บทที่ 7 บทที่ 1 เกมล่าแจ็คพ็อต (D)
ปภาณพิชญ์ก้าวออกมาหลังจากทำธุระเสร็จเรียบร้อย พบว่าร่างสูงมาดเซอร์กำลังยืนรอเธออยู่ นานแค่ไหนแล้วที่ปภาณพิชญ์ไม่มีผู้ชายยืนรอหน้าห้องน้ำแบบนี้ เขาทำให้เธอหวนกลับไปนึกถึงเวลาหลังชมภาพยนตร์จบ พี่หมอจะต้องยืนรอเธอหน้าห้องน้ำ เหมือนกับแฟนหนุ่มของสาวๆ ทุกคนที่ไปชมภาพยนตร์เป็นคู่ๆ ใครที่เดินออกมาแต่ไม่มีคนรักยืนรออยู่ก็ดูจะมีท่าทีเก้อเขิน... หล่อนต้องดูภาพยนตร์คนเดียวมาพักหนึ่งแล้ว หลังจากพี่หมอให้เหตุผลว่า งานที่โรงพยาบาลที่สังกัดนั้นยุ่งมาก คนไข้เยอะ ไปไหนมาไหนกับเธอบ่อยๆ เหมือนเเต่ก่อนคงจะไม่ได้ ในเวลาต่อมา เพื่อนสนิทของปภาณพิชญ์เล่าให้ฟังว่า พี่หมอของเธอสนิทสนมกับแพทย์ สาวที่เธอก็รู้จักแต่... ไม่คิดว่าเขาจะสนิทถึงขั้นคบหากัน และนั่นหมายความว่าพี่หมอคบซ้อน
“เรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ?” เขาเอ่ยถาม สีหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ แม้จะหน้าตาดีแต่เสียดายที่ใบหน้านิ่งเรียบเหมือนเจ้าชายน้ำแข็ง ถ้าไม่รู้จักก็คงคิดว่าเขาไปฉีดโบท็อกซ์มามากเกินจำเป็นจนใบหน้าแสดงอารมณ์ไม่ได้ แต่ความจริงเขาเป็นคนนิ่งๆ แบบนั้นเอง
“ค่ะ” ปภาณพิชญ์พยักหน้ารับ ดวงตาที่เคยเศร้าหมองดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง เหตุผลที่ปภาณพิชญ์ตัดสินใจอยู่ต่อไม่ใช่เพราะอยากได้รางวัล แต่เพราะเธอไม่อยาก ‘เสียคำพูด’ มากกว่า
“พร้อมนะ?” เขาเอ่ยถามถึงความพร้อมของคนตัวเล็ก เขารูปร่างสูงและดูสมาร์ทมาก จากสายตาของปภาณพิชญ์คะเนดูน่าจะร้อยแปดสิบได้ คางของเขาอยู่ระดับเดียวกันกับหน้าผากมนของเธอ ทำให้หญิงสาวนึกถึงการ์ตูนตาหวานที่พระเอกจะรูปร่างสูงยาวขณะที่นางเอกตัวเล็กนิดเดียว แต่ได้ระดับพอดีเหมาะสมหากเขาโน้มหน้าลงมาแนบจูบที่ริมฝีปากอิ่มสวยนั้น... ปภาณพิชญ์กำลังจินตนาการถึงการ์ตูนตาหวานต่างหาก ทำไมชายหนุ่มตรงหน้าถึงเอาแต่ยิ้ม
“อืม” หญิงสาวเปล่งเสียงขานรับในลำคอ คงไม่กล้าจะพูดอะไรมาก กลัวเขาจะจับได้ว่าตนแอบคิด ‘อกุศล’ กับเขาเข้าแล้วไง
“งั้นเราเข้าไปข้างในได้แล้ว” เขาเอ่ยชวน ปภาณพิชญ์เดินตามเขาต้อยๆ
“เอ่อ... คุณคะ ชื่อคุณ...?” หญิงสาวหยุดชะงักครู่หนึ่ง เงยหน้าสบประสานดวงตาคมของเขา
“เรียกผมว่าแทน... ผมชื่อแทนครับ ธันยาพัฒน์คือชื่อไทยของผมครับ” ชายหนุ่มตอบ ดูเหมือนว่ามุมปากข้างหนึ่งจะโค้งเป็นรอยยิ้มบางๆ น่าค้นหา รอยยิ้มนั้นทำให้เขาดูเป็นผู้ชายมากเสน่ห์อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“คุณเป็นลูกครึ่งหรือคะ?” ความจริงปภาณพิชญ์ไม่น่าถามเลยด้วยซ้ำเพราะคำตอบมันก็ชัดเจนอยู่ที่รูปลักษณ์ของเขาอยู่แล้ว ทั้งดวงตาสีเทาอมฟ้า ปากสีชมพูธรรมชาติ ผมสีน้ำตาลเข้มและรอยกระที่มีแต่พอน่ารักบนแก้มทั้งสองข้าง
“ไทย-อังกฤษ แพทริค เจ. วิลเลี่ยม ชื่ออังกฤษครับ” เขาตอบน้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งฟังดูมั่นคงดี ปภาณพิชญ์บอกตัวเองอย่างนั้น
“ฉันชื่อปภาณพิชญ์ เรียกโยเกิร์ตก็ได้... นั่นชื่อเล่นฉันค่ะ” เธอตอบเขาแต่กลับเขินอายขึ้นมาเฉยๆ อยู่ดีๆ ก็ใจเต้นแรง
“ยินดี... เอ่อ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” เขาหยุดสบประสานสายตา ‘โยเกิร์ต... ผมก็ชอบกินโยเกิร์ตเหมือนกันนะ!’ เมื่อพิศให้ดีเขาก็พบว่าหญิงสาวตรงหน้าก็หน้าตาน่ารัก สวย หวานจิ้มลิ้มพริ้มเพรา ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าผู้ชายที่ทำเธอร้องไห้ ทำไมถึงโง่ขนาดนี้นะ
“ค่ะ ยินดีเช่นกัน” เธอตอบขณะหัวใจก็เต้นแรงเหลือเกิน ไม่อาจทนสบประสานสายตากับช่างภาพรูปหล่อได้นาน เพราะมันทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบวาบที่พวงแก้มทั้งสองข้างถ้าไม่รีบหลบตาตอนนี้มีหวังสีแดงๆ ของแก้มสาว ได้สะท้อนอยู่ในดวงตาของเขาเป็นแน่คงเป็นเรื่องน่าอายน่าดู ถ้าปล่อยให้เกิดเรื่องอะไรแบบนั้นขึ้นต่อหน้าผู้ชายที่เพิ่งรู้จักกัน
“ถึงแม้ว่าเราจะรู้จักกันในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะโอเคเท่าไหร่” เขาบอกอย่างแค่นยิ้ม
“แต่ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องดีนะคะ” เธอตอบพร้อมใช้นิ้วเกี่ยวปอยผมขึ้นเหน็บใบหูแก้เขิน‘ทำไม... ต้องรู้สึกเขินกับผู้ชายคนนี้ด้วยนะ?’ หญิงสาวตำหนิตัวเอง
“ครับผม เราเข้าไปข้างในกันได้แล้ว” เขาชวนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ไม่พูดเปล่า มืออบอุ่นเกี่ยวมือนุ่มจับจูงเดินเข้าไปด้านใน หากหญิงสาวขืนตัวไว้ ก่อนพูดอะไรบางอย่าง
“ว่าแต่เรื่องที่มันจะต้องมีทีมหนึ่งที่หายไปล่ะคะ?” หญิงสาวยังถามด้วยความเป็นกังวลเพราะกลัวถูกทีมงานจับได้แล้วเรื่องเล็กมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่น่ะสิ
“ผมบอกทีมงานไปแล้วครับ ไม่ต้องกังวล” เขาบอก สิ่งนั้นสร้างความสบายใจให้ปภาณพิชญ์ขึ้นมาทันที
“โอ... ดีจังค่ะ” ปภาณพิชญ์รู้สึกโล่งใจจนเผยรอยยิ้มหวานละมุนละไมออกมา รอยยิ้มนั้นตรึงอยู่ในหัวใจใครบางคน ทั้งที่เพิ่งรู้จักกันเพียงไม่นาน ผู้ชายอย่างธันยาพัฒน์ผู้ไม่เคยเชื่อเรื่อง ‘รักแรกพบ’ แต่ตอนนี้ชายหนุ่มชักลังเลสับสน!
