บทที่ 7 ก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว

“ได้ข่าวว่าเจ้าเตรียมตัวจะเป็นอาจารย์งั้นรึ จัสมิน” กษัตริย์ฮัสซันเอ่ยถาม โบกพระหัตถ์เรียกคนสนิทมาใกล้กระซิบรับสั่งสองสามคำก่อนหันมาสนใจลูกสาวของตน “ว่าไงละ”

“เป็นอาจารย์พิเศษเพคะ ที่มหาวิทยาลัยประจำชาติจะเริ่มสอนต้นเดือนหน้า” จัสมินตอบด้วยความภาคภูมิใจ

“ดีแล้วควรทำตัวให้มีประโยชน์ต่อบ้านเมือง” ดวงเนตรมีประกายความอ่อนโยนอย่างที่จัสมินไม่เคยเห็น เธอแทบจะหยิกตัวเองเพื่อเตือนสติว่านี่ฝันหรือว่าตื่น “แต่ข้าเริ่มเบื่อหน้าเจ้าแล้วนะราเฟย์ เจ้าชอบทำหน้าเครียดอย่างนี้เสมอ” 

“กระหม่อมก็เป็นเช่นนี้มานานแล้ว” ดวงตาสีเข้มเปล่งประกาย “ผิดกับเสด็จพ่อที่ดูสดใสขึ้นมาก”

“เราดูดีขึ้นแล้วทำให้เจ้าไม่พอใจรึ” พระองค์ทรงหยอกเย้า เป็นจังหวะที่คนสนิทนำกล่องกำมะหยี่สีแดงสดส่งให้พระองค์สองกล่อง พระองค์รับมาเปิดดูแล้วยื่นให้จัสมิน 

“รับขวัญที่เจ้ากลับมา พ่อคิดจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจ้า ตั้งแต่เจ้ากลับมามาก็แทบไม่ได้พูดคุยอะไรกับเจ้าเลย เจ้าอยากจัดงานเลี้ยงเมื่อไหร่ยังไงก็บอกพี่ชายเจ้า พ่ออนุญาต”  

จัสมินยิ้มกว้างมือที่ยื่นไปรับของขวัญนั่นสั่นน้อยๆ กล่องกำมะหยี่สีแดงถูกเปิดออกเป็นสร้อยคอประดับเพชรน้ำงาม ประเมินมูลค่ามิได้ เธอไม่เคยคาดหวังจะรับเครื่องประดับหรือของขวัญใดๆ เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดคือการที่กษัตริย์ฮัสซันมองเธอด้วยสายตาของบิดาที่มองดูลูกสาว!  

“ขอบพระทัยเพคะ”   

“อันนี้ของเจ้า ในฐานะที่เจ้าดูแลเราเป็นอย่างดี”  

“หม่อมฉันรึเพคะ” 

อารยาทำหน้างุนงง แต่เมื่อเห็นพระหัตถ์ที่ยื่นกล่องกำมะหยี่แบบเดียวที่ให้จัสมินมาตรงหน้า หญิงสาวจึงต้องยื่นมือไปรับและเปิดออกดู ข้างในเป็นสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้เป็นแผ่นสีเหลี่ยมผืนผ้ามีตราสัญลักษณ์ราชวงศ์บาฮาเนีย นั่นคือ ‘เหยี่ยวทะเลทราย’

“เอ่อ...คือ...”  

อารยาไม่รู้เอ่ยถามอย่างไร ภาษาอังกฤษในสมองตีกันยุ่งเหยิงไปหมด แต่ที่แน่ๆ สีหน้าขององค์รัชทายาทแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่ง

“มันเป็นเครื่องหมายที่ทำให้เจ้าเข้านอกออกในในวังนี้ได้  เผื่อว่าเจ้าจะอยากไปเที่ยวชมประเทศของเรา จริงซิ! จัสมินหากเจ้าพอมีเวลาก็พาอารยาไปเที่ยวชมบ้านเมืองเราด้วยนะ” 

“แต่ว่าหม่อนฉันมาที่นี้เพื่อถวายการรักษาฝ่าบาทไม่ได้มาเพื่อท่องเที่ยว เกรงว่าหม่อมฉันจะรับไว้ไม่ได้”  

 มือเล็กๆ สั่นเทาแต่ก็ยื่นคืนสร้อยเส้นนั้นคืนกษัตริย์ฮัสซัน 

“อย่าได้กระทำการดูหมิ่นน้ำพระทัยกษัตริย์แห่งบาฮาเนีย” 

น้ำเสียงราบเรียบแต่ฟังคล้ายคำสั่งอยู่ในที แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มฉายชัดความไม่พอใจ 

กษัตริย์ฮัสซันอดแย้มพระสรวลไม่ได้ “เจ้าทำให้เราพอใจมาก เอาละเจ้าไปพักผ่อนเถอะ เราเองก็อยากพักผ่อนเหมือนกัน”

ในเมื่อไม่เห็นทางที่จะปฏิเสธได้ อารยาได้แต่กล่าวขอบคุณแล้วลุกขึ้นเดินนำออกมาก่อน จัสมินหันไปยิ้มให้กับพี่ชายนิดหนึ่งก่อนเดินตามร่างของอารยา ราเฟย์รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างหาเหตุผลไม่เจอ เขาหมุนตัวจะเดินออกไป แต่กลับต้องชะงักเท้าเมื่อได้ยินเสียงพระบิดา 

“ถ้ามีพระชายานิสัยดีอย่างอารยาสักคนก็น่าจะดีนะ”

ราเฟย์หันขวับมาทางต้นเสียงแต่ปรากฏว่าพระบิดาปิดเปลือกตาเข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ได้ยินเป็นเสียงของเสด็จพ่อ หรือเป็นความกังวลใจที่มันเกาะตัวจนกลายเป็นเสียงหลอนประสาทเขากันแน่

ร่างสูงสง่าหมุนตัวกลับและเดินจากไปด้วยใจว้าวุ่น โดยไม่รู้ว่ามีคนแกล้งหลับแอบยิ้มอยู่บนเตียง 

“เดี๋ยวก่อน...เธอ...เอ่อ...อา...”

อารยาได้ยินเสียงเรียกจากด้านหลัง แม้ไม่แน่ใจว่าเรียกเธอหรือไม่แต่เท้าก็หยุดแล้วหันกลับไปมอง ร่างเพรียวบางของจัสมินกึ่งวิ่งกึ่งเดินมาใกล้ๆ รอยยิ้มที่เป็นกันเองทำให้อารยารู้สึกดีขึ้นอย่างประหลาด

“องค์หญิงเรียกหม่อมฉันหรือเพคะ”

“พูดกับฉันธรรมดาเถอะจ๊ะ ดูท่าเราจะอายุเท่ากันใช่มั๊ย” จัสมินได้เพื่อนใหม่ถึงกับลืมพี่ชายไปเลยทีเดียว “เธอชื่ออะไรนะ”

“อารยาเพคะ” 

“ฉันจัสมิน ยินดีที่ได้รู้จัก ปีนี้เธออายุเท่าไหร่ฉันยี่สิบสองแล้ว”

“หม่อมฉันอายุมากกว่าพระองค์สองปีเพคะ” 

“ไม่ได้ๆ ไม่เอาๆ” จัสมินทำท่ากระฟัดกระเฟียดเหมือนเด็กถูกขัดใจ “พูดกับฉันธรรมดาๆ ซิ ฉันรู้สึกถูกชะตากับเธอ เราเป็นเพื่อนกันนะ”

“พะ...พะ...เพื่อน” ‘โอโฮ จะได้มีเพื่อนเป็นองค์หญิงเหรอเนี่ย’

“ใช่ซิ เพื่อนไง ฉันเพิ่งกลับมาจากอังกฤษได้สองเดือน นอกจากพี่ราเฟย์แล้วฉันไม่ค่อยสนิทกับใครเลย ฉันถูกส่งไปอยู่เมืองนอกตั้งแต่เด็ก” จัสมินคล้องแขนอารยาแล้วเดินเรื่อยๆ ตามทางที่จะไปสู่ห้องโถงใหญ่ “เธอนี่เหมาะกับชุดพยาบาลจัง เอาไว้วันไหนเธอว่างเรามาคุยกันนะ เธอพักที่ห้องพักของพยาบาลใช่มั๊ย”

“ค่ะ”    

เธอยิ้มบางๆ จะบอกยังไงดี อยู่ที่วังนี้มาเป็นสัปดาห์เธอก็ยังไม่รู้ว่าตรงไหนเรียกว่าอะไร ก็เธอมาทำงานน่ะ ใครจะมาแนะนำพาเที่ยวเล่า แต่ถึงอย่างนั้นงานที่เธอก็ไม่ได้น่าเบื่อเพราะการได้ดูแลพระอาการเจ็บของกษัตริย์ฮัสซัน ทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นลูกที่ต้องดูแลพ่อ อาจเพราะเธอคิดถึงพ่อที่ตายจากไปก็เป็นได้ 

“คราวหน้าเราคุยกันนะ วันนี้ฉันมีนัดกับอาจารย์ที่มหา’ลัยจ๊ะ”  

จัสมินโบกมือลาและเดินหายไป ทิ้งให้อารยายืนเคว้งอยู่คนเดียว เธอหันซ้ายแลขวาแล้วก็ยืนงงอยู่อย่างนั้น พยายามนึกให้ออกว่าเมื่อครู่องค์หญิงจัสมินพาเธอเดินจากทางไหนมาโผล่ทางไหน ถึงได้มายืนอยู่ตรงนี้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป