บทที่ 8 พบกับคนที่ไม่คาดคิดที่สุด
มุมมองของซาร่าห์ เดวิส
ทั้ง ๆ งานแต่งงานใกล้จะเลิกราแล้ว แต่ฉันก็ยังไม่ได้รับโอกาสให้เข้าไปถ่ายรูปกับครอบครัวเลย
ดูเหมือนว่าจูเลียไม่ต้องการฉันแล้ว ส่วนริคคาร์โดก็ดูเหมือนจะอ่านใจจูเลียออก ถ้าเธอชอบอะไร เขาก็ให้ความสำคัญกับสิ่งนั้น เอมิลี่คือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ เขาก็จะมอบการดูแลที่ดีที่สุดให้ ทั้งหมดก็เพื่อเอาใจจูเลีย
ส่วนฉันน่ะเหรอ ไม่มีใครสนใจ
ฉันถอนหายใจ ไม่รู้ว่าสถานการณ์ที่ถูกทุกคนเมินแบบนี้ ฉันควรจะดีใจหรือเสียใจกันแน่
เพราะเมื่อพิจารณาจากความซับซ้อนของตระกูลคาโปสตาแล้ว บางทีการอยู่ให้ห่าง ๆ อาจจะดีกว่า
และดูเหมือนว่าฉันจะสามารถกลับได้แล้วด้วย
“ซาร่าห์ รอเดี๋ยว!”
ใครกันน่ะ?
พอฉันหันกลับไป ก็เห็นจูเลียเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเสแสร้ง ด้านหลังของเธอมีชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยคนหนึ่งเดินตามมา
“ซาร่าห์ ฉันจะแนะนำเพื่อนดี ๆ ให้รู้จักนะ”
จูเลียจะแนะนำเพื่อนให้ฉันเนี่ยนะ?
ฉันจ้องมองไปที่หัวล้านของอีกฝ่าย พลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่ดีขึ้นมา
“ซาร่าห์เป็นลูกสาวบุญธรรมของฉันค่ะ คุณโจนาธาน” รอยยิ้มประจบประแจงของจูเลียทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา “ซาร่าห์ นี่คุณโจนาธาน เขาเป็นเพื่อนที่ดีของพ่อเธอนะ”
“พ่อคนไหนคะ?”
จูเลียถลึงตาใส่ฉันอย่างแรง แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์การเป็นเศรษฐีนีใหม่ที่เพิ่งได้มาของตัวเอง เธอยังคงฝืนยิ้มต่อไป
ฉันแค่นเสียงเย็นชา จูเลียแต่งงานกับมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในแอลเอแล้ว ยังจะพยายาม ‘แนะนำ’ ลูกบุญธรรมอย่างฉันให้กับผู้ชายที่ดูแล้วน่าจะเป็นพ่อฉันได้คนนี้อีก
ไม่สิ นี่เธอคงรีบเร่งอยากให้ฉันแต่งงานออกไปให้พ้นจากสายตาของเธอ หรือจะพูดให้ถูกคือ ให้พ้นจากสายตาของตระกูลคาโปสตาสินะ?
หรือว่าเธอกลัวจริง ๆ ว่าฉันจะไปเข้าหาสามีใหม่ของเธอ?
ฉันก็ไม่ได้อยากจะแตกหักกับเธอแบบถาวรหรอก อย่างน้อยตอนนี้ฉันก็ยังอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์เก่าของจูเลีย เลยทำได้แค่เพียงปฏิเสธข้อเสนอห่วย ๆ ของเธออย่างนุ่มนวล
“คุณโจนาธานคะ ตอนนี้ฉันเป็นแพทย์ฝึกหัดสาขาศัลยกรรมอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในแอลเอ ปกติฉันยุ่งมาก แล้วก็ต้องเข้าเวรดึกทุกสองวันด้วย ดังนั้น ฉันคงไม่มีเวลาไปเดตกับคุณหรอกค่ะ”
ฉันสังเกตเห็นว่าคุณโจนาธานเหลือบตามองแผ่นหลังและสะโพกที่เปลือยเปล่าของฉันไม่หยุด
ให้ตายสิ!
“คุณซาร่าห์ ช่างเป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริง ๆ แต่ผู้หญิงที่มุ่งมั่นกับอาชีพการงานนี่มีเสน่ห์มากเลยนะ ผมต้องขอบอกเลยว่า คุณสวยเหมือนคุณแม่ของคุณไม่มีผิด”
รอยยิ้มของจูเลียเริ่มฝืดเฝื่อน แต่รอยยิ้มของฉันกลับกว้างขึ้น
คุณโจนาธานไม่ได้ตระหนักเลยว่าคำเยินยอของเขามันผิดที่ผิดทางมากขนาดไหน
เขาขยับเข้ามาใกล้ฉัน แล้วยังกล้าใช้มือลูบไล้บนแผ่นหลังเปลือยของฉันอีก มือของเขาร้อนผ่าว สัมผัสกับผิวของฉันแล้วลูบไล้ไปมาจนฉันขนลุกซู่
“บางทีเราอาจจะรวบรัดขั้นตอนการเดตลงหน่อยก็ได้นะ อย่างเช่น ทานอาหารเย็นด้วยกันบนเตียงในโรงแรมเป็นไง?”
ฉันข่มความขยะแขยงเอาไว้ แล้วตบมือเขาออกไปอย่างแรง แต่สายตาก็ดันเหลือบไปเห็นรอยแหวนจาง ๆ บนนิ้วมือของเขา
โอ้พระเจ้า!
บางทีผู้ชายคนนี้อาจจะแต่งงานแล้ว!
ฉันคงจะประเมินมาตรฐานทางศีลธรรมของจูเลียสูงเกินไป ที่แท้เธอคิดจะแนะนำฉันให้ไปเป็นเมียน้อยของคุณโจนาธานงั้นเหรอ?!
“คุณโจนาธานคะ ฉันขอปฏิเสธข้อเสนอของคุณ ฉันเป็นแพทย์ฝึกหัด และเชี่ยวชาญด้านการตอนทางกายภาพสำหรับสัตว์เพศผู้เป็นพิเศษ เชื่อว่าคุณโจนาธานคงไม่อยากลองฝีมือบนเตียงผ่าตัดของฉันใช่ไหมคะ?”
ฉันเห็นได้ชัดว่าคุณโจนาธานหนีบขาเข้าหากัน พยายามจะปกป้องอวัยวะเพศชายของตัวเอง
แน่นอนว่าเป็นเรื่องโกหก ฉันเป็นแพทย์ฝึกหัดสาขาศัลยกรรมหัวใจ ไม่ใช่สัตวแพทย์ ไม่จำเป็นต้องไปตอนหมาที่กำลังติดสัด
แต่ฉันต้องยอมรับเลยว่า ตอนนี้ฉันอยากที่จะทำแบบนั้นจริง ๆ
เขาหัวเราะอย่างฝืดเฝื่อน ใบหน้าซีดเผือด “คุณซาร่าห์ ดูเหมือนว่าเราจะไม่ค่อยเหมาะกันเท่าไหร่นะครับ”
เขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตาฉัน แล้วรีบเดินจากไปทันที
ถ้าให้ฉันบรรยายล่ะก็ ฉันจะบอกว่าเขากำลังวิ่งหนี ราวกับฉันกำลังถือมีดผ่าตัดไล่ตามเขาอยู่งั้นแหละ
หลังจากที่คุณโจนาธานจากไป หน้ากากคุณหญิงของจูเลียก็หลุดออกในที่สุด ถ้าไม่ใช่เพราะเกรงใจแขกเหรื่อที่ยังคงพูดคุย และกินดื่มกันอยู่รอบ ๆ แล้วล่ะก็ เธอคงพุ่งเข้ามาด่าทอฉันอย่างบ้าคลั่งเหมือนผู้หญิงปากตลาดไปแล้ว
“ซาร่าห์ ฉันขอเตือนแกนะ อย่าคิดจะพึ่งพาตระกูลคาโปสตา ฉันจะไม่ยอมให้ริคคาร์โดให้เงินแกแม้แต่สตางค์เดียว! แล้วก็อย่าทำตัวเป็นนางร่านเที่ยวอ่อยพ่อเลี้ยงของตัวเองอีก ปฏิเสธคุณโจนาธานไปแล้ว แกจะไม่มีวันเจอตัวเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว”
“จูเลีย คุณบ้าไปแล้วเหรอ? แนะนำลูกสาวบุญธรรมของตัวเองให้ไปเป็นเมียน้อยของชายที่แต่งงานแล้วเนี่ยนะ? ถ้าโอกาสนี้มันล้ำค่ามากนัก ทำไมไม่ยกให้เอมิลี่ล่ะ?”
“แก! กล้าดียังไง! แกกล้าดียังไงมาเทียบกับเอมิลี่ลูกสาวของฉัน? แกมันก็เป็นแค่นังตัวแสบมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้ว!”
จูเลียเงื้อมือขึ้นอย่างฉุนเฉียว เตรียมจะตบหน้าฉัน ฉันรีบยกแขนขึ้นป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ
แต่ทันใดนั้น เงาร่างสูงใหญ่ก็เข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าฉัน
มือของจูเลียไม่ได้ฟาดลงบนใบหน้าของฉัน
“ขอโทษครับจูเลีย ผมมาช้าไปหน่อย เลยไม่ทันได้เข้าร่วมงานแต่งงานของคุณกับคุณพ่อ”
ฉันเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มข้างกาย เขารูปร่างสูงมาก สวมชุดสูทที่รีดเรียบกริบไม่มีรอยยับแม้แต่น้อย ที่กระเป๋าเสื้อตรงด้านบนมีดอกเดซี่เล็ก ๆ ประดับอยู่อย่างงดงาม เขาสวมแว่นตากรอบทอง ผมเผ้าก็หวีเรียบเป็นมันวาว
เดี๋ยวนะ ใบหน้านั้น!
ฉันรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเอง
ทำไมถึงเป็นเขา?!
“เฟเดริโก เธอกลับมาแล้ว” จูเลียกลับไปปั้นรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงนั่นอีกครั้ง “ริคคาร์โดบอกว่าเธอต้องกลับไปนิวยอร์กเพื่อจัดการเรื่องด่วน ฉันยังนึกว่าจะไม่ได้เจอเธอในงานแต่งซะแล้ว นั่นคงเป็นเรื่องที่น่าเศร้าแย่เลย เอมิลี่ มานี่เร็ว!”
จูเลียรีบกวักมือเรียกเอมิลี่ที่กำลังคุยอยู่กับกลุ่มลูกสาวคนรวยอยู่ไม่ไกล
พอเอมิลี่เห็นเฟเดริโก ใบหน้าของเธอก็เปล่งประกายด้วยรอยยิ้มยินดี แล้วรีบวิ่งมาหาทันที
“พี่กลับมาแล้ว!”
เธอคว้ามือของเขาไว้ แล้วทำท่าออดอ้อนเหมือนน้องสาวตัวน้อย
ดูเหมือนว่าพวกเขาจะรู้จักกันมาก่อน
แต่สายตาของเฟเดริโกกลับดูสุภาพและห่างเหินอยู่ตลอดเวลา เขาตบหลังเอมิลี่เบา ๆ ก่อนจะนำมือกลับไปล้วงกระเป๋ากางเกง
เขาหันมามองทางฉัน “ส่วนนี่คือ?”
เมื่อฉันได้สบตากับดวงตาสีฟ้าชวนฝันคู่นั้น ประสบการณ์ในค่ำคืนนั้นก็พรั่งพรูเข้ามาในสมองของฉัน ฉันรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้าง
เฟเดริโก พี่ชายต่างแม่ของฉัน หรือก็คืออเล็กซ์!
คู่ขาคืนเดียวของฉัน!
เขายังคงดูหล่อเหลาและสมบูรณ์แบบเหมือนเดิม กลับกันแล้วก็เหมือนกลายเป็นคนละคน ทั้งเย็นชา และเคร่งขรึมจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
นี่คือคนคนเดียวกับที่สู้รบกันบนเตียงกับฉันทั้งคืนในคืนนั้นจริง ๆ งั้นเหรอ?
มือของฉันเผลอกำชายกระโปรงแน่นโดยไม่รู้ตัว
ในหัวเริ่มฉายภาพบนเตียงในโรงแรม ที่ฉันกำลังอ้อนวอนให้เขากระแทกฉัน
พระเจ้า!
น่าอายชะมัด!
จูเลียจำต้องหันมาแนะนำฉันให้เฟเดริโกรู้จัก “นี่ลูกสาวอีกคนของฉัน ลูกบุญธรรม ซาร่าห์ เดวิส เป็นแพทย์ฝึกหัด”
จูเลียจงใจเน้นคำว่า ‘ลูกบุญธรรม’ เป็นพิเศษ
ส่วนเฟเดริโกกลับทำเหมือนว่าไม่รับรู้ถึงเล่ห์เหลี่ยมเล็ก ๆ น้อย ๆ ของจูเลียเลย เขาเพียงแค่ใช้ดวงตาที่ราวกับมีมนต์สะกดคู่นั้นจ้องมองมาที่ฉันเขม็ง
“แพทย์ฝึกหัด? โอ้ ไม่เลวเลยนี่ครับ” มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่แทบจะมองไม่เห็น
“คุณซาร่าห์ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไหนครับ?”
“ฉัน ฉันเคยทำงานที่โรงพยาบาลเอชเอชซีในนิวยอร์กค่ะ ตอนนี้กำลังจะเริ่มงานที่โรงพยาบาลโรคหัวใจ แอลเอ พรีเมียร์ ในวันจันทร์หน้าค่ะ” เสียงของฉันเริ่มเบาลงเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ตัว
ทำไมฉันถึงรู้สึกผิดล่ะ?
ฉันไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย
ถึงแม้ว่าคืนนั้นฉันจะโกหกไปบ้าง แต่ว่านะ ถ้าฉันไม่ใช่พนักงานต้อนรับในโรงแรม เขาก็คงไม่ใช่คนขับรถบรรทุกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
ฉันเชิดคอขึ้น บังคับตัวเองให้สบตากับเขา
ฉันมั่นใจว่าในชั่วพริบตานั้น ท่าทางดื้อรั้นของฉันทำให้เขาขบขัน
“คุณซาร่าห์ ผมริคาร์โด้ คาโปสตา ยินดีที่ได้รู้จักครับ” เขายื่นมือมาให้ฉัน
ฉันพยายามบอกตัวเองให้ใจเย็นลง ก่อนจะยื่นมือไปจับกับเขา
นิ้วก้อยของเขาเกี่ยวที่ฝ่ามือของฉันเบา ๆ หนึ่งครั้งแล้วก็ปล่อย
หน้าของฉันแดงก่ำขึ้นมาทันที
ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็อยู่กันพร้อมหน้า แต่ฉันกลับอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องในคืนนั้น ในหัวเอาแต่คิดถึงมือคู่นี้ที่อยู่ในช่องทางรักของฉัน ที่ทำให้ฉันถึงจุดสุดยอด
เอมิลี่ฉวยโอกาสตอนที่ไม่มีใครสังเกต เหลือบตามองบนใส่ฉัน ราวกับจะเตือนไม่ให้ฉันดึงดูดความสนใจจากเฟเดริโกอีก จากนั้นก็ยื่นแขนไปกอดแขนของเขาไว้
“พี่เฟเดริโกคะ อีกไม่นานฉันก็จะเข้าไปทำงานที่มูลนิธิแล้วนะคะ พี่ต้องสอนงานฉันให้ดี ๆ ด้วยนะคะ ได้ยินมาว่า เมื่อก่อนพี่เป็นถึงศาสตราจารย์ตัวท็อปของคณะบริหารธุรกิจเลยนี่คะ”
เฟเดริโกยิ้มให้เธอ เป็นรอยยิ้มที่ชัดเจนว่ามอบให้กับคนแปลกหน้า
“คุณเอมิลี่ หลังจากนี้ผมจะเข้าไปบริหารมูลนิธิด้วยตัวเอง ถึงตอนนั้นผมจะทดสอบความสามารถทางวิชาชีพของคุณ”
เอมิลี่ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ “โชคดีจังเลยค่ะที่ได้ทำงานกับพี่ แม่คะ การกลับมาแอลเอนี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุดเลย!”
ฉันรู้สึกได้ว่าดวงตาอันลุ่มลึกของเฟเดริโกกำลังมองมาที่ฉัน แต่ฉันไม่กล้าสบตาเขากลับไป
ใครจะไปคาดคิดว่าผู้ชายที่เจอกันในบาร์เล็ก ๆ ริมถนน และมีความสัมพันธ์กันเพียงชั่วข้ามคืน จะได้หวนกลับมาเจอกันอีกครั้ง?
ในฐานะพี่ชายต่างแม่ของฉัน!
โอ้ พระเจ้า แค่ฉันเห็นดวงตาของเขา ฉันก็นึกถึงคืนนั้นได้ทั้งคืน ปากของเราประกบกันอย่างไม่ลดละ และฉันก็ตบไปที่บั้นท้ายเปลือยเปล่าของเขาพร้อมกับพูดเสียงดังว่า “มาเลยสิ ให้ฉันได้เห็นฝีมือเจ้าโลกของนายหน่อย!”
ในวินาทีนี้ฉันอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด
ทางที่ดีคือหายไปจากแอลเอทันที จะไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น
ริคาร์โด้ คาโปสตา เป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่เกิดจากการแต่งงานอย่างเป็นทางการของชัยวัฒน์ ปุริสาย และยังเป็นทายาทผู้ได้รับความคาดหวังสูงสุดของตระกูลคาโปสตา พูดตามตรง ฉันไม่อยากจะมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้ชายที่สูงส่งและมีเบื้องหลังซับซ้อนคนนี้เลย ฉันก็แค่เด็กบ้านนอกที่อยากจะเป็นหมอเท่านั้น
แต่ฉันมีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีว่า ในอนาคตความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฉันจะลงเอยแบบไหน และมันคงไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะสามารถตัดสินใจได้เองอีกต่อไป
