บทที่ 2 Prologue (2)

ความรัก... เมื่อเกิดขึ้นแล้ว มันยังคงอยู่ และยังจะรักอย่างนั้นตลอดไป...’

ประโยคนั้น ‘เขา’ เคยพูดไว้เสมือนเป็นผู้ให้คำมั่น แต่ในวันนี้คำพูดเหล่านั้นของเขามันได้ทำลายความศรัทธาของตัวเขาเองหมดสิ้น เขาเคยพูดอะไรไว้... วันนี้เขาคงลืมมันไปแล้ว

หญิงสาวนั่งมองหน้าจอมือถือด้วยใจจดจ่อ การรอคอยที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน...

‘วันนี้ถ้าเขามา จะถือว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ของความรักอีกครั้ง’

หล่อนจะต้องช่วงชิงเขากลับมาให้ได้... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นั่นคือปณิธานของหญิงสาว

ปภาณพิชญ์ โชติธนัทหรือโยเกิร์ต ครีเอทีฟสาวบริษัทโฆษณาแนวหน้าวัย 24 ปี เธอเพิ่งบอกลาจากบริษัทแรกที่เธอเริ่มงานหลังเรียนจบจากคณะนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังหมาดๆ ที่หญิงสาวต้องตัดสินใจโบกมือลาอาชีพที่เธอรักนั่นก็มีสาเหตุมาจากความไม่กินเส้นกับโฉมสุดาเออีสาวจอมเหวี่ยงถึงขั้นถูกภาคทัณฑ์จากหัวหน้าสายงาน มันเป็นเรื่องปกติอยู่ว่าในบริษัทโฆษณานั้น ฝ่ายการตลาดโดยเฉพาะเออีมักจะมีความเห็นไม่ตรงกันกับฝ่ายครีเอทีฟ ใช่ว่าบริษัทต้นสังกัดของปภาณพิชญ์จะเป็นเพียงบริษัทเดียว ไอ้ความไม่ลงรอยกันของฝ่ายการตลาดกับฝ่ายครีเอทีฟในบริษัทโฆษณามันเป็นกันทั้งวงการจนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว

สาเหตุเพราะฝ่ายหนึ่งมีหน้าที่ดูแลลูกค้า ก็ต้องพยายามทำตามใจลูกค้าเพื่อเป็นการเอาใจและรักษาฐานลูกค้าเอาไว้ไม่ให้เปลี่ยนใจไปใช้บริการบริษัทโฆษณารายอื่นหรือบริษัทคู่แข่ง นั่นถือเป็นเรื่องธรรมดาของฝ่ายการตลาด แต่ในทางตรงข้ามฝ่ายครีเอทีฟนั้นจะสนใจแต่ผลงานสร้างสรรค์ของตนเองเป็นที่ตั้ง ชนิดที่เรียกว่าเป็นศูนย์กลางจักรวาลเลยก็ว่าได้

ความเห็นเรื่องงานที่ไม่ลงรอยกันระหว่างปภาณพิชญ์กับเพื่อนสาวคนเคยสนิทอย่างโฉมสุดาที่ทำในตำแหน่งเออีดูแลงบโฆษณาของลูกค้ารายใหญ่ ความแค้นเคืองในใจระหว่างกันนั้น จากเรื่องเล็กๆ ก็สั่งสมมาจนถึงจุดระเบิด

คนที่ยอมเป็นฝ่ายจากลาก็คือปภาณพิชญ์ เพราะเธอไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนที่เคยรักกันมากอย่างโฉมสุดาอีกต่อไป การถอยออกมาอาจไม่ใช่คนพ่ายแพ้เสมอไป แต่มันเป็นการถอยเพื่อตั้งต้นใหม่ ในเส้นทางที่ดีกว่าก็เป็นได้

กว่าจะก้าวผ่านมรสุมครั้งใหญ่มาได้ก็เหนื่อยแทบแย่ แต่วันนี้ปภาณพิชญ์ก็มีความสุขดีกับการทำงานครีเอทีฟให้ลูกค้าในลักษณะโฮมออฟฟิศ เพราะงานของเธอถ้ามีฐานลูกค้าเก่าที่รู้จักผลงาน เคยร่วมงานกันมาก่อน ถ้าถูกใจก็จะส่งงานมาให้ทำอยู่เรื่อยๆ โดยตอนนี้เธอทำงานฟรีแลนซ์ ไม่ต้องขึ้นตรงกับบริษัท ยึดที่ความพึงพอใจในผลงาน นอกจากเรื่องงานเธอยังมีอีกเรื่องที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันความรัก... ปลายทางความฝันของ ‘ลูกผู้หญิง’ หลายๆ คนนั่นก็คือการเป็นเจ้าสาว

และสำหรับปภาณพิชญ์แล้ว ผู้ชายที่โชคดีคนนั้นคือปกรณ์ รัมย์ไพประกาศิตหรือพี่หมอกรณ์ นายแพทย์หนุ่มหล่อนามสกุลดัง

เธอและเขาเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องกันมาก่อนตั้งแต่วัยมัธยม หลังจากเรียนจบก็ห่างกันจนไม่คิดว่าจะได้กลับมาเจอกันอีก กระทั่งนายแพทย์หนุ่มมาเป็นแพทย์อาสาในโครงการประชาสัมพันธ์โครงการควบคุมโรคติดต่อจากยุงลายของโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่ในขณะนั้นได้ทำแคมเปญร่วมมือกับโลชั่นทากันยุงยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งได้ว่าจ้างบริษัทโฆษณาที่ปภาณพิชญ์สังกัดอยู่ให้ดูแลเรื่องภาพยนตร์โฆษณา ครอบคลุมถึงการจัดงานอีเว้นท์ และแถลงข่าวเปิดตัวโครงการดังกล่าวของโรงพยาบาลด้วย ซึ่งนั่นเองถือเป็นโอกาสดีที่ทำให้หญิงสาวโคจรกลับมาพบกับนายแพทย์หนุ่มรุ่นพี่อีกครั้ง นับแต่นั้นมาทั้งคู่ต่างก็สานสัมพันธ์ จากรุ่นพี่-รุ่นน้องกลายเป็นแฟนคลับ กระทั่งพัฒนาความสัมพันธ์กลายเป็นคู่รักในเวลาต่อมา

‘ทำใจเหอะแก อกหักมันเรื่องธรรมชาติ’ ณฐาเพื่อนสนิทเอ่ยปลอบกลางวงปาร์ตี้ที่กลุ่มเพื่อนสนิทมารวมตัวกันทานข้าวและปาร์ตี้สังสรรค์กันเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนเอาไว้อย่างเหนียวแน่นหลังจากเรียนจบต่างคนก็ต่างทำงานถ้าไม่นัดปาร์ตี้แบบนี้เดือนละครั้งสองครั้งก็จะไม่มีโอกาสได้มาเจอกันแบบนี้เลย

‘ฉันรู้... แต่มันไม่ชินน่ะแก’ ปภาณพิชญ์เอ่ยเสียงเศร้า

‘ตาบวมเป็นกบชุบแป้งทอดละ นอนร้องไห้มากี่วันแล้วล่ะ?’ เพื่อนปลอบโยนอาจเป็นความห่วงใยที่ไม่หวานซึ้งนักแต่เพื่อนที่รักและหวังดีกับปภาณพิชญ์ก็มีไม่น้อยและณฐาก็คือหนึ่งในนั้น

‘สามวัน’ ปภาณพิชญ์ตอบด้วยดวงตาปริ่มจะร้องไห้

‘เยอะไปนะ... แกให้เวลาไปกับการร้องไห้เพราะผู้ชายแบบนั้นสามวันเชียวหรือ?’

‘อกหักมันเจ็บนะ’

‘เสียใจไปไย หาใหม่สิแก... คิดเสียว่าเขาให้โอกาสเรามีแฟนใหม่ แกเองก็ต้องให้โอกาสตัวเองด้วย’

ปภาณพิชญ์กระวนกระวายใจขณะนั่งรออดีตคนรัก ขณะเดียวกันนั้นก็นึกถึงประโยคปลอบใจจากเพื่อนๆ เมื่อรู้ว่าเธอ ‘อกเดาะ’ เพราะพี่หมอเปลี่ยนใจ ‘ถ้าพี่หมอไม่มาตามนัดนั่นก็เพราะเขาหมดรักเราแล้วจริงๆ ไม่เห็นจะมีเหตุผลอื่นเลย’ หญิงสาวบอกตัวเอง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป