พี่เดช” ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทแล้วไปทำงานและรู้ดีว่าแม่บ้านไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขาแน่นอนและหมดอารมณ์จะดื่มกาแฟ
“ย่าบอกกี่ครั้งแล้วยัยเบญว่าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเจ้านาย ถ้าคุณธารณ์ไม่พอใจขึ้นมาสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นมาตึกใหญ่อีกย่าก็ช่วยไม่ได้นะ ไปเรียนได้แล้ว” นางสายบัวพูดกับหลานสาวที่ชอบมาเสนหน้ากับเจ้านายหนุ่มทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ
“ก็เบญอยากรับใช้คุณธารณ์นี่คะย่า ไปก็ได้ค่ะ” เบญจาพูดแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเพื่อไปเปลี่ยนชุดไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังเพื่อยกระดับตัวเองให้อยู่ในสังคมลูกหลานคนมีเงินและที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็เพราะแอสตันให้ทุนการศึกษาเพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของแม่บ้านและพ่อแม่ขอเบญจาก็ดูแลบ้านของแอสตันที่เขาใหญ่และยังส่งเสียลูกชายคนเล็กเรียนที่โรงเรียนในอำเภอปากช่อง
