บทที่ 2 เปิดโลก

ไนต์คลับหรูย่านใจกลางเมืองเต็มไปด้วยแสงไฟ เสียงเพลงบีตหนัก และผู้คนที่ขยับร่างกายไปตามจังหวะอย่างมั่นใจ ปาลินยืนอยู่ตรงทางเข้า มือบางกำสายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเข้าคลับ ทุกอย่างดูเสียงดังไปหมด ทั้งแสงไฟเลเซอร์ กลิ่นน้ำหอมปนแอลกอฮอล์ เสียงหัวเราะของกลุ่มคนแปลกหน้า และสายตาบางคู่ที่มองมาอย่างเปิดเผย 

เธอเกือบจะถอยหลังกลับ แต่ข้อความของนิ่มก็เด้งเข้ามาอีกครั้ง

‘อย่าลืม คืนนี้ไม่ต้องเก่ง แค่ไม่ร้องไห้ให้คนไม่คู่ควรก็พอ’

ปาลินสูดลมหายใจลึก

“เอาวะ…”

เธอเดินเข้าไปด้านใน หญิงสาวนั่งที่บาร์ครู่หนึ่ง สั่งค็อกเทลสีสวยที่บาร์เทนเดอร์บอกว่าดื่มง่าย เธอยกขึ้นจิบเพียงเล็กน้อย รสหวานปนขมไหลผ่านลำคอ ความร้อนบางเบากระจายอยู่ในอก ช่วยให้หัวใจที่เต้นแรงสงบลงนิดหน่อย เธอไม่ได้อยากเมา ไม่ได้อยากลืมตัว แค่อยากมีแรงพอจะขึ้นไปยังห้อง V08 ที่นิ่มจองไว้

หลังจากนั่งรวบรวมความกล้าอยู่พักหนึ่ง ปาลินก็ลุกขึ้นเดินไปยังบันไดที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสอง โซนวีไอพีเงียบกว่าด้านล่าง เสียงเพลงยังดังอยู่ แต่ถูกผนังหนากั้นจนกลายเป็นจังหวะทุ้มต่ำที่สั่นสะเทือนอยู่ใต้ฝ่าเท้า 

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความของเพื่อนสนิทอีกครั้ง

 ‘วีศูนย์แปดนะ อย่าเข้าผิดห้อง’ 

ปาลินหรี่ตามองป้ายหน้าห้องท่ามกลางแสงสลัว ตัวเลขสีทองสะท้อนแสงจนอ่านยากกว่าที่คิด ‘V06’ แต่ในสายตาที่ทั้งตื่นเต้น ทั้งประหม่า ผสมกับฤทธิ์แอลกอฮอล์บางเบา เธอกลับมองเห็นมันเป็น V08 

หญิงสาวยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆ หนึ่งครั้ง เมื่อไม่มีเสียงตอบรับ เธอจึงค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป ภายในห้องวีไอพี V06 ผนังเก็บเสียงทำหน้าที่ของมันได้อย่างดีเยี่ยมจนแทบไม่ได้ยินเสียงอึกทึกจากด้านนอก มีเพียงแสงไฟสีอำพันสลัวๆ ทอดทับลงบนร่างของผู้ชายเพียงคนเดียวที่นั่งพาดแขนอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟาหนังสีดำกลางห้อง

ก่อนหน้านี้เพียงไม่กี่นาที ‘วิคเตอร์’ เพิ่งโยนสมาร์ตโฟน ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าอย่างไม่ไยดี หน้าจอที่เพิ่งดับไปคือข้อความคำขาดจากมารดาที่ยังคงกวนตะกอนอารมณ์ให้ขุ่นมัว       

‘ถ้าสุดสัปดาห์นี้แกยังไม่ยอมไปดูตัวกับน้องพรีม แม่จะสั่งอายัดบัตรทุกใบ แล้วคนของพ่อจะเข้าไปจัดการปิดอู่รถของแก’ 

ภาพถ่ายของ ‘น้องพรีม’ ที่แม่เพิ่งส่งมาบังคับให้นัดเจอ ผุดขึ้นมาในหัวของวิคเตอร์ทันที เด็กเฟรชชี่ปีหนึ่งคณะนิเทศศาสตร์หน้าตาหวานจิ้มลิ้ม แต่กิตติศัพท์ความใจกล้ากลับดังกระฉ่อนข้ามคณะ โดยเฉพาะวีรกรรมตามตื้อและชอบเข้าหาพวกรุ่นพี่วิศวะแบบถึงเนื้อถึงตัวอย่างออกนอกหน้า 

ที่น่าตลกร้ายไปกว่านั้นคือ ภาพที่แม่ส่งมาดันไปซ้อนทับกับรูปในหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนต่างกลุ่มที่เพิ่งเอามาอวดเมื่อไม่กี่วันก่อน หมอนั่นยื่นรูปน้องพรีมให้ดูพร้อมกับหัวเราะร่วน คุยโวตามประสาผู้ชายปากบอนว่าตามจีบแค่ไม่กี่วันก็เรียบร้อยแล้ว 

แค่คิดว่าต้องไปนั่งปั้นหน้ากินข้าว ดูตัวกับผู้หญิงที่คนอื่นเพิ่งจะฟาดมาหมาดๆ... วิคเตอร์ก็สะอิดสะเอียนจนแทบคลื่นไส้

ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ยกแก้วเครื่องดื่มสีอำพันขึ้นสาดรวดเดียวจนหมด หวังให้ความร้อนแรงของแอลกอฮอล์ช่วยดับความหงุดหงิดที่พลุ่งพล่าน

เขาเกลียดการถูกบังคับ เกลียดการต้องเป็นหมากบนกระดานธุรกิจของครอบครัว และเกลียดที่สุดคือการเอาอู่รถที่เป็นน้ำพักน้ำแรงของเขามาเป็นข้อต่อรอง

ยิ่งไปกว่านั้น ศักดิ์ศรีของเขาไม่มีวันลดตัวลงไปคว้าผู้หญิงต่อจากใครให้พวกมันเอาไปหัวเราะเยาะลับหลังได้เด็ดขาด ความอึดอัดบีบคั้นจนเขาต้องหนีมานั่งดื่มคนเดียวเพื่อหาทางออก

เขาต้องการใครสักคน... ใครก็ได้ที่จะเอามาใช้เป็นไม้กันหมาเพื่อตัดความรำคาญและทำลายแผนคลุมถุงชนบ้าๆ นี่ทิ้งซะ ในขณะที่อารมณ์กำลังคุกรุ่นถึงขีดสุด เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้นเบาๆ... พร้อมกับร่างของผู้หญิงแปลกหน้าที่ค่อยๆ ผลักประตูบานนั้นเข้ามา

วิคเตอร์ตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองผู้บุกรุก คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เสื้อยืดสีดำแบรนด์เนมเข้ารูปที่เขาสวมอยู่ขับเน้นให้เห็นช่วงไหล่กว้างและมัดกล้ามเนื้อแข็งแรง

ชายหนุ่มกวาดสายตาประเมินผู้หญิงผมชมพูในชุดคอร์เซตยีนส์รัดรูปตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาของเขาแฝงไปด้วยความอันตราย เย่อหยิ่ง และแรงดึงดูดบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก

ปาลินชะงักไปชั่วครู่ หัวใจเต้นระรัวประท้วงความบ้าบิ่นของตัวเอง นิ่มบอกว่าเด็กเอ็นที่จ้างไว้หน้าตาดี แต่ไม่ได้บอกว่าหน้าตาดีแบบอันตรายต่อระบบหายใจขนาดนี้

ผู้ชายตรงหน้าหล่อเหลา ดุดัน แผ่รังสีของคนที่เป็นผู้คุมเกมออกมาอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน วิคเตอร์ที่กำลังอารมณ์ไม่ดีลอบประเมินหญิงสาวตรงหน้า...

‘ของขวัญแก้เบื่อ’ ที่พวกเพื่อนตัวดีส่งมาให้ถึงห้องวีไอพีสินะ รูปร่างหน้าตายั่วเย้าชวนมอง แต่มือที่กำสายกระเป๋ากลับสั่นเหมือนลูกนกหลงทาง ช่างย้อนแย้งและน่าสนใจดี...

บางทีผู้หญิงคนนี้อาจจะเป็นตัวช่วยแก้รำคาญชั้นดีให้เขาในคืนนี้ก็ได้

“มาช้า”

น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะหงุดหงิดเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบในห้อง ปาลินสะดุ้ง อ๋อ... ใช่จริงๆ ด้วย เขาต้องเป็น ‘เคน’ เด็กเอ็นที่นิ่มจ้างไว้แน่ 

หญิงสาวรีบปิดประตูลงช้าๆ พยายามทำหน้าให้ดูมั่นใจที่สุด ทั้งที่หัวใจเต้นเหมือนจะหลุดออกจากอก 

“ขอโทษค่ะ รถติดนิดหน่อย” 

วิคเตอร์แค่นหัวเราะในลำคอ รถติด? ข้ออ้างสิ้นคิดของพวกเด็กรับงานนั่งดริ๊งก์ชัดๆ ชายหนุ่มเลิกคิ้วมองอย่างรู้ทัน 

“รถติด? แถวนี้รถไม่ได้ติดขนาดนั้น”

 “ค่ะ... งั้นฉันแต่งหน้านานค่ะ โอเคไหมคะ” 

ปาลินเม้มริมฝีปาก ทำไมเด็กเอ็นคนนี้ถึงได้จับผิดเก่งแถมยังแผ่รังสีคุกคามจนน่าขนลุกขนาดนี้ คำตอบนั้นทำให้รอยยิ้มร้ายกาจของเขาชัดขึ้น

 “โอเค” 

น้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและกวนประสาทนิดๆ จนปาลินไม่แน่ใจว่าตัวเองควรนั่งหรือควรวิ่งกลับบ้าน แต่เธอมาถึงขนาดนี้แล้ว จะถอยตอนนี้ก็เสียฟอร์มเกินไป 

หญิงสาวสวมวิญญาณผู้หญิงกล้าหาญตามลุคที่แต่งมา เธอเดินเข้าไปหาเขาด้วยท่วงท่าที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาตัวเดียวกัน เว้นระยะห่างจากเขาพอประมาณ วิคเตอร์มองระยะห่างนั้นแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ

“กลัวฉัน?”

“เปล่าค่ะ”

“มือเธอบอกอีกอย่าง”

ปาลินก้มมองมือตัวเองที่กำสายกระเป๋าแน่นจนมือสั่นแล้วรีบปล่อยมือทันที ระยะห่างที่ร่นเข้ามาทำให้เธอสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายแนวสปอร์ตราคาแพงผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ยิ่งทำให้สติของเธอเตลิดเปิดเปิง

“ฉันแค่ไม่ค่อยชิน”

“กับคลับ?”

“กับทุกอย่างค่ะ”

คำตอบหลุดออกไปตรงเกินกว่าที่เธอคิด ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะเอนหลังพิงโซฟา ท่าทางดูเย่อหยิ่งเหมือนเป็นเจ้าของห้อง ทั้งที่ในหัวปาลินคิดว่าเขาคงถูกจ้างมา

“ชื่ออะไร”

เขาถามเสียงเรียบ ปาลินชะงัก นิ่มบอกว่าไม่ต้องให้ข้อมูลส่วนตัวเยอะ แค่คุยเล่น นั่งดื่ม แล้วกลับ

“ไม่บอกได้ไหมคะ”

วิคเตอร์เลิกคิ้ว

“เล่นตัว?”

“ไม่ได้เล่นตัวค่ะ แค่ไม่สะดวกบอก” 

ปาลินหันขวับ

 “งั้นคืนนี้ให้เรียกอะไร”

 เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบา 

“เรียกพายก็ได้”

 ชื่อเล่นจริง แต่คนทั่วไปมีตั้งเยอะ ไม่เป็นไรหรอกมั้ง 

“พาย...”

 เขาทวนชื่อนั้นช้าๆ ทำเอาปาลินใจเต้นแรงแบบไม่สมเหตุสมผล 

“แล้วคุณล่ะคะ” 

ชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก 

“เธออยากเรียกฉันว่าอะไร”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป