บทที่ 2 พวกเขาอยากบีบให้เราตาย

เมิ่งลู่เจินที่กำลังถือจานที่ใส่เฉาเหมยมาก็รีบมาดึงแขนของเสิ่นเยี่ยนฟางเอาไว้ เขาไม่อยากให้พี่สะใภ้ไปบ้านใหญ่ เขากลัวพี่สะใภ้ถูกตีกลับมา เมื่อวานพี่สามก็ตีพี่สะใภ้ อีกทั้งยังเอาปิ่นปักผมแทงนางอีก พี่สามใจร้ายเกินไป เสิ่นเยี่ยนฟางมองหน้าเด็กชายก่อนจะลูบศีรษะของเขา

"เด็กดี พี่จะไม่เป็นอะไร เมื่อวานนี้พี่ไม่ทันตั้งตัวเลยถูกคนชั่วฉวยโอกาสทำร้ายได้ จากนี้ไปพวกเขาไม่มีโอกาสนั้นอีกแล้วล่ะ"

"พี่สะใภ้ใหญ่ พวกเขาใจร้าย ท่านลุง ท่านย่า ท่านปู่พวกเขาใจร้ายมากเลยนะขอรับ ปิ่นเงินนั่นข้าจะไปรับจ้างหาเงินมาซื้ออันใหม่ให้ท่านนะ ท่านอย่าไปเลย"

เมิ่งลู่เจินนัยน์ตาแดง เมื่อวานพี่สะใภ้ตกน้ำเป็นไข้ตัวร้อนมาก พวกเขายังบอกว่าจะฝังพี่สะใภ้กับพี่ชายเขาด้วยกัน ให้ไปเป็นคู่ผัวเมียในนรก เขาเกลียดบ้านใหญ่

"ภรรยา เจ้าเชื่ออาเจินเถอะ เจ้าตัวเล็กเพียงนี้ ไปก็เสียเปรียบเจ้าโทษข้าเถอะที่ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้" 

เมิ่งหย่งชวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่ แต่เสิ่นเยี่ยนฟางฟังออก เขาไม่ได้ป่วยแน่นอน แต่เหตุใดแกล้งป่วยไม่ไปเข้าสอบอันนี้นางไม่รู้ ก่อนจะเอ่ย

"อาเจิน ท่านพี่อย่าห่วงเลย ข้าบอกแล้วว่าเมื่อวานข้าแค่ไม่ทันระวัง แต่วันนี้ไปหาพวกเขาถึงบ้าน ข้าไม่เสียเปรียบแน่นอนพวกท่านคอยดูเถอะ"

จากนั้นเสิ่นเยี่ยนฟางก็เดินไปยังทางเข้าหมู่บ้าน ผ่านบ้านหลายหลังบางคนก็ทักทาย บางคนก็รังเกียจชื่อเสียงนางไม่ดีนัก หากไม่ใช่เพราะว่าดวงนางสามารถแก้ชงให้ซิ่วไฉคนเดียวของหมู่บ้านได้ พวกเขาก็ไม่อยากจะยอมรับนางหรอก เสิ่นเยี่ยนฟางมองไปมองมาก็เจอโจทย์หลายคน เพื่อนของนังเด็กนิสัยเสียเมิ่งจื่อคนนั้น

"เหอะ ผู้หญิงแพศยา กาลกิณีจริงๆยั่วยวนกระทั่งสามีของอาตนเอง สกปรกนัก"

"ใช่ๆ นางช่างเป็นผู้หญิงร่านราคะเสียจริงๆ โอ๊ย"

เพี๊ยะๆๆๆเสียงตบหน้าสามทีดังตัดกัน เสิ่นเยี่ยนฟางตบจนพวกนางงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้น หน้ายังชาอยู่แต่คนจากไปแล้ว เหลือเพียงชายกระโปรงสีซีดที่พวกนางมองทัน 

"นังแพศยานั่นตบหน้าข้าหรือ เสิ่นเยี่ยนฟางนังตัวดี กล้าลงมือกับข้าๆไม่ปล่อยเจ้าแน่ๆ"

หญิงสาวหลายคนส่ายหน้า สหายของเมิ่งจื่อถูกตบ แก้มที่บวมนั้นเป็นหลักฐานอย่างดี แต่ว่าเสิ่นเยี่ยนฟางลงมือตอนไหน เหตุใดพวกเขาที่มีกันหลายคนกลับมองไม่เห็น แรงตบไม่น้อยเลยด้วยซ้ำ นางตบเสียหน้าบวมทันที 

เสิ่นเยี่ยนฟางเดินมาหยุดที่หน้าบ้านของเมิ่งซุนก่อนจะเรียกหาเสียงดังเรียกชาวบ้านมาดูไม่น้อย เพราะเป็นเวลาพักเที่ยงจากงานในไร่นา

"เมิ่งจื่อ ออกมานะคืนปิ่นปักผมมารดาข้ามาเดี๋ยวนี้ ข้าจะนับแค่หนึ่งถึงสามถ้าไม่ออกมา ข้าจะพังประตูบ้านเจ้าเอง"

เสียงเรียกของเสิ่นเยี่ยนฟางทำให้เมิ่งจื่อที่ได้ใจเพราะเมื่อวานนี้ได้สั่งสอนนางโสเภณีนี่แล้วก็ออกมาทันที นางปักปิ่นที่แย่งมาได้อวดเสิ่นเยี่ยนฟาง สายตาเยาะเย้ยมองมา

"เจ้ามีปัญญาก็เข้ามาเอาเองสินางโง่ ปิ่นปักผมนี้อยู่บนหัวข้าก็ต้องเป็นของข้าสิ สามีเจ้าเมิ่งหย่งชวนใกล้ตายหรือยังเล่า เจ้าแต่งมาแก้ชงให้มันหากแก้ไม่ได้ท่านย่าข้าจะส่งเจ้าไปเป็นเพื่อนเขาในปรโลก ฝังเจ้าลงไปด้วย ฮ่าๆๆนางหน้าโง่"

ชาวบ้านที่ได้ยินถึงกับตกใจ อะไรนะแม่เฒ่าเมิ่งจะฝังหลานสะใภ้หรือ เรื่องนี้ไม่เล็กนะจึงรีบไปตามผู้นำหมู่บ้านทันที เสิ่นเยี่ยนฟางไม่ใช่คนมีความอดทนมากนัก ตอนนี้นางหงุดหงิด ต้องมาอยู่ในสถานที่กันดาร ไร้เทคโนโลยี มีแต่ต้นไม้ใบหญ้าเดินเป็นวันๆกว่าจะถึงที่หมาย ไม่มีปอร์เช่ ไม่มีรถยุโรปคันหรู มีแต่เกวียนช้าๆ 

เมิ่งจื่อคนไม่กลัวตายยังมายั่วยุอีก เสิ่นเยี่ยนฟางยกเท้าถีบทีเดียวประตูก็พังลงทันที เมิ่งซุนกับเมิ่งซานที่อยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงก็รีบออกมาดู เห็นเสิ่นเยี่ยนฟางถีบประตูรั้วบ้านตนเองพังก็ตรงเข้ามาจะทำร้าย 

เมิ่งซานเงื้อมือจะตบนางเต็มที่ ท่ามกลางเสียงห้ามของชาวบ้านแต่เขาไม่ฟัง มือลงมายังไม่ทันถึงใบหน้าของเสิ่นเยี่ยนฟางก็ถูกนางคว้าข้อมือเอาไว้ได้ ก่อนจะบิดแขนไปข้างหลัง หัวไหล่ของเขาหลุดทันที 

เมิ่งซานทรุดลงไหล่ห้อยร้องไห้น่าเวทนาเต็มทน เมิ่งซุนเห็นบุตรชายคนโตเป็นเช่นนี้  ก็คว้าไม้ท่อนใหญ่เตรียมจะทุบนาง ชาวบ้านจะเข้ามาห้ามแต่เสิ่นเยี่ยนฟางหลบไม้นั่นได้ทันก่อนจะขัดขาเขาล้มลงไป หน้ากระแทก ฟันหน้าหลุดกระเด็นทันทีเมิ่งจื่อจึงร้องไห้โวยวายโอดครวญ

"ฮือๆๆๆ ท่านพ่อ ท่านปู่พวกท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เสิ่นเยี่ยนฟางนางโสเภณี เจ้ากล้าทำร้ายผู้อาวุโสได้อย่างกัน เจ้ามันหญิงอัปมงคล เมิ่งหย่งชวนไม่มีทางหายหรอก เพราะเขาแต่งงานกับสตรีอัปมงคล เขาต้องตายเพราะเจ้า ชาวบ้านทุกคนจะฝังเจ้าร่วมกับเขา"

"ใช่ หลานข้าพูดถูก หน็อยแน่นังตัวดี กล้าทำบุตรชายข้าหรือ  นังคนไม่เคยตาย" 

 แม่เฒ่าเมิ่งที่ออกมาเห็นสามีนอนคลุกฝุ่นและบุตรชายที่ตอนนี้หัวไหล่หลุด สะใภ้ใหญ่กำลังประคองเขาอยู่ ก็ตรงมาชี้หน้าเสิ่นเยี่ยนฟาง แต่ยังพูดไม่จบก็ถูกเสิ่นเยี่ยนฟางตบจนหน้าบวม ชาวบ้านเองยังมองไม่ทันเลย หน้าแม่เฒ่าเมิ่งบวมเป็นหัวหมู 

เมิ่งจื่อที่กำลังจะเอ่ยปากก็ถูกตบเช่นกัน จากนั้นเสิ่นเยี่ยนฟางก็กระชากเอาปิ่นเงินของมารดานางออกมาจนได้  ก่อนจะทั้งตบทั้งเตะและกระทืบอย่างสะใจ หากใครเอ่ยปากคนนั้นโดน จนตอนนี่มีแต่เสียงร้องโอดโอยเท่านั้น จากนั้นก็ประกาศเสียงดังฟังชัด

"เมิ่งจื่อ จำไว้ของๆ ข้าถ้าข้าไม่ให้ก็อย่าได้โลภ ส่วนสามีข้าป่วย ข้าจะรักษาเขาหายหรือไม่ก็เรื่องของข้า คิดจะฝังข้าให้ไปเป็นเพื่อนกับเขาหรือ ยายแก่เมิ่งเจ้ามันยายแก่แร้งทึ้งเจ้ารักหลานชายคนนี้แต่เมื่อไหร่กัน  พอหาประโยชน์ไม่ได้ก็ขับไล่ไสส่ง  เงินสินสอดที่แต่งข้ามานั้นผู้นำหมู่บ้านเป็นคนจ่าย อย่าห่วงเลยข้าจะฝังพวกเจ้าก่อนจะได้มีคนรอรับเขาที่ปรโลก ข้าว่าฝังบ้านเมิ่งพวกเจ้าทั้งตระกูลเลยดีไหม"

  "ส่วนเจ้ายายเฒ่า..อย่ามาพูดว่าเป็นผู้อาวุโสของข้าเชียว เจ้าคลอดข้ามาหรือคลอดมารดาข้าหรือคลอดบิดาข้าออกมาล่ะ ส่วนเจ้าเมิ่งจื่อเจ้าเป็นสตรียังไม่ออกเรือน กลับพูดคำว่าโสเภณีเอย แพศยาเอยได้คล่องนัก เจ้าเคยขายตัวมาก่อนเหรอ สารรูปอย่างเจ้ามีคนซื้อด้วยหรือ ข้าว่าไม่น่าขายออกนะ"

"กรี๊ด เสิ่นเยี่ยนฟางนางสารเลว ข้าจะสู้ตายกับเจ้า นั่งแพศยาตัวดี เจ้ามันเหมาะกับไอ้ขี้โรคนั่น สมควรตายทั้งคู่เลย"

เมิ่งจื่อปรี่เข้ามาจะทำร้ายนาง แต่เสิ่นเยี่ยนฟางไม่ทนนางทั้งเตะทั้งกระทืบจนแต่ละคนสภาพดูไม่ได้ หัวบวม ปากแตก กระทั่งพ่อเฒ่าแม่เฒ่าเมิ่งเองก็ยังหน้าบวม ชาวบ้านที่เป็นบุรุษยังไม่กล้าห้าม นางช่างน่ากลัวจริงๆ

หลิวเยี่ยนฟางมองหน้าทุกคน ชาติก่อนเธออยู่หน่วยรบพิเศษ เธอไม่ได้ปฏิบัติภารกิจก็จริง แต่เธอเป็นครูฝึกนาวิกโยธินเหล่านั้น

"ถุย กล้าหือกับเจ๊เหรอ เดี๋ยวแม่จับทุ่มให้หมดเลย มองอะไร เมิ่งซานเจ้าเป็นลุงของพวกเขาแต่จิตใจโหดเหี้ยมไร้ปรานี หากข้ารู้ว่าเจ้าตีเมิ่งลู่เจินน้องสามีข้าอีกข้าจะตัดมือเจ้าทิ้ง หึ มีแต่พวกอยากตายทั้งนั้น "

"เจ้าๆๆๆ พวกข้าเป็นผู้อาวุโสนะเจ้ากล้าดีอย่างไรกัน" 

เมิ่งซุนที่ตอนนี้เลือดกบปาก พร้อมกับขี้ฝุ่นอยู่เต็มปากก็เอ่ยโวยวาย ไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านเมิ่งหลงก็มาถึง เห็นสภาพคนบ้านเมิ่งแล้วก็ถอนหายใจ นี่แหละนะเขาว่ากระต่ายหากจนตรอกก็ยังกัดคนได้ ดูเหมือนสะใภ้บ้านเมิ่งคนนี้จะไม่ใช่ลูกพลับนิ่มเสียแล้ว

"ภรรยาอาชวน เจ้าทุบตีพวกเขาเช่นนี้ไม่ถูกนักนะ เหตุใดกันถึงต้องทำร้ายกันเพียงนี้ตอบข้ามาหน่อย" 

 เสียงร้องไห้ของเมิ่งจื่อดังขึ้นมานางเป็นฝ่ายชิงฟ้องก่อน

"ฮือๆๆๆ ท่านปู่หลง นางโสเภณีนี่แย่งปิ่นเงินของข้าเจ้าค่ะ พอข้าไม่ให้นางก็ลงมือทุบตีคน นางช่างเป็นสตรีแพศยาเสียงจริงๆ"

เล่นละครหรือนางหนู มาสิมาดูกันว่าใครแน่กว่ากัน เสิ่นเยี่ยนฟางจึงคุกเข่าลงแล้วร้องไห้บ้างสองมือกุมปิ่นเงินไว้แน่นแนบกับหน้าอกตัวเอง สะอื้นตัวโยนร้องไห้จะขาดใจ  ชาวบ้านที่เพิ่งมาถึง ไม่ได้เห็นเหตุการณ์ก่อนหน้าก็สงสาร ส่วนคนที่มาก่อนก็กำลังปรับอารมณ์อยู่ เมื่อกี้นางเพิ่งจะทุบตีไล่เตะคนเองนะ ตอนนี้ร้องไห้เสียงดัง จนเมิ่งหลงหัวหน้าหมู่บ้านต้องเอ่ยถาม

"ภรรยาอาชวน เจ้าอย่าร้องไห้ มีอะไรก็พูดมาเถอะข้ารอฟังเจ้าอยู่ ข้าจะไม่ฟังความข้างเดียวแน่นอน"

"ฮึก ฮึก ท่านผู้นำท่านช่างใจร้ายนัก ฮือๆๆท่านไปสู่ขอข้ามาทำไมกัน ไหนท่านบอกว่าจะหาสามีที่ดีให้ข้าไง ท่านใจร้ายหลอกลวง ฮือๆๆๆ"

กระซิกๆๆฮึกๆๆ เสิ่นเยี่ยนฟางร้องไห้จนตัวโยน เมิ่งหลงกับชาวบ้านถึงกับงงไปเลย หัวหน้าหมู่บ้านหลอกลวงหรือ เขาหลอกลวงอันใดนางกัน

"เจ้าๆๆ นี่ภรรยาอาชวน ข้าไปหลอกลวงอันใดเจ้ากันหึ อย่ามาใส่ความข้านะ พูดมาให้รู้เรื่อง ข้าไปสู่ขอจ้าตามประเพณี สินสอดก็มีให้ ตรงไหนที่ข้าหลอกลวงเจ้า"

"ฮือๆๆ ท่านบอกให้ข้าแต่งงานกับเมิ่งหย่งชวนข้าก็แต่งแล้ว ท่านบอกว่าสามีภรรยาดวงเกื้อหนุนสมพงศ์กันข้าก็เชื่อ แล้วตอนนี้เล่า สามีที่น่าสงสารของข้าไอจนกระอักเลือดออกมากองโต ข้าไร้เงินรักษาข้ามีเพียงปิ่นเงินที่เป็นสินเดิมมารดาแค่อันเดียว ข้าจะเอาไปขายเพื่อพาสามีไปหาหมอ แล้วอย่างไรกันฮือๆๆ เมิ่งจื่อกับสหายของนางกลับยื้อแย่งข้ามา   ปิ่นเงินนั่นไม่ใช่แค่เครื่องประดับ แต่มันคือสิ่งที่จะช่วยชีวิตสามีข้าได้ แต่พวกเขากลับบอกว่าจะฝังข้ากับสามีไปพร้อมกัน ฮือๆๆๆ"

"ตอนท่านไปสู่ขอข้าไม่ได้บอกว่าจะให้เราถูกคนรังแกจนตายนี่ ถ้าวันนี้ขายปิ่นไม่ได้พรุ่งนี้คงต้องฝังพวกข้าผัวเมียแล้ว สวรรค์ท่านใจร้ายนัก ท่านพ่อก็ทอดทิ้ง อาหญิงก็ไม่อยากเลี้ยงดู ใส่ความข้าแย่งสามีของนาง สุดท้ายถูกหลอกมาแต่งงานให้ฝังลงดินเป็นเพื่อนศพหรือ  พวกท่านโหดร้ายเพียงนี้จริงๆ หากพรุ่งนี้ข้าถูกฝัง ข้าขอสาปแช่งคนที่ทำให้ข้าต้องพบเจอชะตาเช่นนี้จงโชคร้ายอัปมงคลทั้งชีวิต ฮือๆๆๆๆๆๆ"

ชาวบ้านที่ได้ยินต่างก็ตกใจ นางสาปแช่งแบบนี้ได้อย่างไร  ทุกคนจึงหันมามองหน้าคนบ้านเมิ่งเป็นตาเดียว จนกระทั่งมีสตรีคนหนึ่งก้าวออกมา

"หัวหน้าหมู่บ้าน ปิ่นเงินนี้เป็นของนางจริงๆ เมื่อวานข้าเป็นคนไปรับนางจากหมู่บ้านของนาง  อีกทั้งข้าเป็นคนหวีผมให้นางเอง แปลว่าเมิ่งจื่อแย่งของนางมาจริงๆ"

"ป้าหลี่ถ้าเป็นเช่นนั้น เท่ากับว่าพวกเขาอยากให้อาชวนตายจริงๆงั้นสิ จึงแย่งของที่สามารถช่วยชีวิตคนได้"

"แหม่ที่ดินอาชวนตั้งสามสิบหมู่ใครกันไม่โลภ" 

ชาวบ้านเริ่มวิจารณ์สนุกปาก เมิ่งอี้ที่เพิ่งกลับมาถึงก็กำหมัดแน่น ไอ้ขี้โรคนั่นยังไม่ตายอีกหรือ

 มีมันอยู่เขาก็ไม่มีทางได้เงยหน้า ที่สำนักศึกษาอาจารย์ชื่นชมแต่มัน ขนาดมันเพิ่งจะเข้าเรียนเมื่อสองปีก่อนเท่านั้น ตามหลังเขาตั้งสี่ปีแต่กลับสอบซิ่วไฉได้ อีกทั้งยังได้อันดับหนึ่งอีกด้วย  เมิ่งหลงที่ตอนนี้ปวดหัวยิ่งนักถอนหายใจก่อนจะเอ่ยปาก

"พวกเจ้าเมื่อไหร่จะเลิกก่อปัญหา อาชวนป่วยก็ไม่ใส่ใจ ข้าแต่งภรรยามาให้เขาพวกเจ้าก็กลั่นแกล้งนาง อยากให้ข้าใช้กฎสกุลลงโทษหรือไม่   เมิ่งซุนเจ้ามันตัวดี อายุปูนนี้ไม่สั่งสอนบุตรหลาย ปล่อยให้ทำแต่เรื่องเลวๆ เมิ่งอี้บ้านเจ้าดีหนักหนา เข้าเรียนมาหกปียังสอบผ่านแค่ถงเซิ่ง วันนี้นอกจากคืนปิ่นปักผมให้นางแล้ว พวกเจ้าต้องจ่ายนางเป็นค่ายาอาชวนอีกสิบตำลึง"

สิ้นเสียงของหัวหน้าหมู่บ้าน แม่เฒ่าเมิ่งก็ร้องไห้ฟูมฟายทุบตีตบหน้าขาตนเองทันที 

"เจ้าๆๆ นางแพศยาเจ้าอยากฆ่าข้าหรือ เจ้ามาเลยมาเอาชีวิตข้าเลย" 

 เสิ่นเยียนฟางเห็นยายแก่เสแสร้งก็ไม่ยอมนางร้องกลับซ้ำยังร้องดังกว่าอีก

"ฮือๆๆๆ ท่านพี่ท่านมีญาติเช่นนี้ได้อย่างไร ฮือๆๆท่านหัวหน้าหมู่บ้านพวกเขาต้องการบีบให้พวกข้าผัวเมียตายจริงๆ เขาต้องการที่ดินขอดีๆก็ได้ ทำไมต้องวางแผนมากมายขนาดนี้ จนสามีข้าทรงตัวจะไม่อยู่แล้ว ฮือๆๆๆ ท่านแต่งข้ามาเพื่อฝังรวมกับเขาจริงๆใช่ไหม ท่านโกหกเมิ่งหลงท่านเป็นคนหลอกลวงฮือๆๆๆๆๆ"

เมิ่งหลงหน้าดำเป็นก้นหม้อแล้ว เขาเป็นหัวหน้าหมู่บ้านต่อจากบิดามาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ถูกด่าต่อหน้าคนมากมาย เมิ่งซุนตัวดีเจ้าทำให้เด็กมาถอนหงอกข้าหรือ

"เจ้าพวกเจ้า ชดใช้ให้นางสิบตำลึง ไม่เช่นนั้นลงโทษตามกฎตระกูลและกฎหมู่บ้านหรือจะไปศาลาว่าการ"

เมิ่งอี้ที่ได้ยินรีบมาทันที เขาจะสอบอยู่แล้วจะให้ชื่อเสียงตนด่างพร้อยไม่ได้เขาจึงกระซิบกับท่านปู่ท่านย่า

"ท่านปู่ท่านพ่อจ่ายเถอะขอรับ ข้าจะสอบแล้วชื่อเสียงจำเป็นนัก อีกอย่างข้ากำลังคบหากับบุตรสาวขุนนางท่านหนึ่ง ไม่อยากให้ชาวบ้านเอาไปนินทาเสียหายขอรับ นังอัปลักษณ์นี่ไว้แก้แค้นวันหลังก็ได้ รอข้าได้เป็นขุนนางก่อนเถอะขอรับ"

สุดท้ายก็จบที่เสิ่นเยี่ยนฟางได้เงินคืน และได้กำไรอีกสิบตำลึง เมิ่งอี้เกลียดนางเด็กนี่ สารรูปอัปลักษณ์ น่าขยะแขยง คนอย่างเมิ่งหย่งชวนมีปัญญาได้สตรีรูปร่างเช่นนี้นับว่าวาสนามากแล้วเหอะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป