บทที่ 1

กลางดึก ริมถนน

รถมายบัคที่จอดอยู่ในเงามืดกำลังสั่นไหวขึ้นลง

ดารินในสภาพกึ่งเปลือยคร่อมอยู่บนตัวของชายหนุ่ม ปลายนิ้วและสัมผัสร้อนระอุของเขาบดคลึงอยู่ตรงปากทางรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับเหนี่ยวรั้งจังหวะไม่ยอมสอดแทรกเข้ามา ความอัดอั้นที่พลุ่งพล่านทำให้เธอแอ่นกายรับสัมผัสพร้อมแหงนหน้าครางเสียงเบา

“ตกลงคุณจะทำหรือไม่ทำ? ถ้าจะทำก็รีบทำ ถ้าไม่ก็ปล่อยฉันลงไป!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มก็หัวเราะในลำคอ “คิดจะจีบผม แต่ยังอารมณ์ร้อนขนาดนี้เลยเหรอ?”

ดารินพูดไม่ออก ได้แต่จ้องเขาเขม็ง

เธอไม่เคยเห็นใครจีบกันโดยเริ่มจากการมีเซ็กส์มาก่อน

ดารินเปรียบดั่งนางปีศาจจิ้งจอกพราวเสน่ห์ มีรูปร่างเย้ายวนและอ่อนช้อยงดงาม ดวงตาจิ้งจอกที่ฉ่ำวาวราวกับผืนน้ำ เพียงแค่มองก็ชวนให้หลงใหลลุ่มลึก

โดยเฉพาะตอนนี้ที่แววตาเย้ายวนแฝงแววขุ่นเคือง ท่าทางทั้งอายทั้งโกรธของเธอ ทำให้ความอดทนอดกลั้นที่ตึงเครียดของชายหนุ่มพังทลายลงในทันที!

เขากระแทกสวนขึ้นไปทีเดียว ฝังตัวเองลึกเข้าไปในร่างกายของดารินทันที

ความรู้สึกที่ทะลวงผ่านความคับแน่น ทำให้แววตาสีนิลของเขาลุ่มลึกขึ้น “เธอไม่ใช่...”

ดารินรู้ทันทีว่าเขาจะพูดอะไร

ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อ คิ้วขมวดมุ่นด้วยความเจ็บปวดจากการถูกรุกล้ำ

เธอเบนหน้าหนี น้ำเสียงเย้ายวนเจือแววเย้ยหยัน “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น? คิดว่าตัวแม่อย่างฉันไม่คู่ควรที่จะรักษามันเอาไว้เหรอ? หรือคิดว่าฉันไปซ่อมมาเพื่อยั่วยวนคุณโดยเฉพาะ?”

ชายหนุ่มอ้าปาก แต่ยังไม่ทันได้พูด ก็ได้ยินเธอพูดต่อ “วางใจเถอะ ไม่จำเป็นขนาดนั้นหรอก! ฉันเป็นคนยังไง คุณแคมป์ก็น่าจะรู้ดีไม่ใช่เหรอ ที่คุณลากฉันขึ้นรถมามีอะไรกันเลย ก็เพราะคิดว่าฉันง่ายไม่ใช่หรือไง?!”

แคมป์มองรอยยิ้มเยาะจาง ๆ บนใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของหญิงสาว พลางนึกย้อนไปถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนที่เธอจะถูกเขาลากขึ้นรถมา

เดิมทีคืนนี้ ดารินเตรียมตัวจะขอแวนซ์แต่งงาน

แวนซ์ตามจีบเธอมาสองปี หน้าตาดี บ้านรวย แถมยังรักจริง ดารินรู้สึกว่าการแต่งงานกับเขาก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ไม่เลว เธอจึงเตรียมตัวที่จะขอเขาแต่งงาน

ใครจะรู้ว่าหลังจากที่เธอจัดฉากขอแต่งงานไว้อย่างประณีต เมื่อรีบรุดมาถึง กลับเห็นคนที่เธอตั้งใจจะขอแต่งงานกำลังโอบกอดผู้หญิงอีกคน พร้อมกับพูดจาดูถูกเธออย่างไม่เกรงใจ

“ดารินนังแพศยานั่นมันง่ายจะตาย ผู้ชายคนไหนก็เอาได้ทั้งนั้น นี่ไงล่ะ ผมก็แค่เล่นละครตบตากับเธอมาสองปี เธอดันเอาจริงเอาจังขึ้นมาซะงั้น โคตรตลกเลย!”

ผู้หญิงในอ้อมแขนของเขาเอามือปิดปากหัวเราะคิกคัก “คุณแวนซ์คะ แต่เธอจะขอคุณแต่งงานเลยนะคะ คุณทำลายความรู้สึกดี ๆ ของเธอแบบนี้ จะดีเหรอคะ?”

แวนซ์เบ้ปาก “มีอะไรไม่ดีล่ะ ก็แค่เล่น ๆ แต่แรกอยู่แล้ว เกณฑ์การรับลูกสะใภ้ของตระกูลรัตน์สูงมาก ของที่ถูกคนอื่นเล่นจนช้ำแล้วอย่างเธอ ไม่มีคุณสมบัติพอหรอก”

“คุณแวนซ์ อย่าล้อเล่นสิคะ คุณตามจีบเธออย่างเปิดเผยมาตั้งสองปี จะเป็นแค่การเล่น ๆ ได้ยังไง?”

“ถ้าไม่ใช่เพราะผมพนันกับพวกนั้นไว้ ว่าจะทำให้ตัวแม่อย่างดารินสิ้นลายให้ได้ ใครมันจะอยากเล่นบทบาทรักจริงหวังแต่งกับเธอกันล่ะ โชคดีที่ชนะแล้ว จะได้ไม่ต้องแสดงละครต่อหน้าเธออีก พวกคุณไม่รู้หรอกว่าผมแสดงจนจะอ้วกอยู่แล้ว!”

ดารินไม่เคยคิดว่าความรักและความใส่ใจที่แวนซ์มอบให้ตลอดสองปี จะเป็นเพียงแค่การแสดงละครตบตา

แม้เธอจะไม่ได้รักเขา แต่ตลอดสองปีที่ผ่านมา ก็รู้สึกซาบซึ้งใจอยู่บ้าง คิดว่าไหน ๆ ก็ต้องแต่งงานอยู่แล้ว หาคนที่รักเดียวใจเดียวกับตัวเองแบบนี้ก็คงจะดี

ไม่คาดคิดว่า การรุกเป็นครั้งแรกในเกมนี้ของเธอ จะถูกอีกฝ่ายฉีกหน้าแล้วโยนลงพื้นให้เหยียบย่ำ

ช่างน่าขันอยู่หน่อย ๆ แต่ก็ไม่มาก

มีคนเหลือบไปเห็นดารินที่ยืนอยู่ตรงประตู จึงรีบขยิบตาให้แวนซ์

แวนซ์หันกลับมา มีแวบหนึ่งที่ในแววตาของเขาฉายแววรู้สึกผิด

แต่ก็แค่แวบเดียว เมื่อนึกถึงชื่อเสียงฉาวโฉ่ของดาริน ความรู้สึกผิดนั้นก็หายวับไปในทันที

“ได้ยินหมดแล้วเหรอ?” เขาพูดอย่างไม่รู้สึกผิด

ดารินพยักหน้าอย่างเฉยเมย

“ก็ดีเหมือนกัน จะได้ไม่ต้องอธิบายซ้ำอีกรอบ แล้วก็จะได้จบเรื่องตลกนี่เร็ว ๆ ด้วย เลิกกันเถอะ จากกันด้วยดี”

คนรอบข้างฮือฮากันใหญ่!

ตัวแม่อย่างดารินอุตส่าห์จัดฉากอย่างดีเพื่อขอแต่งงาน แต่กลับถูกเยาะเย้ยว่าเป็นเรื่องตลก

เรื่องอัปยศครั้งนี้คงถูกหยิบมาหัวเราะเยาะไปอีกนาน!

หน้าตาสวยแล้วยังไง? เป็นที่หมายปองของผู้ชายแล้วยังไง?

พอชื่อเสียงเน่าเฟะ ก็เป็นได้แค่ของเล่นของผู้ชาย ไม่มีใครให้ความสำคัญกับเธอเลยสักคน

ทุกคนต่างรอชมเรื่องสนุกของดาริน แต่ใครจะรู้ว่าเธอเพียงแค่ถามอย่างเนือย ๆ ว่า “ของเดิมพันคืออะไรเหรอ?”

แวนซ์ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ซูเปอร์คาร์รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นคันหนึ่ง”

ดารินเดาะลิ้นพลางเหยียดยิ้ม “ความรักของคุณนี่ ก็ราคาถูกดีนะ!”

ดวงตาจิ้งจอกเป็นประกายระยิบระยับ เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดลงที่ชายหนุ่มรูปงามผู้สง่างามและเย็นชาที่กำลังพิงหอแชมเปญอยู่ข้าง ๆ อย่างไม่สนใจไยดี

แคมป์ ผู้กุมอำนาจของบริษัทโฮรินแห่งกรุงเทพมหานคร คุณชายผู้สูงศักดิ์และเยือกเย็น ดอกไม้บนภูเขาสูงของจริง ไม่เข้าใกล้สตรี

รองเท้าส้นสูงเคาะลงบนพื้นกระเบื้องมันวาวเป็นจังหวะชัดเจน ดารินบิดส่ายเอวบางระหงอย่างเย้ายวน เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายคนนั้น

เธอยกช่อดอกไม้ขึ้น ดวงตาจิ้งจอกกะพริบเบา ๆ ใบหน้างดงามราวกับพระเจ้าลำเอียงเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมเสน่ห์จนสะกดใจ

“คุณแคมป์คะ จริง ๆ แล้วเทียบกับแวนซ์ที่ไม่เอาถ่าน มีดีแค่สถานะคุณชายตระกูลร่ำรวยแล้ว ฉันอยากแต่งงานกับคุณมากกว่าอีกค่ะ! เพียงแต่เพราะแวนซ์ตื๊อไม่เลิก ก็เลยคิดว่าพอจะให้โอกาสเขาสักครั้งได้ ตอนนี้เลิกกันแล้ว ฉันจะได้จีบคุณพอดี เป็นไงคะ คุณแคมป์ พอจะให้โอกาสได้ไหม?”

ขณะที่ยั่วยวนแคมป์ เธอก็ไม่ลืมที่จะเหยียบย่ำแวนซ์ซ้ำอีกรอบ

แวนซ์หน้ามืดครามด้วยความโกรธ “ดาริน เธอเป็นบ้าอะไรขึ้นมา! โดนฉันทิ้งแล้วเสียหน้า เลยมายั่วแคมป์เพื่อแก้แค้นฉันงั้นเหรอ? เขาเป็นเพื่อนซี้ฉันนะ เธอคิดว่าเขาจะเก็บของที่ฉันไม่เอาแล้วเหรอ?!”

“คุณนั่นแหละที่เป็นของเหลือ! อ้อ... ไม่สิ คุณมันไม่ใช่คนด้วยซ้ำ!”

เดิมทีดารินไม่อยากจะสนใจเสียงหมาเห่าของเขา แต่คำพูดสกปรกนั่นทำให้เธอต้องตอกกลับ เพื่อไม่ให้เขาสำคัญตัวผิดว่าเธอขาดเขาไม่ได้

หลังจากพูดอย่างดูแคลน เธอก็ขี้เกียจจะมองแวนซ์อีกแม้แต่ปลายหางตา ดวงตาฉ่ำวาวจ้องเขม็งไปที่แคมป์ ประกายแสงระยิบระยับในดวงตาของเธอราวกับตะขอเล็ก ๆ นับไม่ถ้วน ที่พร้อมจะเกี่ยวเอาวิญญาณของแคมป์ไป

แคมป์หรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาสีนิลลุ่มลึกฉายแววบางอย่าง มุมปากยกยิ้ม “ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้”

แวนซ์ตะลึงงันไปในทันที!

ดารินเองก็ตะลึงไปเล็กน้อย ดวงตาจิ้งจอกแสนสวยของเธอคลอไปด้วยน้ำตา

คนพวกนี้ จะไม่แตะต้องผู้หญิงของเพื่อนไม่ใช่เหรอ?

เมื่อเห็นดารินยืนนิ่งอย่างโง่งม แคมป์ก็ยื่นแขนยาวออกไปโอบรอบเอวของเธอแล้วดึงเข้ามา

ดารินชนเข้ากับอ้อมอกของเขาอย่างจัง เธอแหงนหน้าขึ้น ดวงตาฉ่ำน้ำเต็มไปด้วยความสับสน

แคมป์ยกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม “ไม่ใช่ว่าจะจีบผมเหรอ มัวยืนทื่ออยู่แบบนี้จะจีบติดได้ยังไง?”

ดารินยังไม่เข้าใจความหมายของเขา จึงถามกลับไปตามน้ำ “แล้วคุณอยากให้ฉันจีบยังไงล่ะ?”

“ที่นี่คนเยอะเกินไป เกะกะลูกตา เราเปลี่ยนที่กันดีไหม?!”

ดารินคลี่ยิ้มหวานจนคิ้วเรียวโค้งได้รูป “ได้สิคะ”

แคมป์โอบเธอเตรียมจะเดินจากไป

แวนซ์ทำหน้าบึ้งขวางทางพวกเขาไว้ “ดาริน จะเล่นบ้าอะไรอีก?! แคมป์ นี่นายก็จะเล่นกับเธอด้วยเหรอ? นายเป็นคนยอมคนง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่!"

แคมป์ใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวดารินไว้ สายตาเหลือบมองแวนซ์อย่างเกียจคร้าน “นี่นายคิดจะมาสอนฉันงั้นเหรอ?”

สีหน้าของแวนซ์แข็งทื่อ เขาส่ายหน้า “ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ฉัน...”

แล้วเขาก็มองไปที่ดาริน “ดาริน เธอขาดผู้ชายขนาดนั้นเลยเหรอ? เพิ่งเลิกกับฉันปุ๊บ ก็จะไปยั่วคนอื่นต่อปั๊บเลยเหรอ? เธอคิดว่าแคมป์จะมองเธอเหรอ ประตูตระกูลรัตน์ของพวกเราเธอยังไม่มีสิทธิ์เข้าเลย นับประสาอะไรกับตระกูลโฮริน!”

คำพูดของแวนซ์ก็ไม่ผิดนัก

ตระกูลโฮรินเป็นตระกูลร่ำรวยอันดับต้น ๆ ของกรุงเทพมหานคร อยู่บนจุดสูงสุดของพีระมิด แม้แต่ตระกูลรัตน์ก็ยังไม่อาจเทียบชั้นได้!

ทว่าแคมป์กลับไม่สนใจคำคัดค้าน เขาพาเธอเดินเลี่ยงออกมาทันที

ก่อนจะกึ่งลากกึ่งจูงดารินเข้าไปในรถ

หลังจากการจูบที่ร้อนแรงและลึกซึ้งจนลิ้นพันกัน ดารินก็ถูกชายหนุ่มพรากพรหมจรรย์ไปในสภาพกึ่งเปลือย

เธอเองก็ยังรู้สึกงุนงงอยู่หน่อย ๆ

ทั้ง ๆ ที่แวนซ์ตามจีบเธอมาสองปี เธอยังรู้สึกเบื่อหน่ายแม้แต่จะจูบกับเขา

แต่กับแคมป์ กลับขึ้นเตียงกันตั้งแต่ครั้งแรก!

ข้างหูมีเสียงทุ้มเซ็กซี่เจือกลิ่นมินต์จาง ๆ ของชายหนุ่มดังขึ้น “คุณคิดมากไปหรือเปล่า ผมก็แค่จะตรวจสอบสินค้าเฉย ๆ”

ดาริน ...

อ้อ ใช่แล้ว เธอนึกขึ้นได้ว่าก่อนที่ชายคนนี้จะลากเธอขึ้นรถ เขาบอกว่าอยากเห็นความจริงใจที่เธอจะจีบเขาก่อน

ตอนนั้นเธอยังคิดอยู่เลยว่าจีบคนต้องใช้ความจริงใจอะไรกัน ก็คงไม่พ้นการตามจีบอย่างลึกซึ้งเหมือนที่แวนซ์ทำ

ไม่นึกเลยว่า ความจริงใจที่เขาว่าคือการขึ้นเตียง!

แผ่นหลังที่เปลือยเปล่าพิงอยู่กับพวงมาลัย ท่านี้ทำให้ดารินรู้สึกอับอายเล็กน้อย เธอเบือนหน้าหนีและพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ “จะทำก็ทำ พูดไร้สาระอยู่ได้ หรือว่า คุณแคมป์ไม่ไหวแล้ว?”

ไม่มีผู้ชายคนไหนทนต่อการยั่วยุแบบนี้ได้

แคมป์หัวเราะเบา ๆ พลางบีบเอวของเธอ “เหรอ? เดี๋ยวก็รู้กัน อย่าร้องไห้ล่ะ!”

ดารินยังคงคิดอยู่ว่าเธอจะร้องไห้ทำไม ชายหนุ่มก็เริ่มรุกเร้าเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง

ทุกครั้งที่กระแทกเข้ามาล้วนทั้งลึกและรุนแรง!

ดารินไม่เคยมีประสบการณ์กับผู้ชายมาก่อน การถูกกระทำเช่นนี้ย่อมทนไม่ไหว

เธอเป็นเหมือนเรือลำน้อยที่โคลงเคลงอยู่กลางพายุฝน พร้อมที่จะถูกคลื่นลูกใหญ่ซัดจนคว่ำได้ทุกเมื่อ!

ทว่าสิ่งที่ร้ายกว่าคือ หลังจบศึกในรถไปถึงสองรอบ เขากลับทำตัวราวกับสัตว์ป่าลากเธอไปที่โรงแรมต่อทันที

ตลอดทั้งคืนนั้น ดารินต้องชดใช้ให้กับคำยั่วยุของตัวเอง...

และมันเป็นการชดใช้ที่แสนสาหัสเกินบรรยาย

บทถัดไป