บทที่ 6 CHAPTER 5 | เรื่องเล่า เรื่องเหล้า

        ด้านสาวยุโรป เจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ในตอนนี้เธอกำลังจ้วงแขนว่ายน้ำไปมาระหว่างสองฝั่งของสระว่ายน้ำชั้นดาดฟ้าเพื่อระบายความเครียด

         เธอเห็นบริษัทตนเองขึ้นเทรนด์ในเอ็กซ์ (X) และเมื่อกดเข้าไปอ่านก็เห็นว่ามีคนโพสต์ข้อความโจมตีบริษัท ว่ากำลังจะล้มละลายเพราะกำไรไม่พอจ่ายค่าหนี้แต่ละปี จนต้องขนสมบัติเก่าออกมาทยอยขาย

         ถึงจะเป็นความจริงก็เถอะ แต่มันใช่เรื่องที่จะเอามาป่าวประกาศหรือไง

         และนั่นมีผลให้นักเกร็งกำไรเทขายหุ้นพร้อมๆ กันจนกราฟร่วงทันตา

         แม้คุณอาจะบอกว่าไม่ต้องกังวล เพราะหากได้เงินจากรูซโซ่ สภาพคล่องทางการเงินของอเมทิสต์ก็จะดีขึ้นทันตา

         แต่ตอนนี้ยังไม่ได้ แล้วเธอจะตัดความกังวลได้อย่างไร

         หญิงสาวลอยคอมาเกาะขอบสระฝั่ง ที่ยื่นออกไปเห็นวิวจากตึกสูงเพื่อความผ่อนคลาย

         หากเสร็จจากงานแต่ง เธอจะกลับฝรั่งเศสไปทำงานช่วยฌองอีกแรง ความสามารถด้านการประเมินราคาขายเครื่องประดับและความกว้างขวางในวงการแฟชั่น น่าจะเป็นประโยชน์อย่างมากกับฝั่งการตลาด

         ไม่แน่ว่า อาจจะสามารถคอลแลปกับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำได้ในอนาคต

         "สบายจังเลยนะ หุ้นร่วงเป็นใบไม้ ยังมีเวลามาจิบไวน์ว่ายน้ำ"

         น้ำเสียงกระแนะกระเหนจากอีกฝ่ายทำให้ต้องละสายตาจากความสวยงามของทัศนียภาพตึกสูงไปยังต้นเสียง

         คนตัวสูงในชุดเสื้อเชิ้ตสีเบอร์กันดีสวมทุบสูทสีขาวฉูดฉาด ทำให้เธอขมวดคิ้วกับรสนิยมเขานิดๆ

         ต้องมั่นใจในระดับหนึ่ง ถึงกล้าใส่อะไรแบบนี้กลางวันแสกๆ

         พูดง่ายๆ ก็ใช้หน้าแบกชุดนั่นเอง

         "ไม่จิกฉันสักวัน จะน้ำลายฟูมปากตายไหมราล์ฟ" ตีขากลับขึ้นฝั่งมานั่งที่เก้าอี้สีเนื้อไม้ตัวยาว แล้วยืดเหยียดขาสวย

         พริบตาหนึ่งดวงตาคมเผลอสำรวจชุดว่ายน้ำวันพีชสีขาวที่เปียกจนเห็นสีชมพูจางๆ จากอกเต่งตึง

         แม่ง...แต่งตัวแบบนี้อีกแล้ว

         "ถ้าจะด่าชุดฉันก็แหกตาดูด้วย ว่าที่นี่สระว่ายน้ำ"

         พูดดักคอทันทีโดยไม่ปล่อยโอกาสให้อีกฝ่ายเปิดก่อน พลางคว้าเสื้อคลุมผ้าขนหนูมาซับตัว

         "อาฌองบอกว่า น่าจะเป็นฝีมือพนักงานในบริษัทที่โพสต์ กำลังเร่งหาตัวคนทำ"

         "ถ้าเธอมาร่วมมือกับฉัน บริษัทเธอยิ่งจะรอดไวขึ้น" ทรุดกายนั่งลงที่เก้าอี้ยาวอีกตัว พร้อมกับเอ่ยปากโน้มน้าวใจ

         "คิดว่าฉันโง่? ต่อให้ริวาโน่เลิกกับแฟน งานแต่งก็ถูกกำหนดว่าสองเดือนต่อจากนี้อยู่ดี มันไม่ได้เร็วไปกว่านี้หรอก"

         เธอชำเลืองหางตาใส่ พร้อมกับยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นดื่มจนหมด ซีลีนคิดว่าการทำให้ริวาโน่เลิกกับแฟนไม่ใช่เรื่องฉลาด

         หนึ่ง เพราะเขาอาจจะจนตรอก จนทำอะไรที่มันเกินความคาดหมาย

         สอง คนที่จะซวยคนต่อมาก็คือเธอ ริวาโน่ไม่ปล่อยเธอแน่ และเผลอๆ รูซโซ่อาจจะไม่ยอมให้ทั้งสองคนหย่ากัน เนื่องจากเขาไม่มีคนให้กลับไปหาแล้ว

         ใช่...เต็มที่คือสองปีสำหรับการแต่งงาน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาเป็นคนนิสัยใจคออย่างไร

         เธอยอมแต่ง แต่ไม่ได้ยอมให้ใครมาเป็นเจ้าของชีวิตเธอ

         "ดื้อด้าน"

         "นายนั่นแหละที่ดื้อด้าน โลกมันไม่ได้หมุนรอบตัวนายนะราฟาเอล" วางแก้วเครื่องดื่มลงและลุกหนี ไม่อยากจะทะเลาะกับเขาอีก

         "แต่บริษัทเธอ มันหมุนรอบเงินของฉัน"

         "งั้นอำนาจของรูซโซ่ที่จะขยายเข้าฝรั่งเศส ก็คงอยู่ที่อเมทิสต์เหมือนกัน"

         ใบหน้าที่เคยแสดงความฉุนเฉียว แปรเปลี่ยนเป็นเหยียดยิ้มใส่คนตรงหน้า

         "รวมถึงครอบครัวสุขสันต์ของนายด้วย...อ๊ะ!"

         สิ้นคำพูดของหญิงสาวผมบลอนด์ ร่างกายกำยำของมาเฟียหนุ่มก็พุ่งเข้าบีบท้ายทอยเธอจนแน่น เขาเหวี่ยงร่างบางไปใกล้กับกำแพง พร้อมกับกดบริเวณท้ายทอยจนใบหน้าสวยแนบชิดกับผนัง

         "อึก!"

         แม้จะเจ็บและตกใจ แต่ก็ยังยิ้มร้ายกาจใส่คนตัวโตกว่าอย่างไม่ยอมแพ้

         "อย่าสาระแนพูดเรื่องครอบครัวฉันอีก ทำหน้าที่เอาตัวมาแลกเงินไปแบกธุรกิจใกล้เจ๊งของเธอเงียบๆ ซะ!"

         กดร่างเล็กชนเข้ากับกำแพงอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดมือออกอย่างรังเกียจ เขา

         เดินจากไปพร้อมกับการทิ้งสายตาดูถูกดูแคลน จนหญิงสาวจิกเล็บเข้ากับฝ่ามือตนเองระบายอารมณ์เกลียดชังที่ปะทุขึ้นในอก

         โคตรเกลียด!!

มาเฟียหนุ่มเปิดประตูออกจากห้องพักชั้นสามสิบห้าในยามวิกาล และก็พบว่ามีลูกน้องยืนอารักขาอยู่หน้าประตูสองนาย

         "ดึกแล้วนายจะไปไหนครับ"

         หนึ่งในนั้นถามเพื่อที่จะเตรียมตัวรับใช้ได้ถูกต้อง

         "พ่อกูหรือไงถึงต้องคอยมาสอด" กลับเจอคำตอบที่ทำเอาทั้งสองไปไม่เป็น

         เจ้านายหงุดหงิดเรื่องอะไร?

         หรือเพราะเรื่องที่เอาเงินไปปั่นหุ้นให้ธุรกิจของคุณซีลีน?

         เมื่อไม่ได้รับคำตอบจากผู้เป็นนายว่ากำลังจะไปไหน จึงได้ได้เพียงเดินตามไปที่หน้าลิฟต์เงียบๆ

         เสียงอึกทึกครึกโครมของดนตรีแนวอีดีเอ็มดังกระหึ่มไปทั่วห้องชั้นใต้ดินของโรงแรม ไนต์คลับขนาดใหญ่ที่กินเนื้อที่ทั้งชั้นกำลังจัดเทศกาลงานอีดีเอ็มของเดือนนี้ทั้งเดือน

         แนวเพลงและจังหวะเร้าใจ ทำให้ร่างสูงที่นั่งอยู่ที่โซฟาโซนวีไอพีสบายใจขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดีกรีสูงถูกนำมาเสิร์ฟไม่ยั้งนับสิบแก้ว

         และราฟาเอลกระดกลงคออย่างง่ายดาย...

         "นายครับ พรุ่งนี้จะแฮงก์เอานะครับ" หนึ่งในนั้นเตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ก็ต้องหุบปากฉับเมื่อเห็นสายตาประกายขุ่นเคืองฉายวาบบนม่านตา

         ฉวยหยิบแอลกฮอล์สีสดใสกว่าทุกแก้วบนโต๊ะขึ้นมามอง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความหวุดหงิดทวีคูณ!

         เหล้าบอมเบย์สีบลูแซฟไฟร์ถูกนำมาเสิร์ฟตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ดีกรีกว่าสี่สิบองศาขัดกับกลิ่นผลไม้ ทำให้นึกถึงใครบางคนที่เพิ่งจะปะทะคารมด้วยเมื่อช่วงเย็น

         สีของเหล้าคล้ายจะเป็นสีเดียวกับดวงตาที่ชอบมองเขาด้วยความอคติ ต่างจากกลิ่นหอมจางๆ ที่มักจะหลอกล่อให้เขาเสียสมาธิเวลาอยู่ใกล้

         คิดว่าเป็นผู้หญิงอย่างที่เขาชอบ แล้วจะทำตัวแย่ใส่เขาอย่างไรก็ได้หรือไง?

         กระดกรวดเดียวหมดแก้ว ก่อนจะหันไปออกมาสั่งลูกน้องให้ไปทำงานสำคัญ

         "นายอยากได้อะไรครับ หรือจะกลับห้อง"

         "เรียกผู้หญิงให้กู อีกหนึ่งชั่วโมง" คำสั่งสั้นๆ เป็นอันรู้กันว่าราฟาเอลกำลังหาคนรับมือกับความโกรธ

         ทั้งสองพากันเดินออกไปนอกไนต์คลับ เพื่อติดต่อบรรดานางแบบสาวตามรสนิยมของผู้เป็นนายด้วยความเร่งรีบ

         ผ่านไปราวๆ สี่สิบห้านาที ผู้เป็นนายนอนหงายเอาหัวพิงเบาะหลับกลางเสียงเพลงดังกระหึ่มอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว บนโต๊ะมีแก้วแอลกอฮอล์หลายสิบแก้วซ้อนกันหลายแถวจนสูงราวๆ หนึ่งฟุต

         "มึงไปลงบิลรวมกับค่าห้อง แล้วมาช่วยกูพานายขึ้นห้อง"

         หนึ่งในนั้นแยกตัวไปจัดการเรื่องค่าใช้จ่าย แต่กลับมีหญิงสาวชาวยุโรปพ่วงติดมือกลับมาด้วย

         "เอ้า! ฉิบหาย คุณซีลีนก็มา?" บอดี้การ์ดนายหนึ่งซึ่งยืนเฝ้าเจ้านายเห็นใบหน้าชัดก็ก็จำได้ทันที

         "เออ! บาร์เทนเดอร์บอกว่าสั่งเหล้าแดกห้าแก้วรวด จากนั้นก็ขึ้นไปเต้นบนบาร์จนเหนื่อย แล้วก็นิ่งเลย"

         "ซวยฉิบหายมึงกับกูเนี่ย" ถอนหายใจออกมาพร้อมกับมองเจ้านายทั้งสองเป็นการตัดปลง "มึงมาพยุงนาย เดี๋ยวกูอุ้มคุณซีลีนไปส่งห้อง"

         "สันตีนสิ ถือของเบานะมึง" รีบประท้วงเพื่อนทันที "เราสองคนไปส่งคุณซีลีนก่อน แล้วค่อยช่วยกันแบกนายกลับห้อง"

         "เอางั้นก็ได้"

         หลังจากปิดประตูห้องนอนของหญิงสาวจากตระกูลอาร์โนลด์ สองบอดี้การ์ดก็ต้องมาตกลงเรื่องหาคนมาแบกเจ้านาย

         "ตามึงแล้ว กูแบกมาตั้งแต่ใต้ดิน เอาเข้าลิฟต์จนมาถึงห้องนี้"

         "ได้ไงวะ"

         หลุบตามองมาเฟียตัวโตที่นอนหลับอยู่บนโซฟา และไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยในคืนนี้

         "ทิ้งไว้นี่ เดี๋ยวนายตื่นก็กลับห้องเอง กูต้องรีบโทรไปแคนเซิลนางแบบให้เจ้านายก่อน ส่วนมึงไปเตรียมเงินสดเป็นค่าเสียเวลา"

         เป็นอันรู้กันว่านางแบบหรือดาราที่รับงานพิเศษเหล่านี้ มักจะรับค่าตัวเป็นสิ่งของหรือเงินสดมากกว่าการโอน

         ไฟกลางห้องพักหมายเลข KT33030 ถูกปิดลง พร้อมกับเสียงปิดประตูเบาๆ จากสองบอดี้การ์ดที่ออกจากห้องนี้ไปแล้ว

         ทั้งคู่คาดเดาเอาไว้ว่าจากปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดที่ดื่มสะสมไปของเจ้านาย น่าจะทำให้ราฟาเอลได้สติในช่วงสายของอีกวัน

         แต่ทั้งคู่คาดคะเนผิด

         เพราะหลังจากนั้นราวๆ สิบห้านาที คนตัวโตก็ลุกขึ้นมานั่งเพราะอาการปวดเบา ก่อนที่เสื้อสูทสีขาวจะถูกถอดทิ้งบนโซฟาอย่างไม่ใส่ใจ

         ราฟาเอลคลำหาทางเดินเข้าห้องนอนด้วยตนเองเพื่อเข้าห้องน้ำ ก่อนจะกลับมานอนบนที่นอนนุ่มพร้อมกับอากาศเย็นสบายจากเครื่องปรับอากาศ และกลิ่นหอมจางๆ ที่เริ่มคุ้นเคย

✦•·············•✦•·············•✦

บทก่อนหน้า
บทถัดไป