บทที่ 21 21

เข้าใจว่าโมกข์กลัวคุณย่าจะเข้าใจผิด แต่การที่เขากล่าวหาโดย

ไม่ถามกันก่อนมันก็เกินไป กับคนอื่นโมกข์ไม่ได้เป็นแบบนี้ เขามีเหตุผลและใจกว้าง

สิทธิพิเศษนี้คงมีให้เฉพาะเธอกระมัง

“พ่อแม่ของรบรู้จักกับคุณย่า ท่านมาไม่ได้เลยวานให้รบเอาของมาให้คุณย่าค่ะ” มัสยาโยนความหัวเสียทิ้งไป เธอใช้ความนิ่งสยบอารมณ์ร้อนๆ ที่ดูจะไร้วุฒิภาวะของโมกข์ “อีกอย่างเพื่อนว่านชื่อพลรบ กรุณา

ไม่ใช้คำไม่เหมาะสมนะคะ คุณโมกข์เป็นเจ้านายใครหลายๆ คน ถ้าใครมาได้ยินเข้าคงไม่ดี”

ฝ่ามือบางทาบกับแผงอกแกร่ง รับรู้ถึงสายตาจากทางด้านสวนที่มองมา จะว่าเธอกำลังแสดงก็คงไม่ผิด เรียกได้ว่าซึมซับจากชายหนุ่มน่าจะดีกว่า

“อย่าทำหน้าบึ้งสิคะ คุณย่ามองอยู่”

“เหอะ!” โมกข์แค่นหัวเราะ แต่ไม่ได้หลุดอาการจนน่าสงสัย “ผมมองไม่เคยผิดจริงๆ ว่านก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”

คนตัวเล็กถึงกับนิ่งไปพักหนึ่ง จู่ๆ ก็จุกอยู่ในลำคอ แต่ก็เพียงแว็บเดียวเท่านั้นมันก็จางหายไป ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มเอื้อนเอ่ยเสียงเบาทว่าสะเทือนความรู้สึกอีกฝ่ายอย่างชัดเจน

“ค่ะ ว่านยังเหมือนเดิม เพราะคนที่เปลี่ยนไปคือคุณต่างหาก” แววตาคนพูดนิ่งงันไม่ต่างจากหัวใจในตอนนี้

คนตัวโตตั้งท่าจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เสียงแตรรถหน้าบ้านกลับดังขึ้นทำให้มัสยาผละตัวออกมา เห็นพรประวีเดินไปเปิดประตูบ้าน กระทั่งรถยนต์สองสามคันขับเคลื่อนเข้ามา

มีทั้งบิดามารดาของโมกข์และบุพการีของเธอ และยังรวมไปถึงพี่สาวต่างสายเลือดอย่างปาลิดา

อาหารมื้อเย็นกลายเป็นงานเลี้ยงขนาดย่อม หัวข้อสนทนาส่วนมากก็ยังเป็นเรื่องทั่วไปในชีวิตประจำวัน คนที่ผูกขาดการพูดคุยดูเหมือนจะกลายเป็นบิดาของเธอเสียเป็นส่วนใหญ่

เสียงคุยจ้อแจ้ไม่มีขาดสาย ทว่ามัสยากลับรู้สึกถึงความอึดอัดที่เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ รู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่มีฝ่ามือใหญ่วางทาบบนหน้าขาแถมยังออกแรงบีบเบาๆ

“เหม่ออะไร” โมกข์ก้มลงกระซิบถาม “เมื่อกี้พ่อคุณเรียกอยู่หลายครั้ง”

คิ้วเรียวเผลอขมวดเข้าหากันเล็กน้อย พอเลื่อนสายตาไปยังบิดาก็เห็นว่าท่านไม่ได้ให้ความสนใจกับเธอแล้ว

มัสยาไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำเพียงส่งยิ้มให้คนเป็นสามีซึ่งมีสายตาคู่อื่นจับจ้องมาอยู่ อย่างน้อยๆ ก็มีพี่สาวเธอแล้วหนึ่งคน

“จะว่าไปโมกข์กับยัยว่านแต่งงานกันมาสักพักแล้ว ยังไม่ได้ไปฮันนีมูนกันเลยใช่ไหม” ศรุตเปิดหัวเรื่องขึ้นทำเอาสองสามีภรรยาคู่ใหม่ถึงกับชะงัก

“นั่นสินะ” คนอาวุโสสุดอย่างสกุณาถึงกับวางช้อน “ที่เขาใหญ่เป็นไง ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ด้วย”

“ที่นั่นก็สะดวกสบายดีนะคะคุณแม่” มารดาของโมกข์ร่วมผสมโรง ก่อนหันไปถามสามีซึ่งก็ได้แต่พยักหน้าเออออไปไม่ได้ลงความคิดเห็นมากนัก “ใกล้ๆ เดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็ถึง จะได้ไม่เหนื่อย”

“สักประมาณอาทิตย์หน้า โมกข์น่าจะว่าง” คนเป็นย่าสรุปเองเสร็จสรรพ

“พูดแล้วพวกเราก็น่าไปพักผ่อนเหมือนกันนะครับคุณแม่” ศรุตโพล่งขึ้น หน้าตาเบิกบานที่สุดท้ายลูกสาวได้เกี่ยวดองกับครอบครัวโมกข์ในที่สุด

“ถ้าเป็นช่วงอาทิตย์หน้า ตรงกับช่วงวันหยุดของฝันพอดีเลยค่ะ” ปาลิดาว่าเสียงระรื่น ลงทุนยืนตักอาหารใส่จานให้หญิงชรา “ใบเหลียงผัดไข่ค่ะคุณย่า เจ้านี้อร่อยมาก ฝันเป็นลูกค้าร้านเขาหลายปีแล้ว”

“ขอบใจจ้ะ” สกุณาตอบรับแต่เลือกตักกับข้าวที่หลานสะใภ้ตักให้เข้าปาก เป็นการบอกกลายๆ ไปในตัว ซึ่งการกระทำนั้นส่งผลให้ใครอีกคนเผลอกำช้อนแน่น “โมกข์กับว่านก็เตรียมตัวแล้วกัน”

โมกข์ขยับตัวอย่างอึดอัด ไม่ได้วางแพลนสำหรับเรื่องนี้มาก่อน เรียกได้ว่าไม่เคยมีความคิดนี้อยู่ในหัวด้วยซ้ำ

“ไม่ว่างเหรอโมกข์” สกุณาหรี่ตามอง “ย่าคุยกับแม่เราเมื่อวันก่อน เห็นว่าช่วงนี้ไม่มีงานสำคัญ”

“งานที่เหลือให้พ่อเขาดูแลแทนก็ได้” สรินทิพย์พยักพเยิดไปทางโสพลคนเป็นสามี

“ว่างครับ” ชายหนุ่มตอบรับ “แต่ผมไม่แน่ใจว่าว่านกำลังยุ่งกับการขยายสาขาร้านอยู่หรือเปล่า”

โยนขี้ให้เธอสินะ มัสยาได้แต่เข่นเขี้ยวคนตัวโตอยู่ในใจ เขาทำให้เธอตกอยู่ในที่นั่งลำบากเมื่อคุณย่าสกุณาผินหน้ามารอฟังคำตอบ

“ถ้าเรื่องขยายสาขาไม่ต้องห่วงครับ ผมจัดการเอง” พลรบทำที

ไม่มองหน้าเพื่อนที่ขึงตาใส่ ผู้ใหญ่ล้อมหมากไว้ขนาดนี้แล้วจะปฏิเสธได้อย่างไร

ไปกับโมกข์สองคนยังดีกว่าให้พวกผู้ใหญ่ตามไปคุมด้วย แบบนั้นมัสยาจะยิ่งอึดอัดมากกว่าเดิม

“ว่านว่างค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร เรื่องงานให้รบคอยดู” เธอหมายความอย่างที่พูดไปจริงๆ การอยู่ร่วมกับโมกข์ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับเธอ กฎที่เราตั้งขึ้นชัดเจนและตายตัวอยู่แล้ว คนที่ทำให้ทุกอย่างแย่ลงก็มีแต่โมกข์ทั้งนั้น

“ดีๆ ไปอยู่ที่นู่นกันสักอาทิตย์ แม่ทิพย์ก็จัดการโทรบอกคนที่โน่นให้เขาจัดการทำความสะอาดรอแล้วกัน” หญิงชราค่อนข้างพอใจ

แต่ขุ่นใจไม่น้อยกับการเสนอตัวของคนสองคนที่พยายามแทรกมา ปราดตามองแว็บเดียวก็รับรู้ว่าหลานชายกับหลานสะใภ้มีเรื่องเคลือบแคลงใจกันอยู่

ไม่แน่สาเหตุอาจเป็นบุคคลที่สามที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

“อากาศช่วงนี้คงดีน่าดูนะคะคุณย่า” ปาลิดาดึงหัวข้อบทสนากลับมา “แบบนี้ต้องหาเสื้อแขนยาวไปเผื่อ ปีที่แล้วร้อนมาก ฝันแทบไม่ได้เอาออกจากตู้มาใส่เลยค่ะ”

มัสยารู้สึกเหนื่อยแทนกับการเรียกร้องความสนใจของพี่สาวต่างสายเลือด แม้จะอยากลุกหนีจากสถานการณ์ตรงหน้ามากเพียงใด สุดท้ายก็ได้แต่นั่งกินข้าวเงียบๆ ทนฟังคนเสนอตัวอยากไปฮันนีมูนแทนที่ตัวเอง

“หนูฝันอยากไปเที่ยวใช่ไหมลูก” สกุณาวางช้อนส้อมลง ความอยากอาหารเริ่มหดหาย “หนูไปได้เสมอ แต่ถ้าจะไปพร้อมโมกข์กับว่าน ย่าว่าคงไม่เหมาะ”

“…”

“ย่าอยากมีเหลน” หญิงชราว่าเสียงกลั้วหัวเราะ “ฝันไปคงช่วยอะไรไม่ได้”

ไม่อยากแปลเป็นภาษาชาวบ้าน ตอนนี้มัสยารู้สึกหน้าชาแทน

ปาลิดาแล้วด้วยซ้ำ เหลือบมองโมกข์รวมถึงพี่สาวต่างสายเลือดแล้วก็ได้แต่แอบเห็นใจ

ปาลิดาหน้าเจื่อนลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนโมกข์ได้แต่ทำทียกมือปิดปากแสร้งไอกระแอมกลบเกลื่อนความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป