บทที่ 6 ตอนที่ 3 คนไม่ดีออกไปจากชีวิต 1/2

คำด่านั้นยังค้างอยู่ในอากาศ เหมือนเสียงสะท้อนที่ไม่ยอมสลายง่าย ๆ เท็นหัวเราะหยันอีกครั้งก่อนจะก้าวเดินเอื้อมมือไปควงแขนยาหยี๋อย่างแรงราวกับต้องการยืนยันว่าเขาเลือกแล้ว

“ไปกันเถอะยาหยี๋ ต่อไปก็ไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ แล้ว”

เขาพูดห้วน ๆ หญิงสาวคนนั้นเหลือบมองมิลินแวบหนึ่ง สายตาลังเล แต่สุดท้ายก็เดินตามเท็นไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากและจบลงเร็วพอ ๆ กัน

ประตูกระจกเลื่อนปิดลง ทิ้งไว้เพียงความเงียบ มิลินยังยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาเธอแดงนิด ๆ ทั้งเสียใจและเจ็บใจปะปนกันไปหมด เธอกำมือแน่น เล็บจิกเข้าฝ่ามือตัวเองโดยไม่รู้ตัว

“จะปล่อยได้รึยัง”

วิกเตอร์เอ่ยดังขึ้นใกล้หูเรียบ ๆ มิลินสะดุ้งนิดหนึ่ง ก่อนจะรู้ตัวว่าแขนของเธอยังควงเขาอยู่แน่นกว่าตอนแรกเสียอีก

“ขอโทษค่ะ”

“มิแค่เผลอไปหน่อย”

วิกเตอร์ขยับแขนออก ไม่ได้สะบัด ไม่ได้ทำเสียงรำคาญ แค่ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว พอให้ชัดว่าจบการแสดงแล้ว

เขาก้มมองเธอ สายตาคมนิ่ง ไล่จากดวงตาแดงนิด ๆ ลงมาที่มือที่ยังเกร็งไม่หาย

“เมื่อกี้ที่เขาว่า”

“เธอเป็นแบบนั้นจริงเหรอ”

เขาเอ่ยถามเหมือนจะนึกอะไรได้ มิลินเงยหน้าขึ้นทันที คิ้วขมวดโดยอัตโนมัติ

“แบบไหนคะ”

“ก็… เด็กซื่อบื้อ”

“ลีลาไม่ได้เรื่อง งอแง เอาแต่ใจ”

สิ้นคำถาม เรียวปากสีหวานอ้าปากจะเถียง แต่วิกเตอร์พูดต่อก่อน

“ฟังดูแล้ว น่าจะจริง”

“ดูทรงก็น่าจะซื่อบื้อเรื่องอย่างว่า”

เขาไล่สายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ชุดเดรส สไตล์คุณหนู ใส ๆ

“รุ่นพี่นี่”

“ปากร้ายเหมือนกันนะคะ”

เธอบุ้ยปาก ก่อนจะเอียงศีรษะมองเขาเอาเรื่อง ด้านวิกเตอร์เมื่อได้ยินแบบนั้นจึงยักไหล่ขึ้นเล็กน้อย

“ก็แค่สงสัย”

“ว่าที่จริงแล้ว เธอโกรธเพราะโดนทิ้ง”

“หรือโกรธเพราะโดนดูถูกกันแน่”

คำถามนั้นแทงเข้าเป้ากว่าอะไรทั้งหมด มิลินเม้มริมฝีปาก เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตรง ๆ

“อย่างหลังค่ะ”

“แล้วถ้าชอบคนถึงใจแบบนั้น ทำไมไม่บอกกันตรง ๆ แต่แรก”

คำบ่นหลุดออกมาพร้อมลมหายใจแรงนิดหนึ่ง มิลินเบะปากอย่างลืมตัว ก่อนจะพูดต่อเหมือนนึกขึ้นได้ทีหลัง

“จริง ๆ เมื่อกี้”

“มิน่าจะด่ากลับไปเลย”

“รุ่นพี่ว่าไหม”

สิ้นเสียงคนตัวบาง วิกเตอร์เลิกคิ้วขึ้นทันที ความจริงถ้าเธอด่า เขาคงไม่แปลกใจ เพราะดูแล้วเธอก็ปากไวใช่ย่อย

“แล้วทำไมไม่ด่า”

“รออะไร” 

วิกเตอร์ถามว่างั้น มิลินมองหน้าเขาตรง ๆ แขนเล็กเธอแตะเคาน์เตอร์อีกครั้ง

“ตอนนั้นคิดไม่ออกค่ะ”

“กำลังอึ้ง”

คำตอบนั้นทำให้วิกเตอร์หลุดขำในลำคอเบา ๆ ก่อนเขาจะโน้มใบหน้าหล่อเข้าใกล้เธอเล็กน้อยอย่างเผลอตัว

“งั้นก็คง…”

“ซื่อบื้อจริงอย่างที่เขาว่าไว้จริง ๆ”

เขาพูดพลางยิ้มหยัน คนตรงหน้าดูซื่อบื้อไร้เดียงสาเกินกว่าสาว ๆ ที่เขาเคยเห็นทุกคนเสียอีก แต่ผิดอย่างเดียวคือเธอหัวดื้อปากไว

“เฮ้ย!”

“รุ่นพี่เข้าข้างเขาเหรอคะ!” 

“เขานอกใจรุ่นน้องสถาบันเดียวกับรุ่นพี่นะ”

 มิลินอุทานออกมาแทบจะทันที วิกเตอร์ไม่ตอบ เขาหันหลังให้เธอ แล้วเดินตรงไปทางออกของโรงแรม

เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังสม่ำเสมอ เหมือนเจ้าตัวไม่ได้ใส่ใจเลยว่าเพิ่งพูดอะไรแทงใจใครไปหมาด ๆ

“เดี๋ยวสิ!”

“พูดแบบนั้นแล้วจะเดินหนีง่าย ๆ ไม่ได้นะคะ!”

มิลินรีบวิ่งตามไปจนเกือบชนแผ่นหลังกว้าง เพราะวิกเตอร์หยุดกะทันหัน เขาหันกลับมา มองเธอจากหัวจรดเท้า สายตาคมยังนิ่งเหมือนเดิม แต่มีแววขำจาง ๆ ซ่อนอยู่

“ตามมาทำไม”

“เรื่องจบแล้วก็แยกย้ายสิ”

มิลินชะงักไปเสี้ยววินาที แต่แทนที่จะหยุด เธอกลับยืนตัวตรงกว่าเดิม มือกำสายกระเป๋าแน่นขึ้นเล็กน้อย

“ก็เพราะมันยังไม่จบน่ะสิคะ” เธอพูดเสียงเรียบ แต่แววตาดื้อดึงชัดเจน

“ไม่จบตรงไหน” วิกเตอร์เลิกคิ้วขึ้นนิดเดียว

“ตรงที่รุ่นพี่มาว่าซ้ำ”

“มิยอมให้ใครเรียกว่าซื่อบื้อแล้วเดินหนีไปเฉย ๆ หรอกนะ”

เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะในลำคอ เหมือนขำอะไรบางอย่างที่คนตรงหน้าไม่รู้ตัว

“แล้วไง”

“ถ้าเธอไม่อยากเป็นแบบนั้น ก็พิสูจน์สิ”

“ยืนบ่นอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ทำให้ฉลาดขึ้น”

“รุ่นพี่!” มิลินเผลอขึ้นเสียง ก่อนจะหยุดตัวเอง สูดหายใจเข้าลึก แล้วพูดช้าลง

“มิไม่ได้ซื่อบื้อ มิแค่ไม่ถนัดด่าคนที่เคยรัก”

คำพูดนั้นทำให้วิกเตอร์เงียบไป แววขำในดวงตาหายไปนิดหนึ่ง เหลือแค่ความนิ่งที่อ่านไม่ออก

“นั่นแหละ”

“ที่ทำให้ดูซื่อบื้อ”


เอาละ ทำอะไรเอ่ยถึงจะไม่ดูซื่อบื้อ… ไว้เจอกันตอนต่อไปช่วงเย็นนะคะ 🤭🤭 จะว่าไป พระเอกเราก็ปากแซ่บใช้ได้น๊า เจ้าเล่ห์ด้วย

บทก่อนหน้า
บทถัดไป