บทที่ 8 ตอนที่ 4 ไม่ได้ซื่อบื้ออย่างที่คิด NC18+
หลังจากที่มิลินนั่งทำใจที่ล็อบบี้สักพัก ร่างบางจึงตัดสินใจกลับขึ้นห้องพัก ลิฟต์รีสอร์ตเลื่อนขึ้นช้า ๆ ตัวเลขสีแดงกระพริบ เสียงกลไกเบา ๆ ดังในความเงียบของช่วงตีหนึ่ง
มิลินยืนพิงผนังสเตนเลสเย็นเฉียบ เงาของตัวเองสะท้อนซ้อนกันสองชั้น อยู่ ๆ เสียงของวิกเตอร์ดังขึ้นในหัว แทงลึกไม่แพ้คำด่าแรง ๆ ของเท็น
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออก มิลินก้าวออกมา แต่ฝีเท้าช้าลงกว่าปกติ ทางเดินชั้นสองเงียบสงบ ลมทะเลพัดลอดเข้ามาจากปลายระเบียง กลิ่นเค็มบาง ๆ ลอยในอากาศ
‘ถ้าเธอไม่อยากเป็นแบบนั้น ก็พิสูจน์สิ’
‘ยืนบ่นอยู่ตรงนี้ ไม่ได้ทำให้ฉลาดขึ้น’
“พิสูจน์”
“พิสูจน์งั้นเหรอ”
มิลินหยุดเดินกลางทาง หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล ซื่อบื้อเพราะอะไร ความจริงเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิดสักนิดเลย แถมเธอยังเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากเสียอีก
“ก็แค่ไม่ค่อยมีอะไรกัน”
“ซื่อบื้อตรงไหน”
เสียงวิกเตอร์ยังคงดังขึ้นในความทรงจำ และในจังหวะนั้น ร่างบางของมิลินก็หมุนตัวกลับทันทีโดยไม่คิดอะไรมากอีก
เธอไม่ได้เดินไปทางล็อบบี้ ไม่ได้เดินไปทางห้องเดิมที่เท็นเคยพัก เธอเดินย้อนกลับไปอีกฝั่งของทางเดินที่วิกเตอร์เคยเดินไป
และเธอจำได้…
ห้องมุมสุดทางเดินของชั้น ฝั่งที่ติดระเบียงด้านทะเล ตอนที่เขาเดินผ่าน แล้วเธอก็เหลือบเห็นหมายเลขห้องชัด ๆ
“สองศูนย์สาม”
“บ้าไปแล้ว”
เธอพึมพำกับตัวเอง แต่แทนที่จะหันกลับห้องตัวเอง มือเล็กกลับยกขึ้น
ก๊อก ก๊อก! ก๊อก!
เงียบ…
เธอกัดฟันแน่น แล้วเคาะอีกครั้ง แรงกว่าเดิม
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
ยังเงียบ…
“เปิดสิ” เธอพึมพำเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจเคาะรัว ๆ
ปึก ๆ ๆ ๆ !
ไม่นาน เสียงลูกบิดก็ดังขึ้นจากด้านใน มิลินชะงักทันที กลิ่นสบู่สะอาดลอยออกมาทันทีที่ประตูเปิด วิกเตอร์ยืนอยู่ตรงหน้า ผมสีดำยังเปียกหมาด หยดน้ำไหลผ่านขมับลงมาตามลำคอ
ร่างสูงเปลือยท่อนบน ผิวขาวเนียนลูกครึ่งจีน-ไทยสะท้อนแสงไฟทางเดินชัดเจน กล้ามอกแน่นชัด เส้นกล้ามท้องเรียงตัวเป็นลอนแข็งแรง
“…”
ผ้าขนหนูสีเข้มพันต่ำอยู่ช่วงสะโพกอย่างไม่รีบร้อน
มิลินลืมหายใจไปหนึ่งจังหวะ วิกเตอร์มองเธอนิ่งสายตาไม่ได้ตกใจ แต่ชัดเจนว่าไม่คาดคิด
“มีอะไรอีก”
น้ำเสียงเขาราบเรียบเหมือนเดิม ต่างจากภาพตรงหน้าที่ไม่เรียบเลยสักนิด
มิลินพยายามตั้งสติ แต่สายตากลับเผลอเลื่อนลงต่ำกว่าคอเขาโดยอัตโนมัติ ก่อนเธอจะกลืนน้ำลายเบา ๆ
“มองพอรึยัง”
วิกเตอร์เลิกคิ้วเล็กน้อยหลังจากที่เห็นร่างบางกลืนน้ำลายลงคอหลายหน
“มิไม่ได้มองค่ะ!”
“เหรอ”
มุมปากคนตัวสูงกระตุกนิดหนึ่ง ลมทะเลพัดเข้ามาทางระเบียงด้านใน หยดน้ำบนไหล่เขาไหลลงช้า ๆ
มิลินสูดหายใจเข้าลึก แต่แทนที่จะพูดอะไร เธอกลับก้าวเข้าไปข้างใน แล้วถือวิสาสะเดินผ่านไหล่เขาเข้าไปในห้องทันที
“เดี๋ยว!”
วิกเตอร์ขยับตัวตามแทบไม่ทัน ประตูยังเปิดค้างอยู่ เขาหันมามองแผ่นหลังเล็กที่เดินตรงเข้าไปกลางห้องเหมือนเป็นเจ้าของพื้นที่เอง
“จะทำอะไร”
“มีสติอยู่รึเปล่า”
น้ำเสียงไม่ได้ดุ แต่ชัดเจนว่าประหลาดใจ มิลินหยุดยืนกลางห้อง ก่อนเธอหันกลับมา แสงไฟสีวอร์มในห้องทำให้ใบหน้าที่แดงเพราะเหล้ายิ่งดูเข้มขึ้น
“พิสูจน์ไงคะ”
เธอตอบเรียบ ๆ ซึ่งแน่นอนว่าระหว่างที่เธอพูดนั้น วิกเตอร์ก็ได้ปิดประตูช้า ๆ เพราะกลัวคนด้านนอกได้ยินเสียงบางอย่างที่ไม่ควร
“พิสูจน์อะไร”
มิลินยกคางขึ้นเล็กน้อย แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา เธอรู้ดีว่าเขาเข้าใจที่เธอพูดแน่ แต่แค่ทำเป็นไม่รู้
“พิสูจน์ ว่ามิไม่ได้ซื่อบื้อ!”
“มิไม่ได้ซื่อบื้อแบบที่รุ่นพี่คิด”
มิลินใจเต้นแรงเป็นกลอง ดวงตาคู่สวยฉายแววดื้อดึง
“แล้วคิดว่าเดินเข้าห้องผู้ชายตอนตีหนึ่ง”
“มันทำให้ดูโอเคขึ้น”
วิกเตอร์พูด ด้านมิลินเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็กลืนน้ำลายลงคออีกหน
วิกเตอร์เดินเข้ามาใกล้อีกนิดระยะห่างลดลงอีก กลิ่นสบู่สะอาดปะปนกับไออุ่นจากผิวเขา
แล้วอยู่ ๆ มิลินก็จัดการถอดชุดเดรสของเธอออก…
ซิปด้านหลังถูกดึงลงอย่างฉับไว เธอตัดสินใจรวดเร็วเกินกว่าที่สมองจะทบทวน อย่างน้อยคนที่เธอจะพิสูจน์ด้วยก็เป็นรุ่นพี่ร่วมสถาบัน ไม่ใช่ใครที่ไหน
เธอคิดแบบนั้น…
“จะทำอะไร”
วิกเตอร์เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจกับพฤติกรรมคนตรงหน้า
“หยุด”
“ไม่ค่ะ”
ผ้าบางไหลผ่านไหล่ลงสู่พื้นในจังหวะเดียว ชุดเดรสตัวนั้นกองอยู่แทบเท้า เหลือเพียงเรือนร่างอรชรในชุดชั้นในสีเรียบตัวจิ๋ว และบราปิดอกเรียบสนิทที่ขับผิวขาวนวลดูเด่นขึ้นใต้แสงไฟสีอุ่นของห้อง
ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่งไปเสี้ยววินาที วิกเตอร์ชะงักเพียงนิดเดียว ก่อนดวงตาคมจะไล่มองเธอจากหัวจรดเท้า
มิลินยืนตัวตรง แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบเจ็บอก ผิวขาวภายใต้แสงไฟสีวอร์มดูสั่นไหวเล็กน้อยจากลมหายใจที่ยังไม่สม่ำเสมอ
“มิอยากพิสูจน์กับรุ่นพี่ค่ะ” น้ำเสียงเธอชัดขึ้นกว่าก่อนหน้า แม้ยังแห้งนิด ๆ
“ว่ามิไม่ได้ใส ไม่ได้ซื่อบื้อ”
“อย่างที่แฟนเก่ามิพูด”
“รวมถึงที่รุ่นพี่คิด!”
คำว่า ‘ใส’ และ ‘ซื่อบื้อ’ ที่เธอเอ่ยมาทำให้วิกเตอร์กลืนน้ำลายเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว ก่อนความคิดในหัวจะตีกันไปหมด
รุ่นน้องร่วมสถาบันที่ยืนอยู่กลางล็อบบี้ในลุคคุณหนูเมื่อเช้า กับผู้หญิงตรงหน้าตอนนี้ สภาพไม่สอดคล้องกันเลยสักนิด
“ใส่ชุด”
วิกเตอร์เสียงแข็ง แต่ถึงแม้ปากของเขาจะบอกให้เธอใส่ชุด แต่ทว่าร่างกายของเขากลับสวนทางกันโดยสิ้นเชิง
“ใส่ชุด มิลิน”
เขาเรียกชื่อมิลินเป็นครั้งแรก ก่อนจะคว้าเชิ้ตจากพนักพิงเก้าอี้มาสวมให้ร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ และมือเล็กก็คว้ากรอบหน้าหล่อแรงกว่าที่ควรจะเป็น
หมับ!
วิกเตอร์ชะงักเพียงเสี้ยววินาที สมองยังไม่ทันจะสั่งห้าม มิลินก็เขย่งตัวขึ้นเล็กน้อย ใช้ริมฝีปากบางของเธอแตะลงบนริมฝีปากเขา
มือเล็กสองข้างจับกรอบหน้าวิกเตอร์แน่นขึ้น เธอขยับริมฝีปากแรงขึ้นอย่างคนที่ไม่ยอมแพ้ และตั้งใจทุกการกระทำ
ลมหายใจของเธอร้อนจัด กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อน ๆ แทรกซึมออกมาผสมกลิ่นสบู่สะอาดจากตัววิกเตอร์ เรียวลิ้นเล็กผละริมฝีปากหนาออกราวกับต้องการบุกรุกเข้าไปสำรวจโพรงด้านใน
ความคิดในหัววิกเตอร์ตีกันทันที แต่วิกเตอร์ก็ไม่ปล่อยให้ตัวเองนิ่งอีกด้วยสัญชาตญาณของเสือ
มือแกร่งประคองท้ายทอยมิลินแรงกว่าที่ควร หนักแน่นกว่าที่ตั้งใจ
ริมฝีปากร้อนจัดบดเบียดตอบโต้ เสียงลมหายใจหนักขึ้นในห้องเงียบ จนเชิ้ตที่เขาคลุมให้เธอเลื่อนหลุดจากไหล่
“อื้อ~” เสียงครางเล็ดออกจากริมฝีปากบางและเสียงนั้นเอง ทำให้วิกเตอร์ชะงัก เหมือนใครดึงสติกลับเข้าร่าง
มือที่ประคองท้ายทอยเธอหยุดนิ่งทันที แรงกดคลายลง เขาผละริมฝีปากออกไว ขณะที่ลมหายใจทั้งคู่ยังปะทะกันอยู่ระยะใกล้มาก
ดวงตาคมเข้มกดต่ำลง มองมิลินใกล้กว่าที่ควร ร่างบางยังหอบหายใจแรง ริมฝีปากแดงจัดจากจูบร้อนเมื่อครู่ ดวงตาของเธอพร่าทั้งจากฤทธิ์เหล้า ทั้งอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
“เธอเริ่มก่อนเองนะ” เสียงวิกเตอร์ต่ำกว่าปกติ แต่กลับนิ่งกว่าตอนจูบเสียอีก
ด้านมิลิน เมื่อได้ยินวิกเตอร์พูดแบบนั้น สองเท้าเล็กจึงก้าวไปข้างหน้าราวกับท้าทายศักดิ์ศรีของวิกเตอร์
“ค่ะ มิเป็นคนเริ่มก่อนเอง”
เธอพูดเสียงดังชัดเจน เสียงนั้นไม่สั่นกลัวเขาเลยสักนิด
วิกเตอร์ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มเล็กน้อย นิ้วแกร่งเลื่อนขึ้นมาเช็ดริมฝีปากตัวเองหนึ่งครั้ง เหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่างใหม่ทั้งหมด
“แล้วอย่าหาว่าฉันใจร้ายกับเธอ”
เขาพูดพลางก้าวเข้าหาร่างบางหนึ่งก้าว มิลินไม่ถอยหนี และไม่มีท่าทีกลัวเขาแต่อย่างใด จนกระทั่งหลังเธอชนกับข้างเตียงโดยไม่รู้ตัว
มือใหญ่ด้านขวาของวิกเตอร์จับท้ายทอยคนตัวบางทันที ก่อนเขาจะเริ่มจู่โจมเธอด้วยจูบเดือดอีกครั้ง
มิลินเซไปด้านหลังเล็กน้อย วิกเตอร์จึงยื่นมือซ้ายมาประคองเอวเธอไว้แน่น
คราวแรกเขาคิดว่าจะไม่ทำอะไรเธอ แต่ในเมื่อเดินเข้ามาเสิร์ฟให้เขาขนาดนี้ แล้วเสือจะปล่อยให้เหยื่อหลุดมือได้ยังไง
ลิ้นร้อนสอดเข้าโพรงปากเล็ก เขาตวัดเลียชิมรสหวานในโพรงปากมิลินจนเธอแทบไม่ได้หายใจหายคอ ราวกับชำนาญเรื่องนี้พอควร
“อื้อ~”
แค่เพียงลิ้นทั้งคู่สัมผัสกันเท่านั้น ความเสียวซ่านก็วิ่งพลุกพล่านทั่วร่างบางทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก ไวจนมิลินเองไม่รู้ตัวเลยว่าบราปิดจุกของเธอโดนวิกเตอร์ดึงออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่
และเพียงเสี้ยววินาทีถัดมา ร่างสูงก็โน้มลง ดันเธอให้นอนราบบนที่นอนนุ่มอย่างไม่เปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม
และปากเขาก็ยังไม่ผละออกจากริมฝีปากมิลิน
จูบยังคงดำเนินต่อเนื่อง ราวกับว่าถ้าแยกออกแม้เพียงลมหายใจเดียว ทุกอย่างจะพังทลาย
มือของวิกเตอร์ค้ำอยู่ข้างศีรษะคนใต้ร่างทั้งสองข้าง เหมือนกักมิลินไว้โดยไม่ใช้แรงมากนัก
“ยังอยากพิสูจน์ต่อไหม”
เขาผละจากริมฝีปากออกเพียงชั่วครู่ แล้วเอ่ยถามมิลินเสียงต่ำ ขณะสายตาเจ้าเล่ห์ก็จ้องมองมิลินแทบไม่ละสายตา
ด้านมิลินเมื่อได้ยินแบบนั้น ถึงกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายจนอ่านได้ยาก มือเล็กยกขึ้นกอดคอวิกเตอร์แน่น
“แล้วถ้ามิตอบว่าอยากล่ะคะ รุ่นพี่จะทำต่อใช่ไหม”
“ถ้ามิบอกว่าอยาก รุ่นพี่จะทำให้ใช่รึเปล่า”
มิไม่ได้ซื่ออบื้อน๊ารุ่นพี่ อิอิ ยัยมิบนเตียงเริ่มออกเลย ชีเสิร์ฟฟฟฟฟ
Next Episode spoilers…
“รีบทำไมคะ ของดีต้องค่อย ๆ พิสูจน์สิ”
“รุ่นพี่รีบเหรอคะ”
