บทที่ 6 บทที่ 1 เกมล่าแจ้คพ็อต (C)

‘แฟนชาวบ้านงั้นหรือ... จำได้ว่าพี่ปกรณ์เป็นแฟนฉันนะถึงจะงอนกันบ่อยๆ รักๆ เลิกๆ กันก็หลายครั้งก็เถอะ แต่ถึงยังไง พี่หมอปกรณ์ก็ยังเป็นแฟนฉันอยู่’ ปภาณพิชญ์คิดในใจและเธอแปลกใจไม่น้อยที่จู่ๆ มีผู้หญิงคนอื่นพูดแบบนี้กับตนผ่านมือถือส่วนตัวของผู้ชายที่เธอเรียกเขาว่า ‘แฟน’

“ขอโทษนะคะ ขอพูดกับพี่ปกรณ์ค่ะ” ปภาณพิชญ์เอ่ยอย่างกลั้นโกรธ หากแต่ยังคงรักษาความสุภาพเอาไว้ เธอยินดีไว้หน้าทุกคนนั่นแหละ เป็นธรรมดามีแฟนหล่อก็ต้องใจกว้างหน่อย

“เธอจะคุยอะไรกับแฟนฉันเหรอ? แล้วก็ไม่ต้องรออีกต่อไปแล้วนะ แฟนของฉันคงไม่ไปพบเธอตามนัดอีกเข้าใจตรงกันนะ” ปลายสายเว้นจังหวะสูดลมหายใจ ก่อนกระแทกคำพูดแบบเน้นๆ กลับมาอีกครั้ง “เลิก-ยุ่ง-กับ-แฟน-ฉัน-สักที!!”

เจ้าหล่อนวางสายใส่เธออย่างห้วนๆ แต่ทำไมมันถึงเจ็บขนาดนี้‘เจ็บปวดจัง... ปริ่มใจจะขาด’

หญิงสาวเจ็บจนมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกต่อไปมือเรียวเล็กยกขึ้นปาดน้ำตารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนโลกทั้งใบกำลังหันหลังให้เธอ

“น้องๆ เป็นอะไรจ๊ะ?” ทีมงานสาวห้าวถามขึ้น เธอตามหาคู่รักที่เข้าแข่งขันคู่สุดท้ายไม่เจอนอกจากน้องที่อยู่ตรงหน้า ตอนนี้ดารากำลังจะมาถึงโรงถ่ายแล้ว ฉากก็พร้อมทุกอย่างทีมงานและคนที่มาให้เสียงตบมือก็ประจำที่กันเรียบร้อย

“ปละ... เปล่าค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ” ว่าพร้อมก้มหน้าปาดน้ำตาเงียบๆ

“แล้วน้องร้องไห้ทำไม?” ทีมงานอีกคนที่มาพร้อมกันถามขึ้นบ้าง

“ไม่ได้ร้องค่ะ” เธออ้อมแอ้มแก้ตัวไปทั้งที่มีหลักฐานที่เรียกว่า ‘น้ำตา’ เห็นอยู่ทนโท่

“น้องคือคนที่จะเล่นเกมใช่ไหม เหลืออีกคู่ พี่ตามหาแทบแย่ แล้วนี่แฟนไปไหน?” ทีมงานถามขึ้น เพราะในเวลาที่ใกล้แข่งขันแบบนี้ แต่ละคนเขาอยู่กันเป็นคู่ๆ รอทีมงานฝ่ายประสานงานกองถ่ายเรียกตัวเข้าประจำที่แล้ว แต่ที่เห็นมีอยู่สองคนที่ยืนรอแฟน คนหนึ่งก็ชายหนุ่มมาดเซอร์กับน้องสาวคนนี้ หรือทั้งสองคนจะเป็นแฟนกัน แต่ทะเลาะแง่งอนกันหน้างาน‘รีบทำความเข้าใจกันซะจะแข่งแล้ว’ ทีมงานสาวคิดเพราะตั้งแต่ทำรายการมาเธอเห็นคู่รักที่มาแข่งแล้วงอนกันทะเลาะกันกลางกองถ่ายแบบนี้บ่อยจนชินเสียแล้ว

“อยู่นี่ครับ!” ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงเอ่ยมาแต่ไกล สิ่งนั้นทำเอาปภาณพิชญ์ที่เพิ่งจะเช็ดน้ำตาจนแห้งตกใจขยี้ตาที่ยังพร่าอีกครั้งเพื่อจะได้เห็นชัดๆว่าเสียงใคร ‘ชีวิตนี้มีแฟนคนเดียวนะ แล้วก็เพิ่งถูกแย่งไปถ้าจะต้องมีแฟนใหม่ทำไมฟ้าส่งมาไวนักล่ะ ยังไม่ได้อธิษฐานเลยด้วยซ้ำ’ ปภาณพิชญ์คิดขณะสายตาก็เริ่มมองเห็นหน้าหล่อๆ ของหนุ่มมาดเซอร์เจ้าของประโยคบาดใจนั้นชัดเจนขึ้น

พระเจ้าช่วย... กล้วยทอดของปภาณพิชญ์!

“หนีมานั่งตรงนี้เอง ไปล้างหน้าก่อนไป เกมใกล้จะเริ่มแล้ว” เขาบอกด้วยท่าทีสนิทสนมพร้อมเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าที่เคยได้รับฉายาว่า ‘บุรุษหน้าเดียว’ หรือ ‘ช่างภาพหน้าเดียว’ อันเป็นฉายาจากบรรดานางแบบและสไตลิสต์หลายๆ คนในวงการนิตยสารแฟชั่น หากแต่รอยยิ้มของเขานั้นสดใสอย่างยากอธิบาย

ปกติธันยาพัฒน์เป็นผู้ชายยิ้มยากเป็นทุนอยู่แล้ว จนเป็นสาเหตุให้เขาได้รับฉายาว่า ‘ผู้ชายหน้าเดียว’ มาตั้งแต่เด็ก พอโตเป็นหนุ่มหล่อเลี้ยงตัวเองโดยไม่พึ่งเงินทางบ้านด้วยอาชีพช่างภาพอิสระ เขาก็ได้รับฉายาจากบรรดานางแบบนายแบบและสไตล์ลิสต์ทั้งหลายว่าเขาน่ะ เป็น ‘ช่างภาพหน้าเดียว’ จะดีใจเสียใจมีความสุขหรือทุกข์ ใบหน้าเขาก็เรียบนิ่ง นานทีจึงจะเผยรอยยิ้มสักครั้ง แต่ก็เป็นเพียงรอยยิ้มบางๆ เหมือนคนขี้เกียจจะยิ้ม คนที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขานับว่าเป็นคนโชคดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

“อ้าว! เมื่อกี้น้องบอกแฟนเข้าห้องน้ำ?” ทีมงานท้วงขึ้น มองด้วยดวงตาเจือแววสงสัย

“ครับ แฟนผมขี้อาย เรางอนกันนิดหน่อยครับเลยแอบมานั่งร้องไห้ตรงนี้ มาถึงแล้วไม่อยากเล่นเกมจะหนีกลับบ้านท่าเดียว” เขาบอกเหตุผล มันคือมุสาคำโตเลยนะนั่น!

“อ๋อๆ เออรีบๆ ทำความเข้าใจกันซะ แล้วรีบตามพี่เข้าไปข้างในล่ะ” ทีมงานสาวว่า คิดไว้แล้ว... ‘หนุ่มสาวฮอร์โมนพลุ่งพล่านก็งี้ เอะอะทะเลาะเอะอะงอนง้อ... แหมเห็นใจคนโสดบ้างสิวะพวกแกเอ๊ย...’ ทีมงานคิดในใจก่อนเดินส่ายศีรษะเข้าไปในฮอลล์จัดการถ่ายทำ

“นี่คุณ?” ปภาณพิชญ์กำลังคิดว่าชายหนุ่มตรงหน้าช่างเสียมารยาท เธอยอมรับว่าเขาหน้าตาดีรูปร่างเทียบนายแบบได้เลยล่ะแต่ไม่น่าเสียมารยาทขนาดนี้เลย เธอนึกตำหนิเขาในใจ

“ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ แต่ที่คุณทะเลาะกับแฟนในโทรศัพท์ดังขนาดนั้น... ดีแค่ไหนแล้วที่ทีมงานไม่ได้ยินเข้า”

“คุณมายุ่งทำไมเล่า!” เธอบอกอย่างเซ็งๆ พร้อมก้มหน้าหลบสายตาเขาที่กำลังจับจ้องสังเกตเธอ

“ตอนนี้เราตกที่นั่งเดียวกันนะ จะไม่ได้ยังไง?”

“คุณหมายความว่าไง?” ปภาณพิชญ์เงยหน้าถามอย่างนึกสงสัยขณะสายตาสบประสาน นาทีนั้นเองหญิงสาวจึงได้พบว่าดวงตาของผู้ชายหน้าเดียวมีสีเทาอมฟ้า... มันน่าหลงใหลพอๆกับพระเอกภาพยนตร์ฮอลลิวูดชื่อดังเลย

“แฟนผมหนีกลับบ้านไปแล้ว ส่วนคุณคงไม่ต้องให้บอก...” ชายหนุ่มหยุดจ้องตาคู่นั้นที่กำลังช้ำแดงเพราะผ่านการร้องไห้มาหมาดๆ แล้วชายหนุ่มก็พูดต่อไปอีกว่า “ปัญหาที่เกิดกับคุณไม่ใช่ผมไม่รู้” พูดจบเขาก็มองเห็นละอองน้ำตาที่กำลังสั่นระริกในดวงตาคู่สวย ก่อนที่มันจะเอ่อรื้นขึ้นมาอย่างยากจะห้ามได้...

“อืม” หญิงสาวพยักหน้าหงึกๆ น้ำตาก็พานจะไหล

“คุณหยุดร้องไห้ก่อนได้ไหมครับ... เรามาคิดช่วยกันว่าจะผ่านวันนี้ไปได้ยังไงดีกว่า” เขาเอ่ยชวนสายตาคล้ายว่ากำลังปลอบโยน แต่ตอนนี้เขายังอยู่ในฐานะคนแปลกหน้า ซึ่งทำอะไรมากกว่านั้นไม่ได้

หญิงสาวแหงนหน้าสบประสานสายตาเขา

“แล้วคุณว่าเราควรทำไง?” หญิงสาวเอ่ยถาม... หวังว่าสิ่งที่เขาจะตอบออกมา คงไม่ตรงกับที่เธอกำลังเดานะ

“ในเมื่อแฟนเราต่างก็ไม่มาที่นี่ ไม่อยู่ตรงนี้ และเรากำลังจะแข่ง เราก็มาจับคู่กันสักพัก?” เขาบอกอย่างมีแผนการแต่สีหน้าเขายังคงนิ่งเรียบเช่นเดิม

“แล้วมันก็ต้องมีคู่หนึ่งที่หายไป” ปภาณพิชญ์ตั้งข้อสังเกต เพราะแผนการที่ทั้งสองกำลังจะทำนั้นมันมีช่องโหว่!

“เราแค่...” เขาจ้องเธออย่างครุ่นคิดก่อนโน้มหน้าเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆที่ข้างหู “เงียบๆ ไว้ แล้วผมจะเข้าไปช่วยทีมงานหาคนมาแทนแฟนของเราเอง” เขาหยุดพูดครู่หนึ่ง หากทว่าลมหายใจอุ่นร้อนของเขามันเป่ารดใบหูบอบบางของเธอพาให้หัวใจหญิงสาวเต้นแรงไม่เป็นส่ำ

‘คนบ้า! เพิ่งรู้จักกันก็ถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้ ทำไมอันตรายขนาดนี้เนี่ย กับพี่หมอคบกันมาเป็นปียังไม่เคยทำใจเต้นรัวแบบนี้เลยนะ!’

“คิดว่าเขาน่าจะมีสแตนอินอยู่น่า อย่างน้อยเอาคนตบมือพวกนั้นมาสวมสิทธิ์เล่นเกมก่อน แหมคุณ... รายการโทรทัศน์ระดับมืออาชีพอย่างพวกเขา ไม่เตรียมงานไว้แค่แผนเดียวหรอก”

“คุณรู้ได้ไง?” ปภาณพิชญ์เอ่ยถามออกไปด้วยความแปลกใจ

“ผมเป็นช่างภาพฟรีแลนซ์ สายงานของผมมันก็คล้ายๆ กันน่ะ งานบันเทิง วงการมายาเค้ามีก๊อกสอง ก๊อกสาม เป็นแผนสำรอง” เขาหยุดจ้องหน้า “ว่าแต่คุณจะเอาไง?” เขาย้ำคำถามไปที่หญิงสาวที่ตาแดงก่ำ เพราะผ่านการร้องไห้มาพอสมควร ชายหนุ่มหน้าเรียบนิ่ง แม้ดูเหมือนหัวใจเย็นชาก็จริง แต่กลับทนไม่ได้ เมื่อเห็นน้ำตาผู้หญิง... ธันยาพัฒน์ไม่เคยทำผู้หญิงต้องร้องไห้ และไม่ชอบเห็นผู้ชายหน้าไหนก็ตามทำร้ายจิตใจผู้หญิง กระทั่งถึงขั้นร้องไห้เสียน้ำตาแบบนี้

สถานการณ์เหมือนทั้งคู่ลงเรือลำเดียวกัน สภาพเธอเองตอนนี้ก็เหมือนเดินมาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ ความจริงเธอก็ไม่ได้หวังรางวัลอยู่แล้ว แค่อยากง้อคนรัก แต่ถ้าเขาไม่อยู่ การทิ้งไปกลางคันมีแต่จะถูกทีมงานด่าตามหลังน่ะสิ เธออาจจะตกลงกับเขาแล้วแข่งให้จบๆไปให้สิ้นเรื่องสิ้นราว

“เอาก็เอาค่ะ”หญิงสาวปาดคราบน้ำตา หายใจเข้าปอดลึกสุดก่อนลุกขึ้น “ฉันตกลง!” เธอบอกดวงตาเธอดูเข้มแข็งขึ้นมา

“ไปล้างหน้าก่อนดีไหม...”เขาแนะ ก่อนจะพูดเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่นราวปลอบโยน “เติมแป้งและลิปสติกสักนิดก็ได้ ผมจะรอแถวๆ ทางเข้านะครับ” เขายิ้มบางอย่างเห็นอกเห็นใจหญิงสาวขี้แยตรงหน้า แน่นอนว่าเธอเป็นผู้หญิงที่โชคดีในรอบปีที่มีโอกาสได้เห็นรอยยิ้มของเขา

“ค่ะ” ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับรู้ก่อนเดินตรงไปที่ห้องน้ำของโรงถ่ายทำ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป