บทที่ 5 บทที่ 1 เกมล่าแจ็คพ็อต (B)
ธันยาพัฒน์ละสายตาจากหญิงสาว ‘จะสนใจทำไมเรื่องคนอื่นวะเนี่ยไอ้แทน? คิดหาทางรอดให้ตัวเองดีกว่าว่าจะเอายังไงดี ตอนนี้เชอร์รี่โกรธหนีไปแล้ว’ เขาคิด ก็จะไม่ให้แฟนสาวโกรธเขาได้อย่างไรในเมื่อเชอร์รี่เธอเป็นหญิงสาวขี้อายแม้จะมีหน้าตาสะสวยจิ้มลิ้มพริ้มเพราระดับเน็ตไอดอล หรือเป็นดาราได้สบายๆ แต่เธอก็ไม่ชอบแสดงออกเอาเสียเลย เธอโกรธที่เขาไม่ยอมบอกเธอตรงๆ ว่าจะมาเล่นเกมโชว์เพื่อชิงเงินรางวัล เกมแต่ละอย่างโหดเข้าขั้น รายการที่ว่า‘แจ็คพ็อตรัก เลิฟเวอร์คูเปอร์เกม’ ไม่ใช่ไม่เคยดูทางทีวีดิจิตอลชั้นนำ แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเป็นคนดู กับผู้ร่วมเล่นเกมแล้วเชอร์รี่เลือกที่จะเป็นคนดูอยู่ทางบ้านดีกว่า อีกอย่างเธอเพิ่งจะรู้ความจริงในวันนี้เองว่าธันยาพัฒน์หรือแทนร้อนเงินถึงขั้นต้องมาเล่นเกมโชว์ล่าเงินรางวัล
“น้องแทนใช่ไหมคะ? พร้อมยังคะ แล้วแฟนน้องล่ะ?”ทีมงานเดินเข้ามาถามธันยาพัฒน์
“เอ่อ ขอเวลาสักพักครับ?” ชายหนุ่มตอบขณะแค่นยิ้มเจตนากลบเกลื่อนปัญหาที่ตนเองกำลังเผชิญ
“แฟนยังไม่มาเหรอ?” ทีมงานสาวอายุไม่น่าจะเกินสามสิบปีท่าทางทะมัดทะแมงเอ่ยถามขึ้น เพราะดูสีหน้าชายหนุ่มผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะไม่สู้ดีนัก
“ครับ... เอ่อเข้าห้องน้ำครับ แฟนผมตื่นเต้น... เธอขี้อายครับผม” อ้อมแอ้มตอบไปแต่รู้อยู่แก่ใจว่าตนนั้นกำลัง ‘มุสา’ คำโต แล้วถ้าทีมงานสาวเดินตามไปดูแฟนที่กำลังอ้างถึงในห้องน้ำแล้วไม่เจอใครล่ะจะว่ายังไง แฟนสาวของเขาป่านนี้ไปถึงไหนต่อไหนแล้วกระมัง
“อ๋อ... ทางรายการเราก็กำลังรอดาราที่มาร่วมเกมด้วยน่ะจ้ะเห็นตะกี้โทรมาบอกว่ากำลังเดินทาง น้องก็บอกแฟนน้องได้เลยว่าไม่ต้องรีบนะคะดาราเค้ารถติดอยู่ ยังไงก็ปลดปล่อยได้ตามสบายเลยจ้ะ” สาวทีมงานรายการบอก เธอคงเข้าใจว่าแฟนสาวของชายหนุ่มผู้เข้าร่วมแข่งขันคงจะตื่นเต้นจนท้องเสียหรือไม่ก็ปวดชิ้งฉ่องกลางกองถ่ายอะไรทำนองนั้น
“ครับๆ ขอบคุณครับ” ธันยาพัฒน์ตอบรับอย่างนอบน้อม
ทีมงานรายการเกมโชว์ชื่อดัง มองซ้ายทีขวาที ประเมินผู้เข้าร่วมเกมว่ามากันครบหรือยัง และกะเกณฑ์จำนวนเอ็กซ์ตร้า และคนร่วมชมรายการในห้องส่งด้วยสายตา ว่ากี่คนเพื่อจะได้จัดข้าวกล่องและเครื่องดื่มให้ ขณะเดียวกันก็ก้มลงเช็กรายชื่อผู้ร่วมสนุกจากทางบ้านในแฟ้มเอกสาร
“เอ... ยังเหลืออีกคู่นี่นา...” ทีมงานคนหนึ่งพึมพำเขาว่าตัวเองนับไม่ผิดแล้วนะ หายไปไหนหนึ่งคู่
“พี่กรณ์ถึงไหนแล้วค่ะ?” ปภาณพิชญ์ถาม หญิงสาวมีสีหน้าเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นเมื่อเวลาเหลือน้อยเต็มทีราวกับมีการนับถอยหลัง คนเดินวุ่นวายขวักไขว่ตอนนี้ไม่มีใครสนใจใคร
“น้องโยเกิร์ต... พี่คงไปไม่ได้แล้วนะครับ” เสียงของนายแพทย์หนุ่มดังมาตามสายโทรศัพท์ ส่งผลให้ดวงหน้าหวานสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“อ้าว! ทำไมล่ะคะ?” ปภาณพิชญ์เอ่ยขึ้นถามขณะแววตาเศร้าลงอย่างชัดเจน ความจริงคำตอบนี้เธอเดาเอาไว้ก่อนแล้ว แต่ไม่คิดว่าคนรักจะมาบอกกัน ‘หน้างาน’ แล้วอย่างนี้เธอจะหาใครมาแทนพี่หมอได้ล่ะ เครียดจนปวดหัวตุ้บๆ ไปหมดแล้ว ร้อนผ่าวที่ดวงตาราวว่าน้ำตาจะไหลอย่างนั้นล่ะ ปกติปภาณพิชญ์ไม่ใช่คนอ่อนไหวร้องไห้ง่ายแบบนี้หรอกนะ แต่ในวันนี้เธอมาพร้อมกับความหวัง... ไม่ใช่หวังรางวัลครึ่งล้านนั่นหรอก แต่เธอมีความหวังจะได้คืนดีหรือง้องอนคนรักหนุ่มที่คบหากันมานานต่างหาก แต่ตอนนี้ฝันของเธอสลาย เหลือไว้เพียงคราบน้ำตาที่ร่วงเผาะอาบแก้ม โดยที่เธอก็ไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่า กำลังร้องไห้อยู่คนเดียวเงียบๆ ขณะถือสมาร์ทโฟนแนบใบหูของตนเอง
“เอ่อ... พี่คงไม่สะดวกแล้ว” นายแพทย์หนุ่มกระอักกระอ่วนที่จะตอบ เพราะความจริงเป็นสิ่งที่ทำร้ายจิตใจคนรักได้อย่างไม่ยากเย็น
“พี่กรณ์ทำไมเพิ่งบอกล่ะคะ?” ปภาณพิชญ์บอกอย่างรู้สึกผิดหวัง หัวใจเต้นแรงเพราะความโกรธที่กำลังคุกรุ่นแต่ต่อให้โกรธสักแค่ไหนเธอก็คงทำอะไรมากกว่าการยอมรับสภาพไม่ได้ และดูเหมือนว่าเธอจะต้องเผชิญกับปัญหาในเวลาไม่ช้านับจากนาทีนี้
“พี่ขอโทษเราก็แล้วกัน คือเอ่อ...” ยังไม่ทันจบประโยคก็มีเสียงแหลมเปี๊ยบของหญิงสาวดังมาตามสาย
“เธอเป็นใครเที่ยวชวนแฟนชาวบ้านไปหาน่ะ?” แรกที่ได้ยินปภาณพิชญ์รู้สึกคุ้นหูกับน้ำเสียงและจังหวะจะโคนการพูดจาแบบนี้ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออกว่าเสียงใครเพราะกำลังอยู่ในความเสียใจ
