บทที่ 5 ลูกค้าวีไอพี
วิคเตอร์ไม่ได้หลับลึกขนาดที่จะไม่รู้ตัวว่ามีคนกำลังขยับตัวยุกยิกอยู่ข้างๆ แต่เขาแค่อยากลองดูท่าทีว่าแม่สาวไซด์ไลน์ผมชมพูคนนั้นจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อสติกลับคืนมา และผลลัพธ์ก็คือ... เธอเลือกที่จะ ‘ทิ้ง’ ลูกค้าอย่างเขาไปหน้าตาเฉย โดยไม่ทำงานให้สำเร็จลุล่วงด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มสบถหยาบคายในลำคอ ผุดลุกขึ้นนั่งแล้วเสยผมที่ปรกหน้าลวกๆ ด้วยความหงุดหงิดพลุ่งพล่าน เสือร้ายอย่างเขาอุตส่าห์ยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ฝืนเบรกอารมณ์ตัวเองเพราะไม่อยากเอาเปรียบคนที่ไม่ได้สติ แต่ยัยเด็กไซด์ไลน์นี่กลับชิงหนีไปทั้งที่เขายังไม่ได้ ‘กิน’ เธอลงท้องเลยสักคำ!
ทว่าเมื่อสายตาคมกริบเหลือบไปเห็นธนบัตรสีเทาสามใบที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะกระจก เส้นความอดทนของทายาทธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลังส่งออกระดับประเทศก็ขาดสะบั้นลงทันที
"นี่มันเห็นฉันเป็นตัวอะไรวะ! ผู้ชายขายบริการหรือไง!"
วิคเตอร์สบถลั่นห้อง อีโก้ที่สูงเสียดฟ้าถูกเหยียบย่ำจนจมดิน การถูกทิ้งให้อยู่ในสภาพนี้แถมยังโดนผู้หญิงทิ้งเศษเงินไว้ให้ดูต่างหน้า มันเป็นการหยามเกียรติเสือร้ายแห่งคณะวิศวะอย่างไม่น่าให้อภัยที่สุด!
แต่ในขณะที่กำลังหัวเสียอยู่นั้น สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับวัตถุสองชิ้นที่หล่นอยู่บนพื้นพรมใกล้กับขาโซฟา ซึ่งเธอคงทำร่วงไว้ด้วยความรีบร้อน
วิคเตอร์เอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู ชิ้นแรกคือ ‘ลิปสติกแท่งสีแดงสด’ สีเดียวกับที่ประทับอยู่บนริมฝีปากและซอกคอของเขาเมื่อคืน ส่วนอีกชิ้น... คือบัตรพลาสติกแข็งที่ทำให้ริมฝีปากหยักต้องกระตุกยิ้มร้ายกาจออกมา
มันคือ ‘บัตรประจำตัวนักศึกษา’ ของมหาวิทยาลัยเดียวกับเขา
นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามรูปถ่ายหน้าตรงบนบัตร ภาพของผู้หญิงผมสีดำสนิท สวมแว่นตากรอบหนาเตอะ รวบผมตึงเปรี๊ยะดูจืดชืดและเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ช่างแตกต่างจากแม่เสือสาวชุดรัดรูปผมชมพูเมื่อคืนราวกับคนละคน แต่ถึงอย่างนั้น โครงหน้าหวานและชื่อ-นามสกุลที่ระบุไว้ก็เป็นหลักฐานชั้นดีที่ดิ้นไม่หลุด
นางสาวปาลิน... คณะบัญชี
"ที่แท้ก็เด็กบัญชีนี่เอง..."
วิคเตอร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาพราวระยับราวกับราชสีห์ที่ค้นพบแหล่งซ่อนตัวของลูกแกะอวดดีที่กล้ามาลูบคมเขา
"ที่แท้ก็เป็นเด็กบัญชีที่เพิ่งหัดมารับงานเป็นสาวไซด์ไลน์สินะ... ปาลิน ยัยแว่น"
ชายหนุ่มโยนลิปสติกสีแดงและบัตรนักศึกษาใบนั้นลงในกระเป๋ากางเกงของตัวเองอย่างอารมณ์ดี ความหงุดหงิดเมื่อครู่ที่ตื่นมาแล้วพบว่าถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวแถมโดนยัดเยียดค่าตัวให้ มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
กล้าใช้เงินฟาดหัวคนอย่างวิคเตอร์งั้นเหรอ... ได้! เกมไล่ล่าและทวงหนี้(แค้น)ครั้งนี้ มันจะต้องเร่าร้อนและสนุกกว่าที่เขาคิดไว้มากทีเดียว
ปาลินกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกมาจากหน้าไนต์คลับหรูย่านใจกลางเมือง อากาศเย็นเยียบของเช้าตรู่วันเสาร์ปะทะเข้ากับผิวหน้า แต่ก็ไม่อาจดับความร้อนรุ่มและอาการสั่นเทาในใจของเธอได้เลย หญิงสาวรีบโบกรถแท็กซี่ที่ขับผ่านมาพอดี สั่งให้โชเฟอร์มุ่งหน้าไปยังหอพักหน้ามหาวิทยาลัยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า
ตลอดเส้นทางที่นั่งอยู่เบาะหลัง สองมือเล็กกำสายกระเป๋าแน่นจนชื้นเหงื่อ เธอเอาแต่เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง หัวใจเต้นกระหน่ำรุนแรง ภาพความทรงจำบนโซฟาหนังสีดำและคราบลิปสติกสีแดงสดยังคงตามหลอกหลอน
‘สามพัน... สามพันบาทพอไหมนะสำหรับค่าตัวบาร์โฮสระดับวีไอพี’
ปาลินกัดริมฝีปากอย่างกังวลเมื่อนึกถึงเงินสดทั้งหมดที่เธอควักวางทิ้งไว้ให้ผู้ชายคนนั้น เขาทั้งหล่อ ดุดัน และบริการ ‘ถึงใจ’ ขนาดนั้น เรตราคาค่าตัวเขาต้องแพงหูฉี่แน่ๆ แต่เธอมีเงินสดติดตัวไปแค่นั้นจริงๆ หวังว่าเขาคงจะไม่ตามมาตบตีทวงค่าตัวเพิ่มหรอกนะ!
ทันทีที่ไขกุญแจเข้ามาในห้องพัก ปาลินรีบถอดวิกผมดัดลอนสีชมพูและคอนแทคเลนส์ทิ้งราวกับมันเป็นของร้อน เธอเปิดน้ำฝักบัวชำระล้างคราบเครื่องสำอางและเรื่องราวบ้าบิ่นเมื่อคืนออกไป ทว่าสายน้ำเย็นจัดกลับไม่ได้ช่วยให้สติที่แตกกระเจิงประกอบกลับคืนมาได้เลย
หญิงสาวยกมือขึ้นกอดตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นห้องน้ำ ความรู้สึกปวดเมื่อยที่ช่วงเอวและหน้าขา(ซึ่งความจริงเกิดจากการใส่คอร์เซตรัดรูปและเกร็งตัวมาทั้งคืน) ตอกย้ำความเชื่อนั้นจนหมดข้อสงสัย ปาลินสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามกล้ำกลืนก้อนสะอื้นลงคอ
หญิงสาวหยัดกายลุกขึ้นยืน จ้องมองเงาสะท้อนของผู้หญิงจืดชืดที่กลับมาเป็นคนเดิมในกระจกบานเล็ก
‘ช่างมันเถอะพาย...’
หญิงสาวปลอบใจตัวเองด้วยเสียงสั่นเครือ
‘แกแค่จ่ายเงินซื้อความสุขชั่วคราว ไม่มีใครรู้เรื่องนี้... และชาตินี้ แกก็คงไม่มีทางได้เจอเด็กเอ็นคนนั้นอีกแล้ว’
วันจันทร์ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์
ช่วงสายของวันจันทร์ บริเวณลานเกียร์ใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์เต็มไปด้วยนักศึกษาที่มานั่งจับกลุ่มคุยกันก่อนขึ้นเรียน
วิคเตอร์เดินหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้ามาในซุ้มที่นั่งประจำของกลุ่มเพื่อน ชายหนุ่มโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะอย่างแรงจน ‘แม็ค’ เพื่อนสนิทตัวดีที่กำลังนั่งกดเกมในโทรศัพท์อยู่สะดุ้งสุดตัว
“ไอ้แม็ค มึงหาร้านเด็กไซด์ไลน์ประสาอะไรของมึงวะ ทำงานโคตรห่วยแตก!”
วิคเตอร์เปิดฉากด่ากราดทันที ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้าง กอดอกด้วยท่าทีหงุดหงิดพลุ่งพล่าน
“ส่งเด็กที่ไหนมา บริการก็ไม่เป็น แถมพอตื่นมายังชิ่งหนี ทิ้งเศษเงินไว้ให้กูสามพัน! มึงเห็นกูเป็นบาร์โฮสขายน้ำหรือไงวะ!”
คำด่าที่รัวเป็นชุดทำเอาแม็คถึงกับเหวอ อ้าปากค้าง เกมในมือร่วงเผาะลงบนโต๊ะ
“เดี๋ยวๆ ไอ้วิค มึงใจเย็น! เด็กไซด์ไลน์เชี่ยอะไร กูยังไม่ได้ส่งใครไปหามึงเลยนะเว้ย!”
“มึงอย่ามาตอแหล ก็คืนวันศุกร์มึงทักมาบอกกูเองว่าจะมีของขวัญแก้เบื่อไปหาที่ห้อง V06”
วิคเตอร์ขมวดคิ้วมุ่น แววตาคมดุเริ่มจับสังเกตความผิดปกติได้
“ก็เออ ตอนแรกกูจองน้องเชอร์รี่ไว้ให้ แต่ก่อนถึงเวลานัด น้องมันเสือกท้องเสีย อาหารเป็นพิษเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน...”
แม็ครีบอธิบายหน้าตื่น
“แล้วไหนตอนแรกมึงบอกกูเองว่ามึงไม่อยากได้ ไม่ชอบใช้ของร่วมกับใคร กูเลยไม่ได้หาเด็กคนใหม่ส่งไปแทน สรุปคือกูแคนเซิลงานไปแล้ว กูยังไม่ได้ส่งใครไปหามึงสักคนเลยนะเว้ย!”
คราวนี้เป็นฝ่ายเสือร้ายที่ชะงักงัน สันกวิคเตอร์คมคายขบเข้าหากันเบาๆ เมื่อเริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ทั้งหมด...
ถ้าไอ้แม็คไม่ได้ส่งมา แล้วผู้หญิงผมชมพูในชุดรัดรูปที่สั่นเป็นลูกนกคนนั้นเป็นใคร? เธอเข้าผิดห้องงั้นเหรอ? แล้วที่พูดจาฉอดๆ ว่าจ่ายเงินมาแล้ว ก็แปลว่าเธอตั้งใจจะไปซื้อบริการบาร์โฮสห้องอื่น แต่ดันหลงเข้ามาในห้องเขาเนี่ยนะ!
แม็คหรี่ตามองเพื่อนสนิทที่จู่ๆ ก็นิ่งเงียบไป ก่อนจะฉีกยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ย แซวเสียงล้อเลียน
“เชี่ยยย... อย่าบอกนะว่ามีเด็กที่ไหนไม่รู้หลงเข้าไปในถ้ำเสือของมึงอะ แล้วไงวะ สวยป่าวเด็ดมั้ยวะ ถึงได้ทำเอาคุณชายวิคเตอร์ของขึ้นขนาดนี้”
วิคเตอร์ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อช็อป ปลายนิ้วสัมผัสกับ ‘บัตรนักศึกษา’ แข็งๆ ที่เขายึดมาเป็นหลักฐาน ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ นัยน์ตาพราวระยับไปด้วยความเจ้าเล่ห์และนึกสนุก
“สวยสิวะ... แถมยังใจกล้าหน้าด้านทิ้งค่าตัวไว้ให้กูตั้งสามพัน”
ร่างสูงผุดลุกขึ้นยืน คว้ากระเป๋ามาพาดบ่า
“เดี๋ยวกูมา พวกมึงไม่ต้องตาม... กูจะไปทวงหนี้ ‘ลูกค้าวีไอพี’ ซะหน่อย”
