บทที่ 4 ตอนที่ 2 ผู้ชายปริศนาที่ไม่ปริศนา 2/2

เช้าวันถัดมา…

แสงแดดสาดเข้ามาในล็อบบี้ของรีสอร์ต มิลินนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีอ่อน กาแฟแก้วแรกของวันยังไม่ถูกแตะ เธอแทบไม่ได้หลับทั้งคืน ไม่ใช่เพราะเสียใจเพียงอย่างเดียว แต่เพราะชื่อหนึ่งวนอยู่ในหัวซ้ำไปซ้ำมากับใบหน้าหล่อ ๆ 

‘วิกเตอร์ หลิว’

“รบกวนเช็กให้หน่อยได้ไหมครับ ว่าห้องนี้สามารถพักต่อเพิ่มอีกหนึ่งคืนได้หรือเปล่า”

เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากเคาน์เตอร์ด้านหน้า มิลินชะงักหัวใจสะดุดจังหวะเดิม เธอเงยหน้าขึ้นไว ร่างสูงในเสื้อเชิ้ตสีเรียบ แขนเสื้อพับขึ้นถึงศอก ท่าทางสบาย ๆ ใบหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม

วิกเตอร์เหลือบสายตามาเจอเธอพอดี ก่อนที่เขาจะละสายตาออก เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“เก่งนี่ ทำเหมือนไม่รู้จัก”

“เมินซะด้วย”

มิลินยกมุมปากขึ้นนิดเดียว เธอหยิบกระเป๋าขึ้น ลุกจากโซฟา ก้าวไปยืนข้างเขาโดยไม่รีรอ

“เมื่อคืน”

“รุ่นพี่เดินหนีเก่งดีนะคะ”

เธอทักวิกเตอร์เสียงใส พร้อมกับเอาแขนเท้าเคาน์เตอร์พยายามสบตาเขา

วิกเตอร์ยังไม่ตอบ เขาเพียงแค่กวาดสายตาจากใบหน้าที่ดูสดใสเกินคนไม่ได้นอน ไปจนถึงท่าทางที่เหมือนไม่ได้ตั้งใจจะหาเรื่อง แต่ก็ไม่คิดจะถอย

“รุ่นพี่มาเที่ยวเหรอคะ”

“ใครรุ่นพี่เธอ”

“อ้าว! ก็เรียนสถาบันเดียวกันก็ต้องเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกัน”

“ใช่ไหมคะ”

“เมื่อคืนรุ่นพี่ยังทำเหมือนรู้จักมิ”

ใบหน้าเรียวใสสมวัยเชิดขึ้นเล็กน้อยแสดงความดื้อดึงด้วยนิสัย

“ไม่ได้เดินหนี” วิกเตอร์พูดน้ำเสียงเรียบ

“แค่ขี้เกียจจะคุย”

“กับพวกเด็กเอาแต่ใจ”

คำพูดนั้นทำให้มิลินเผลอขมวดคิ้วทันที แต่ยังไม่ทันได้สวนกลับ เสียงผู้ชายอีกเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา มันคุ้นเกินกว่าจะเป็นใครอื่น

“มิลิน”

มิลินชะงัก ร่างเธอแข็งค้างไปเสี้ยววินาที เท็นเดินออกมาจากโถงลิฟต์ แขนหนึ่งยังควงหญิงสาววัยรุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่ เสื้อคลุมบาง ๆ คลุมไหล่ รอยจูบสีจางยังติดอยู่ตรงซอกคออย่างไม่คิดจะปิดบัง ถ้าให้เดาก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับมิลิน แต่เธอแต่งตัวแซ่บกว่ามิลินเป็นที่ไหน ๆ

“มิ…”

“เอ่อ เบบี๋!”

“เบบี๋มาทำอะไรที่นี่”

คำถามนั้นดังขึ้นเร็วเกินไป พร้อมกับมือที่รีบปล่อยแขนหญิงสาวข้างกายออก หญิงสาวคนนั้นเซไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าเท็น แล้วสายตาก็เลื่อนไปหยุดที่มิลิน

บรรยากาศภายในล็อบบี้เงียบลงอย่างชัดเจน พนักงานหน้าเคาน์เตอร์ชะงักมือ แขกสองสามคนเริ่มมองมาแบบไม่ปิดบัง

“เซอร์ไพรส์ไหมคะ” มิลินพูดเสียงแข็งดังชัดเจนจนเท็นหน้าชา ซึ่งด้านเท็นเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พอจะรู้ว่ามิลินไม่ยอมง่ายแน่

“มันไม่ใช่อย่างที่เบบี๋คิดนะ”

“พี่แค่…”

“พี่แค่มาสัมมนา”

“สัมมนา” มิลินพูดขัด สายตาเธอเหลือบไปมองหญิงสาวที่เคยกอดแขนเขาแวบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาที่หน้าเท็น

“พอเถอะค่ะ”

“เมื่อคืนมิยืนฟังอยู่หน้าห้อง”

“มิคิดว่า ไม่น่ามีอะไรต้องอธิบายแล้วค่ะ”

“เสียงเมื่อคืนดังพอ เสียงร้องเสียวก็ชัดเจน”

“ชัดเจนจนรีสอร์ตจะสั่นไปหมด”

หญิงสาวคนนั้นหน้าซีด ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เท็นอ้าปากจะพูด แต่ยังไม่มีเสียงไหนหลุดออกมาและในวินาทีนั้นเอง

“ห้องพักสามารถพักต่อได้นะครับ”

เสียงพนักงานแจ้งกับวิกเตอร์ดังขึ้นพอดีกับจังหวะที่บรรยากาศกำลังอึดอัด ก่อนที่มิลินสูดหายใจเข้าลึก แล้วทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด 

มือเล็กยื่นออกไปควงแขนวิกเตอร์ทันที การเคลื่อนไหวนั้นเร็ว มั่นใจ เหมือนซ้อมมาแล้วทั้งคืน

หมับ!

วิกเตอร์สะดุ้งเล็กน้อย สายตาคมเข้มเบิกขึ้นนิดเดียวแบบคนไม่ทันตั้งตัว

“เดี๋ยว!”

“จะทำอะไร”

เขาอุทานขึ้น แต่มิลินไม่ปล่อย เธอขยับเข้าไปใกล้จนคนตัวสูงได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ของเธอ และเธอก็ยิ้มหวานแบบที่เท็นคุ้นเคยดี

“อ้อ ใช่”

“ลืมแนะนำไปเลย” มิลินเอ่ยขึ้นเสียงใส ชัดเจนพอให้ทั้งล็อบบี้ได้ยิน เธอหันมองเท็น แววตาเยือกเย็น แต่รอยยิ้มสวยโชว์บนใบหน้า

“นี่แฟนใหม่มิค่ะ”

“พี่เท็น”

“อยากให้มิแนะนำให้รู้จักไหมคะ”

คำว่า ‘แฟนใหม่’ กระแทกกลางอกเท็นแบบไม่ต้องออกแรง เท็นหน้าซีด สายตาเขาสลับมองมิลิน แล้วก็วิกเตอร์ เหมือนเพิ่งรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่คนธรรมดา

“มิลิน” เสียงเขาสั่น

“นี่มันอะไรกัน”

มิลินยังไม่ตอบ วิกเตอร์จึงกระแอมเสียงขึ้นเบา ๆ พลางก้มลงมองแขนตัวเองที่ถูกควงอยู่ แล้วเงยหน้ามองมิลิน สายตานิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยคำถาม

“แฟนเหรอ”

“ใครแฟนเธอ”

“รุ่นพี่ไงแฟนมิ”

“ช่วยมิหน่อย” 

มิลินกัดฟันเอ่ยกับวิกเตอร์แค่พอให้ได้ยินเพียงแค่สองคน 

“ทำไมต้องฉัน”

“นะรุ่นพี่แป๊บเดียว”

มิลินยังคงดื้อดึงกอดแขนเขาแน่น ขณะที่วิกเตอร์ก็พยายามแกะออก แต่พยายามแค่ไหนเด็กแสบข้างกายก็ไม่ยอมปล่อย 

“รุ่นพี่”

“นะคะ”

วิกเตอร์ถอนหายใจเหมือนคนที่รู้ตัวว่า โดนลากเข้าวงโดยไม่ตั้งใจ แต่แทนที่จะสะบัดแขนออก ครั้งนี้เขากลับยกมืออีกข้างขึ้นวางลงบนหลังมือของมิลินอย่างแนบเนียน แล้วหันไปมองเท็น

“…”  เท็นหน้าขาว เหมือนเพิ่งเข้าใจอะไรบางอย่างช้าเกินไป ส่วนมิลิน เธอยิ้ม ยิ้มของคนที่เพิ่งอกหักแต่เลือกเอาคืนแบบมีคลาส

“เบบี๋ เอาไม่น่า”

“พี่รู้ เบบี๋แกล้งพี่อยู่ใช่ไหม”

“เบบี๋รักพี่จะตาย ไหนว่าจะไม่งอแงกับพี่”

เท็นพยายามใจดีสู้เสือ เขาพูดแบบนี้กับมิลินแทบทุกครั้งที่เขาทำผิด แต่ครั้งนี้กลับไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด

“แกล้ง”

“แกล้งเหรอคะ”

“พี่คิดว่ามิมีอารมณ์เล่นกับพี่อยู่เหรอคะ”

สิ้นเสียงมิลิน เท็นชะงัก ริมฝีปากเขาขยับเหมือนอยากพูดอะไรต่อ แต่คำอธิบายทั้งหมดกลับติดอยู่ที่คอ

“เมื่อคืนพี่มีความสุขดีนี่คะ”

“ส่วนมิ ก็มีความสุขดีเช่นกันค่ะ”

มิลินขยับตัวเข้าใกล้วิกเตอร์อีกนิด แขนที่ควงอยู่แน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว เหมือนเป็นการตอกย้ำสถานะ ของเธอและเขาว่าเมื่อคืน เธอมีความสุขมากล้นแค่ไหน

“เบบี๋ เบบี๋กำลังประชดพี่นะคะรู้ไหม”

“ไม่มีผู้หญิงที่ไหนที่เพิ่งออกหัก แล้วมีใหม่เลยในช่วงเวลาเพียงข้ามคืนหรอก”

“พี่รู้นิสัยเบบี๋ดี”

เท็นพูดจบประโยค วิกเตอร์ยังคงเงียบ ไม่เอ่ยอะไร เขาแค่ฟังคนสองคนพูด

หญิงสาวที่เท็นควงมากัดริมฝีปาก เธอถอยออกไปอีกก้าว เหมือนเริ่มรู้ว่าตัวเองไม่ควรอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก ก่อนเท็นจะสูดหายใจเข้าลึก เหมือนพยายามกลืนศักดิ์ศรีตัวเองลงไปก่อนจะพูดต่อ

“เบบี๋ พี่ขอคุยกับเราแค่สองคนได้ไหมคะ”

“ตรงนี้มันคงไม่เหมาะ”

เขาเหลือบมองวิกเตอร์อย่างไม่พอใจ สายตาเต็มไปด้วยคำว่าคนนี้ไม่เกี่ยว

“ขอเวลาแป๊บเดียวก็ได้”

“พี่อธิบายได้หมด”

มิลินยังไม่ตอบในทันที เธอเพียงแค่ขยับตัวเข้าใกล้วิกเตอร์อีกนิด แขนที่ควงอยู่ไม่คลาย

“มิคิดว่าไม่มีอะไรต้องอธิบายแล้วค่ะ”

“แล้วก็ไม่จำเป็นต้องคุยกันสองคนด้วย”

เท็นหน้าตึง ความอดทนเริ่มหายไปทีละน้อย ปกติมิลินจะไม่ดื้อดึงกับเขามากนัก แค่ง้อไม่กี่นาทีเด็กอย่างเธอก็เชื่อเขาแล้ว

“เบบี๋ นี่มันเรื่องของเราสองคน” เสียงเขาเริ่มแข็ง

“คนอื่นไม่เกี่ยว”

“พี่ว่าเราควรคุยกันแค่สองคน”

“ใครที่มันไม่เกี่ยวก็ควรออกไป”

ยังไม่ทันที่มิลินจะพูด ฝ่ามือของวิกเตอร์ที่วางอยู่บนหลังมือเธอ ขยับเข้ามากระชับขึ้นเล็กน้อย

“เธอพูดชัดแล้ว” วิกเตอร์เอ่ยขึ้นในที่สุด

“คุณควรหยุด แล้วเลิกตอแยเธอ”

เท็นหันขวับมามอง สายตาเดือดดาล เหมือนถูกเหยียบศักดิ์ศรีซ้ำอีกครั้ง

“เป็นใครมาสั่ง”

“นี่มันเรื่องของฉันกับแฟน!”

“อดีตแฟนต่างหากค่ะ” มิลินรีบแก้ให้ เท็นเงียบไปอึดใจ ก่อนจะหลุดหัวเราะหยันออกมาอย่างคนหมดความอดทน

“เออ ไม่คุยก็ไม่คุย”

“เลิกก็เลิก!”

“ทำเป็นสูงส่งไปได้”

เขาพูดเร็วขึ้น อารมณ์เสียชัดเจน สายตาเขากวาดมองมิลินตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้มิลินเจ็บจี๊ดไปทั้งใจ

“เด็กซื่อบื้อ”

“ลีลาก็ไม่ได้เรื่อง ขี้งอแง ปัญหาอ่อนสิ้นดี”

“ใครได้ไปก็ซวยเป็นบ้า! เด็กเอาแต่ใจ!”

“คิดว่าผู้ชายจะทนได้ตลอดเหรอ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป