บทที่ 7 ความจริงที่ถูกซ่อน

ลิปสติกสีแดงสดถูกหมุนขึ้นและลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่ในมือของปาลิน หญิงสาวนั่งเหม่อมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกบานเล็กบนโต๊ะอ่านหนังสือ ภาพของ ‘ยัยเฉิ่ม’ แว่นหนาเตอะในกระจก ช่างแตกต่างจากภาพของผู้หญิงผมชมพูที่ทาลิปสติกสีนี้ในคืนนั้นอย่างสิ้นเชิง 

‘ผู้ชายที่นั่งข้างเธอเมื่อเช้า สายตาที่เขามองเธอ มันว่างเปล่ายิ่งกว่าคนไม่รู้จักกันซะอีก’ 

ประโยคทิ้งท้ายของวิคเตอร์ยังคงดังก้องอยู่ในหัวราวกับแผ่นเสียงตกร่อง

ปาลินพยายามสะบัดศีรษะไล่ความคิดฟุ้งซ่าน เธอไม่ควรเก็บเอาคำพูดของผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันแค่คืนเดียวมาใส่ใจ เขาอาจจะแค่พูดจายุแยงเพื่อหวังปั่นหัวเธอเล่นตามประสาเสือร้ายที่ชอบเอาชนะ แต่ถึงอย่างนั้น… ลึกๆ ในใจของเธอกลับรู้ดีว่าสิ่งที่เขาพูดคือความจริงที่เธอพยายามวิ่งหนีมาตลอด 

ปาลินละสายตาจากลิปสติก หยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมาเปิดหน้าแชตของ ‘ไทม์’ นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความลงไปอย่างชั่งใจ 

พาย: ‘เสาร์นี้ไทม์ว่างไหม ไปดูหนังกันหรือเปล่า เรื่องที่ไทม์บ่นว่าอยากดูเข้าโรงแล้วนะ’

เธอรอคอยด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ หน้าจอแสดงสถานะว่าอีกฝ่ายอ่านข้อความแล้ว แต่กลับทิ้งช่วงไปเกือบสิบนาทีกว่าจะมีข้อความตอบกลับมา

ไทม์: ‘ขอโทษทีพาย เสาร์นี้ไทม์ติดปั่นโปรเจกต์ด่วนกับเพื่อนที่คณะน่ะ คงไม่ได้ไปแล้ว เอาไว้คราวหน้านะครับ’

ความรู้สึกชาวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก ปาลินพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ ว่า ‘ไม่เป็นไร สู้ๆ นะ’ ก่อนจะคว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงกับโต๊ะ

คำว่า ‘เอาไว้คราวหน้า’ ของไทม์ ทำให้หัวใจของเธอปวดหนึบ ทั้งที่เขาเพิ่งจะกุมมือและให้คำมั่นสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะเมื่อตอนเช้า ว่าจะใส่ใจและไม่ทอดทิ้งเธอให้รอคอยเหมือนที่ผ่านมา แต่ผ่านไปเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมง... ข้ออ้างเรื่อง 'โปรเจกต์ด่วน' และการละเลยก็ถูกหยิบมาใช้ซ้ำราวกับสคริปต์เดิมที่ท่องจำจนขึ้นใจ

การกลับมาคืนดีกันครั้งนี้ไม่ได้ทำให้ไทม์เปลี่ยนไปเลยสักนิด เขายังคงเป็นผู้ชายที่ผลักเธอไปไว้รั้งท้ายในตารางชีวิตของเขาเสมอ และคำพูดของวิคเตอร์ที่เพิ่งเตือนสติเธอก็ยิ่งตอกย้ำให้เห็นรอยร้าว ที่เธอพยายามเอาความใจอ่อนไปอุดไว้

ในขณะที่ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกำลังก่อตัว เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังแทรกความเงียบขึ้นมา ปรากฏชื่อ ‘นิ่ม’ เพื่อนสาวสายปาร์ตี้โทรเข้ามาพอดี ปาลินสูดลมหายใจ ปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติก่อนกดรับสาย

"ฮัลโหล นิ่ม"

"ฮัลโหล Queen พาย! เป็นไงบ้างจ๊ะเมื่อคืนวันศุกร์" 

น้ำเสียงของนิ่มร่าเริงและเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

"เด็กเอ็นที่ฉันจัดไปให้ งานดีสมคำร่ำลือไหมแก ฉันลุ้นแทบตายกลัวแกจะหนีกลับก่อน"

ภาพแผงอกกว้างที่มีรอยสักดุดันและรสจูบเร่าร้อนแวบเข้ามาในหัว ปาลินหน้าร้อนผ่าว รีบตอบตะกุกตะกัก

"ก... ก็... ก็ดี"

"แค่ก็ดีเองเหรอ! แหม เสียดายเงินชะมัด ปกติเคนเขาไม่รับงานง่ายๆ นะแก เอเย่นต์บอกว่าตัวท็อปสุดๆ คิวทองยิ่งกว่าดาราอีก"

ปาลินขมวดคิ้ว ความสงสัยเริ่มผุดขึ้นมาในใจ

"นิ่ม... แกเคยเจอผู้ชายที่ชื่อเคนคนนี้มาก่อนหรือเปล่า"

"บ้าเหรอ! ฉันจะไปเคยเจอได้ยังไง"

นิ่มแหวขึ้นมาทันที

"ค่าตัวอีตาเคนเนี่ย แพงหูฉี่ระดับที่ว่าเอาเงินไปจ้างเด็กเอ็นธรรมดามานั่งขนาบซ้ายขวาได้ตั้งสามคนเลยนะ! ถ้าไม่ใช่เพราะเพื่อนรักอกหัก ฉันไม่ยอมทุ่มทุนสร้างรูดบัตรจ่ายไปขนาดนั้นหรอกนะ นี่ฉันต้องกินมาม่าไปอีกครึ่งเดือนเลยนะเว้ย!"

คำบอกเล่าของเพื่อนสนิทเปรียบเสมือนกาวชั้นดีที่เชื่อมจิ๊กซอว์ความเข้าใจผิดของปาลินให้ติดแน่นสนิทยิ่งขึ้น

มิน่าล่ะ... ผู้ชายคนนั้นถึงได้ดูเย่อหยิ่ง ทรงอำนาจ และมีกลิ่นอายความอันตรายแบบคนที่มีระดับ แถมตอนที่เธอวางเงินทิ้งไว้ให้สามพันบาท เขายังตามมาเยาะเย้ยและใช้สายตาดุดันมองเธอราวกับจะฉีกเลือดฉีกเนื้อถึงคณะ ว่าค่าเปิดซิงเธอมีราคาแค่นี้งั้นเหรอ

ที่แท้... เขาก็คือ ‘เคน’ เด็กเอ็นระดับวีไอพีที่มีค่าตัวแพงลิบลิ่วจริงๆ สินะ!

"ขอบใจแกมากนะนิ่ม... ฉัน... ฉันโอเคขึ้นเยอะแล้วล่ะ"

ปาลินตอบกลับไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ทั้งละอายใจ ทั้งสับสน แต่ในขณะเดียวกัน... ความเชื่อที่ว่าผู้ชายอันตรายคนนั้นเป็นแค่บาร์โฮสหน้าเงินที่บริการดีเยี่ยม ก็ถูกฝังรากลึกลงไปในหัวใจของเธออย่างสมบูรณ์ โดยที่เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟกองใหญ่ที่ชื่อ ‘วิคเตอร์’ ไม่ใช่เด็กเอ็นที่ชื่อ ‘เคน’ แต่อย่างใด

วันศุกร์ ณ คาเฟ่หน้ามหาวิทยาลัย

กลิ่นเมล็ดกาแฟคั่วหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่วร้าน ปาลินนั่งก้มหน้าอ่านชีตสรุปวิชาบัญชีอยู่ที่โต๊ะมุมสุดของร้าน ฝั่งตรงข้ามคือไทม์ที่กำลังนั่งขมวดคิ้วจ้องหน้าจอไอแพด สลับกับการตอบข้อความในสมาร์ตโฟนอย่างเร่งรีบ เขาบอกว่ามานั่งเป็นเพื่อนเธออ่านหนังสือ แต่ตลอดครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา เขาแทบไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตาหรือชวนเธอคุยเลยสักคำ 

"ไทม์มีงานด่วนเหรอ ถ้าไม่ว่างกลับก่อนก็ได้นะ พายอยู่คนเดียวได้"

ปาลินเอ่ยทำลายความเงียบ 

ไทม์เงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มบางๆ ให้

"พอดีรุ่นพี่ที่สายรหัสมีเรื่องด่วนให้ช่วยจัดการนิดหน่อยน่ะครับ ขอโทษนะพายที่มานั่งด้วยแต่มัวแต่ก้มหน้าดูจอ" 

"ไม่เป็นไรหรอก" 

กรุ๊งกริ๊ง... 

เสียงกระดิ่งหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับการปรากฏตัวของกลุ่มนักศึกษาชายในชุดเสื้อช็อปสีเลือดหมูสามสี่คน เสียงพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนานตามประสาเด็กวิศวะดึงดูดสายตาของคนทั้งร้านให้หันไปมอง และแน่นอน... หนึ่งในนั้นมีร่างสูงโปร่งที่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดเดินล้วงกระเป๋านำเข้ามา 

ปาลินชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับสายตาคมกริบของวิคเตอร์ เขามองตรงมาที่เธอทันทีที่ก้าวพ้นประตูร้าน ราวกับมีเรดาร์ตรวจจับได้ว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้ 

"ไอ้วิคเตอร์ มึงจะแดกอะไร กูจะไปสั่งให้"

เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มที่ตัดผมสกินเฮดหันไปถาม

"อเมริกาโน่เย็น ไม่หวาน"

วิคเตอร์ตอบเพื่อนโดยที่สายตายังไม่ละไปจากโต๊ะมุมสุดของร้าน ชายหนุ่มไม่ได้เดินไปหาที่นั่งกับกลุ่มเพื่อน แต่เขากลับก้าวเท้ายาวๆ ตรงดิ่งมาที่โต๊ะของปาลินแทน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป