บทที่ 4 บทที่ 1 เกมล่าแจ็คพ็อต (A)
ดวงตาคู่โตของหญิงสาวหมองลง เมื่อรอคอยนานจนเริ่มหมดหวัง ในแววตานั้นกำลังหาทางออกให้กับตนเองว่าหากปกรณ์ไม่มาตามนัดแล้วตนจะทำอย่างไรต่อไป การถ่ายทำยังไม่เริ่ม เธอจึงเดินกลับออกมานั่งที่ม้านั่งข้างนอก แสงแดดยามบ่ายแรงจ้า ลมร้อนพัดผ่าน ความร้อนอ้าวของด้านนอกทำให้หญิงสาวเริ่มมีเหงื่อซึม
“โธ่... เชอร์รี่ฟังพี่ก่อนนะครับ เราก็เล่นเกมไม่กี่ชั่วโมงเอง” ปภาณพิชญ์หันไปมองตามเสียงสนทนาที่เธอได้ยินแว่วๆ ภาพชายหนุ่มหน้าตาดีเจ้าของร่างสูงสมาร์ทในเสื้อยืดแบรนด์ดังเข้ากันกับกางเกงยีนในสไตล์หนุ่มมาดเซอร์แต่ดูดีแบบเว่อร์วังในสายตาของครีเอทีฟสาว ดูเหมือนว่าเขากำลังงอนง้อคนรักที่มีอาการงอแง เพราะความคิดบางอย่างไม่ตรงกัน
‘อย่างน้อย... แฟนเขาก็มา ไม่เหมือนเรา... พี่หมอไปอยู่เสียที่ไหนแล้วก็ไม่รู้...’ ปภาณพิชญ์คิดอย่างน้อยอกน้อยใจ นัยน์ตาว่างเปล่าทอดมองออกไปอย่างไร้จุดหมาย นาทีนั้นเสียงโวยวายเกือบถึงขั้นเหวี่ยงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ผ่านเข้ามาในโสตประสาทเธอ จนอดไม่ได้ที่จะปรายตาไปมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“พี่แทนจะให้เชอร์รี่ทนฟังคนที่โกหกเชอร์รี่มาตลอดอย่างนี้เหรอคะ เชอร์รี่ไม่ฟัง เราเลิกกันนับจากนี้!” คนเป็นแฟนกำลังเหวี่ยง ท่าทางเกรี้ยวกราด
“โอเค เชอร์รี่ เราจะเลิกกันก็ได้นะ แต่เชอร์รี่ทิ้งพี่ไปตอนนี้ไม่ได้” หนุ่มมาดเซอร์ยื่นคำขาด สีหน้าเขาเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ สีหน้าแบบนั้นถ้าไม่เพราะว่าเขาเป็นคนใจเย็นล่ะก็ เขาต้องเป็นคนเย็นชาแน่ๆ คนแอบฟังคิด
“ทำไมไม่ได้ล่ะ?” หญิงสาวหน้างอถามออกไปอย่างขัดใจ ปภาณพิชญ์เดาว่าหญิงสาวคงเป็นคุณหนูเอาแต่ใจไม่เบาเลย
“ก็เกมกำลังจะเริ่ม พี่จะแข่งในรายการกับใครล่ะ? ไม่มีใครหาคนมาแทนเชอร์รี่ได้ทันหรอกนะครับ เกมใกล้เริ่มแล้ว” เขาสรุป
“งั้นเหรอ?” หญิงสาวมาดคุณหนูจ้องตาชายคนรักอย่างเอาเรื่อง “ที่รั้งเชอร์รี่ไว้ไม่ใช่เพราะแทนแคร์เชอร์รี่ แต่รั้งไว้เพราะแทนกลัวจะไม่ได้เล่นเกมโชว์บ้าบอนั่น!” เธอตัดพ้ออย่างน้อยใจ หยาดน้ำตาเริ่มปริ่มที่ขอบตา
“พูดเบาๆ หน่อยสิเชอร์รี่!” เขาเอ็ดแฟนสาวก่อนหยุดหันมองรอบๆ เพราะไม่อยากให้ทีมงานได้ยินเสียงแฟนสาวที่กำลังพูดถึงรายการในทางที่ไม่ดี ‘เกมโชว์บ้าบอที่ไหนให้เงินรางวัลตั้งห้าแสนล่ะเชอร์รี่!’ เขาคิด
“เชอร์รี่เข้าใจผิดไปใหญ่แล้วนะ มันไม่ใช่อย่างนั้น” ชายหนุ่มพูดตอนนี้ใบหน้านิ่งเริ่มขมวดคิ้วชนกัน
“เชอร์รี่จะกลับ!” หญิงสาวมาดคุณหนูบอกอย่างคนเอาแต่ใจโดยไม่ไยดีสักนิดว่าแฟนหนุ่มจะเสียหน้าและพังพินาศมากแค่ไหนถ้าเธอทิ้งเขาไปกลางคันแบบนี้
แต่เธอก็ทำจริงๆ
“เชอร์รี่!” เขาเรียกชื่อคนรักสาวแต่ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ฟังเขาอีกต่อไปแล้ว
“ไม่ต้องตามมานะ เราขาดกัน” สิ้นคำแค่นั้นร่างบอบบางก็สะบัดหน้ากลับกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากเขาไป เธอไม่สนใจแม้แต่น้อยว่าชายหนุ่มจะตกอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากอย่างไรนับจากนี้
“ปัดโธ่เว้ย!” แทนหรือธันยาพัฒน์ชกต้นไม้อย่างหัวเสีย สายตาคมมองเข้าไปในโรงถ่าย มันอาจจะมืดสักหน่อยแต่ก็พอรู้ได้ว่าข้างในกำลังเตรียมการถ่ายทำ ทีมงานต่างกุลีกุจอเตรียมฉากและเริ่มเช็กรายชื่อผู้เข้าร่วมแข่งขันกันแล้ว เขาลงชื่อแฟนสาวในการสมัครมาตั้งแต่แรก แต่ตอนนี้ชายหนุ่มยังลังเลว่าจะเดินเข้าไปดีไหม เพราะสภาพตอนนี้เขาไม่มีคู่แล้วน่ะสิ
ทันใดนั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นหญิงสาวท่าทางเรียบร้อยติดจะทึนทึกด้วยซ้ำ หล่อนนั่งเงียบๆทว่ามีแววร้อนรน ขณะเดียวกันมือเรียวสวยก็หยิบโทรศัพท์แนบใบหูเล็กนั่นเอาไว้ หญิงสาวกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ เธอหันมาสบประสานเข้าพอดีกับดวงตาของเขานับได้ครั้งสองครั้ง ชายหนุ่มหวังว่าเธอคงจะไม่ได้ยินที่เขาทะเลาะกับแฟนสาวหรอกนะ
