บทที่ 9 ทั้งสองครอบครัวไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน

ในตอนแรกมันก็ยังไม่ยินยอม แต่เมื่อเห็นสายตาของซินหยานที่มองมามันก็ก้มหัวลงเพื่อให้จางเหลี่ยงลูบมัน เมื่อเทียมรถม้าเสร็จแล้ว จางเหลี่ยงก็นำรถม้าออกไปบังคับเพื่อให้ชิน 

เพราะเขาต้องเป็นคนบังคับรถม้ากลับหมู่บ้าน คนงานที่พาจาวเหลี่ยงไปตอนแรกก็ไม่กล้าที่จะบังคับ แต่เมื่อเห็นสายตาของซินหยานมองมาเขาจำต้องขึ้นไปนั่งสอนอยู่ด้านข้างของจางเหลี่ยงอย่างไม่เต็มใจ

เพียงครึ่งชั่วยามจางเหลี่ยงก็กลับมาที่โรงค้าสัตว์ ซินหยานก็จัดการเรื่องค่าม้าและรถม้าเรียบร้อย ทั้งสองจึงมุ่งหน้ากลับหมู่บ้าน ระหว่างทางจางเหลี่ยงแวะซื้อซาลาเปามานั่งกินกับน้องสาวบนรถม้าไปด้วย

ซินหยานนั่งอยู่ด้านนอกรถม้าเป็นเพื่อนจางเหลี่ยง ในยามนี้พี่ชายของนางยิ้มไม่หุบเมื่อมีรถม้าเป็นของตนเอง เพียงแค่ทางเข้าหมู่บ้านชาวบ้านก็ต้องตกตะลึง เมื่อเห็นผู้บังคับรถม้าเป็นจางเหลี่ยง

แต่ทั้งสองมิได้หยุดรถเพื่อพูดคุย เพียงบอกต้องรีบกลับเรือนเพื่อนำยาไปให้บิดา ชาวบ้านก็ปล่อยไปแต่โดยดี ต่างคิดว่าจะไปถามที่เรือนท้ายหมู่บ้านแทน

เรื่องที่บ้านรองจางซื้อรถม้าไม่นานก็ไปเข้าหูของบ้านใหญ่ จางเซียนก็เดินไปที่บ้านของน้องชายทันทีเพื่อดูว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่

 สองพี่น้องเมื่อถึงเรือนก็บังคับรถม้าเข้าไปเก็บด้านในเรือนทันที พร้อมบอกบิดามารดาเรื่องที่อาจจะมีชาวบ้านมาที่เรือนเพื่อดูรถม้า เพียงไม่นานเสียงร้องเรียกหน้าเรือนก็ดังขึ้น

"อาเทียนอยู่หรือไม่" จางเซียนตะโกนเรียกน้องชายเสียงดัง

สี่คนพ่อแม่ลูกเตรียมรับมือไว้พร้อมแล้ว ข้าวของภายในเรือนก็ถูกซินหยานเก็บเข้าไปไว้ในช่องเก็บของ ของนางแล้ว

"มีอันใดหรือขอรับ" จางเทียนที่ถูกจางเหลี่ยงและชุยเหมยพยุงออกมาจากเรือน

จางเซียนเบือนหน้าหนีเมื่อเห็นอาการของน้องชายยังไม่ได้ดีขึ้น ชาวบ้านที่ตามมาก็ส่งเสียงพูดคุยกันจนจับใจความไม่ได้

"หากเจ้ามีเงินเหตุใดถึงไม่นำไปรักษา" ชาวบ้านในกลุ่มพูดขึ้น

"ต้องรักษาอยู่แล้วขอรับ เพียงแต่ข้าดินทางลำบากจึงให้อาเหลี่ยงซื้อรถม้าไว้ใช้งาน"

"เจ้ามีเงินมากเพียงนั้นทำไมไม่นึกถึงพี่ชายของเจ้าบ้าง" นางจูพี่สะใภ้ของจางเทียนเอ่ยขึ้น

"หากข้าจำไม่ผิด พวกท่านต้องการแยกครอบครัวมิใช่หรือขอรับ อีกอย่างข้าก็ไม่ได้อะไรที่ข้าควรจะได้มาสักอย่าง" จางเทียนจ้องมองพี่สะใภ้อย่างดุดัน

"เหอะ ในหนังสือแยกบ้าน ท่านลุงเขียนไว้แล้วมิใช่หรือว่าทั้งสองครอบครัวไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน ยามที่ท่านพ่อข้าเกือบพิการ ท่านก็ขับไล่พวกเราออกมา ยามนี้ท่านจะมาเรียกร้องสิ่งใด" ซินหยานมองที่ปลิงสองตัวที่มายืนร้องของเงินอยู่หน้าเรือน

"นังเด็กสารเลว เจ้าจะรู้อันใด อย่างไรอาเทียนก็เป็นน้องชายเมื่อมีเงินก็ควรจะแบ่งให้พี่ชายของตนบ้าง" นางจูยังกล่าวอย่างไม่ยินยอม

"เช่นนั้นหรือ หากท่านอยากได้เงินก็ไม่ร้องกับทางการดู ข้าอยากจะรู้ว่าทางการจะตัดสินเช่นไร" ซินหยานมองทั้งคู่ด้วยสายตาสังหาร

ที่นางกล่าวไม่เกินจริง นางอยากจะรู้ว่าถ้าไปร้องเรียนทางการ ท่านลุงของนางจะได้เงินหรือไม่ หากต้องแบ่งเงินเพราะยังไม่ได้ทำการตัดขาดกัน นางจะได้จัดการทั้งหมดทีเดียว

จางเซียนกับนางจูเมื่อเห็นสายตาของซินหยานที่น่าหวาดกลัวต่างก็เงียบปากไป ยิ่งได้ยินเรื่องให้ไปร้องทางการ ผู้ใดจะกล้าไป

เมื่อมีคนไปแจ้งผู้นำหมู่บ้านก็รีบมาดูเหตุการณ์ เมื่อเห็นสภาพของจางเทียนที่ถูกชุยเหมยและจางเหลี่ยงประคองก็ถอนหายใจออกมา

"มีเรื่องอันใดกัน" ผู้นำหมู่บ้านตงถามขึ้น

"ข้าเห็นว่าเป็นครอบครัวเดียวกันหาเงินมาได้มากก็สมควรจะแบ่งกันจริงหรือไม่ท่านผู้นำหมู่บ้าน" นางจูรีบเอ่ยก่อน

"เหอะ" ผู้นำหมู่บ้านสบถออกมา ตอนที่แยกเรือนเขาก็เอ่ยแย้งไปแล้วว่าจางเทียนมิได้อะไรมาเลย แต่เป็นจางเทียนที่ยินยอมพี่ชายเขาเป็นเพียงคนนอกก็ทำอันใดไม่ได้

แต่มาครั้งนี้ จางเทียนก็ยังไม่หายดี พี่ชายพี่สะใภ้ก็รีบร้อนมาหาผลประโยชน์จากเขาอีก

"เจ้าไม่ละอายใจหรืออาเซียน ตอนแยกเรือนเจ้าก็ไม่ให้ที่ทำกินน้องชาย มายามนี้น้องของเจ้าหาเงินมาได้ก็ยังจะมาเบียดเบียนอีก" ผู้นำหมู่บ้านต่อว่าสองผัวเมียอย่างไม่ไว้หน้า

"ท่านจะพูดอย่างนี้ได้อย่างไร อาเทียนเพียงแค่แยกเรือนยังไม่ได้ตัดขาดกับข้าเสียหน่อย" จางเซียนเอ่ยอย่างหน้าหนา

"เช่นนั้นก็ตัดขาดกันเสียเถิดขอรับ" จางเทียนเอ่ยขึ้น เพราะเขาทนถูกพี่ชายเอาเปรียบไม่ได้อีกแล้ว ถ้ายอมครั้งนี้ต่อไปไม่รู้จะต้องยอมมากน้อยเพียงใด

ยิ่งได้รู้ว่ายู้อวี้เป็นคนที่ผลักบุตรสาวของตนจนตกน้ำจากจางเหลี่ยงที่กระซิบบอกเมื่อครู่ เขาในยามนี้อยากจะเข้าไปทุบตีพี่ชายใจแทบขาด

"เจ้าเอ่ยอันใดออกมารู้หรือไม่อาเทียน" จางเซียนไม่เชื่อหูของตน

"เจ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่" ผู้นำหมู่บ้านไม่สนใจจางเซียน เขาเอ่ยถามจางเทียนอีกครั้ง

เมื่อเห็นว่าจางเทียนพยักหน้าอย่างหนักแน่น ผู้นำหมู่บ้านก็ให้คนไปนำกระดาษกับหมึกที่เรือนของเขามาเพื่อเขียนหนังสือตัดขาด นางจูนั่งลงกับพื้นร้องไห้ทุบอกอย่างไม่ยินยอม

หากจางเทียนมีเงินมากขนาดซื้อรถม้าได้ แสดงว่าเขายังต้องมีอีกมาก จะยอมให้เกิดการตัดขาดไม่ได้ ซินหยานเหมือนจะรู้ทัน นางเดินเข้าไปหาท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้แล้วกระซิบเสียงเบา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป