บทที่ 3 นางแบบหน้าปก

นัยน์ตาคมกวาดมองดูไฟล์รูปของนางแบบ ที่เลขานุการส่วนตัวของเขากำลังเอาขึ้นมาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทีละคน ทีละคน มาร์คัสหรี่ตามองดูสาวๆ เหล่านั้นอย่างพินิจ เขากำลังหานางแบบสำหรับเล่มพิเศษของนิตยสาร I’M M ของเขา เพื่อเป็นของขวัญให้กับลูกค้าที่เป็นแฟนคลับของนิตยสารผู้ชายที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ มาร์คัสตั้งใจว่าเล่มพิเศษเล่มนี้จะทำให้หนุ่มๆ ที่เป็นแฟนนิตยสารของเขาต้องถูกใจที่สุด และยอดขายต้องถล่มทลาย เพราะเป็นการรวมนางแบบสาวแสนเซ็กซี่ไว้ในเล่มเดียวกันถึงสามคน

“ผมติดต่ออีกสองคนไว้ให้แล้วนะครับเจ้านาย ทั้งคุณไอริณ และคุณแพ็ตตี้ ดีใจมากที่เราติดต่อไป” ชยุทธ์รีบรายงานเจ้านาย เพราะรู้ว่าคนอย่างมาร์คัสไม่ชอบที่จะรอนาน สั่งอะไรแล้วก็ต้องได้ตามนั้น

“คุยกับทั้งคู่คร่าวๆ แล้วใช่ไหม ว่าผมต้องการให้ถ่ายแบบไหน?”

นัยน์ตาของคนพูดเป็นประกายวับ หนึ่งในนางแบบสาวที่ลูกน้องเอ่ยถึง เป็นคนที่เขา ‘เคย’ สนิทสนมด้วยในระดับหนึ่งมาก่อน และอีกฝ่ายหนึ่งก็มีท่าทีว่าอยากจะสานสัมพันธ์นั้นต่ออีกด้วย

“เรียบร้อยครับ ตอนแรกคุณแพ็ตตี้ลังเลนิดหน่อย ตอนที่ผมบอกว่าเป็นแบบนู้ดทั้งตัว แต่พอบอกเรื่องราคาที่เราเสนอไปให้ ก็ตอบตกลงทันทีเลยครับ”

คำกล่าวรายงานเจื้อยแจ้วของชยุทธ์ทำให้มาร์คัสยิ้มน้อยๆ ที่ริมฝีปาก

ก็เท่านี้แหละ...ต่อให้อ้างว่ารักนวลสงวนตัวขนาดไหน แต่พอมีคำว่าผลประโยชน์เข้าไป พวกหล่อนก็เลิกรักนวลสงวนตัวเสียชั่วคราว ที่เคยบอกว่ากลัวพ่อแม่จะว่า กลัวจะอับอายถ้ามีภาพหลุด ก็เงียบไปเลยทันที

“ดีมาก ชยุทธ์ นัดสองคนนั้นมาถ่ายได้เลยนะ เซ็ตนี้ผมต้องการให้พิเศษสุดๆ ทำเป็นเล่มพิเศษ สี่สีทั้งเล่มไปเลย ผมคิดว่ายอดขายน่าจะถล่มทลาย แล้วก็น่าจะเป็นที่กล่าวขวัญถึงกันไปอีกนานเลยทีเดียว”

มาร์คัสว่า เขายังคงจ้องที่จอคอมพิวเตอร์ ดูไปเรื่อยๆ หญิงสาวหลายคนดูสวยเย้ายวน แต่ไม่ใช่แบบที่เขาเลือก เขาต้องการคนสุดท้าย เป็นผู้หญิงสาว สวย งดงามราวกับนางพราย ให้สมกับคอนเซ็ปที่เขาคิดไว้ สำหรับภาพพิเศษชุดนี้

สายตาคู่คมสะดุด เมื่อคลิ๊กไปจนเกือบถึงนางแบบคนสุดท้าย หญิงสาวสวยหยาดเยิ้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มสวยระยับ ที่มองมายังกล้อง เธอมีหยาดน้ำเปียกชโลมตามใบหน้า ดูงดงามยิ่งนัก ท่าทางที่ยั่วยวนในชุดบิกินี่น้อยชิ้น อยู่ริมหาดทรายสีขาวสะอ้าน มันทำให้คนมองถึงกับลมหายใจสะดุด เขาเข้าไปดูรูปภาพต่างๆ ของเธออีกหลายภาพ ยิ่งดู ก็ยิ่งหลงใหล ใคร่อยากจะเจอตัวจริงยิ่งนัก

“คนนั้นชื่อลิลลี่ครับคุณเจ้านายซึ่งตอนนี้กำลังดังมากๆ ให้ผมติดต่อให้ไหมครับ?”

คนถาม ถามอย่างรู้ใจเจ้านาย มาร์คัสเคาะนิ้วมือกับโต๊ะไปมาเป็นจังหวะ ตาจับจ้องมองใบหน้างดงามของคนในภาพไปด้วย เพียงแค่มอง ใจเขาก็ร้อนเร่าไปหมดเสียแล้ว ราวกับถูกเวทย์มนต์ของนางฟ้าเดินดินสะกดให้หลง เพียงแค่มองใบหน้าหวานสวยเย้ายวนนั่น

“หาเบอร์มาให้หน่อยสิชยุทธ์ เดี๋ยวผมจะลองติดต่อดูเอง”

“ได้เลยครับเจ้านาย”

ชยุทธ์รีบกุลีกุจอไปจัดการตามที่มาร์คัสต้องการทันที ดูเหมือนกับนางแบบสาวคนนี้ เจ้านายหนุ่มสุดหล่อของเขา จะไม่เพียงแค่อยากจะจ้างเธอมาถ่ายแบบเสียอย่างเดียวแล้วกระมัง

“คุณไปอยู่ไหนมานะลิลลี่ ผมถึงไม่เคยเจอคุณเลย นี่ผมพลาดอะไรดีๆ ไปนะ” น้ำเสียงห้าวทุ้มเอ่ยแผ่ว ขณะที่นัยน์ตายังคงมองภาพบนหน้าจออย่างไม่วางตา

“แต่ตอนนี้ผมคงจะไม่พลาดอีกต่อไปแล้วนะคนสวย หึๆ”

เสือร้ายจอมเจ้าเล่ห์ มองเหยื่อของตนเองอย่างหมายมาด และจับจ้อง ว่าจะต้องตะครุบเธอเข้ามาในอุ้งมือให้จงได้!

ละอองเดือนนอนซบกับท่อนแขนของตนเองทันที เมื่อทรุดตัวลงนั่ง และเอนซบลงกับโต๊ะได้ หลังจากที่เข้ามาในห้องของผู้จัดการส่วนตัวของเธอได้แล้ว วันนี้เธอต้องทำงานมาตั้งแต่ตีห้า จนถึงสามทุ่ม รู้สึกปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว และรู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวอย่างไรพิกล อาการนี้เป็นมาสองสามวันแล้ว มันทำให้เธอไม่ค่อยสบายตัวเอาเสียเลย

“น้องลิลลี่ เป็นอะไรมากหรือเปล่าคะที่รัก?”

เสียงแหลมๆ ถามอย่างห่วงใย พร้อมกับร่างท้วมที่รีบเดินแกมวิ่งเข้ามาหา เมื่อเห็นอาการของหญิงสาวที่ตอนนี้ตนเองรับเป็นผู้จัดการอยู่ดูน่าเป็นห่วงนัก

ละอองเดือนมีชื่อเล่นที่ผึ้งหวานตั้งให้ใหม่ว่าลิลลี่ ภาพลักษณ์สวยเร้าใจ แสนเซ็กซี่ที่ปั้นแต่งขึ้นมาใหม่นั้น เหมาะกับชื่อนี้นัก เธอไม่อยากใช้ชื่อละอองเดือน เพราะไม่อยากให้คนรู้จักตัวจริงของเธอไปมากกว่านี้ ลิลลี่เหมือนเป็นนางแบบปริศนา ที่ไม่เคยยอมให้สัมภาษณ์เรื่องราวส่วนตัวกับหนังสือเล่มไหนทั้งนั้น และไม่เคยไปออกรายการโทรทัศน์ใดๆ ด้วย เธอเพียงแค่รับงาน เฉิดฉายบนหน้านิตยสารบ้าง บนเวทีแฟชั่นบ้าง นั่นมันก็ยิ่งทำให้เธอกลายเป็นที่น่าสนใจ และมีแต่คนอยากจะรู้เรื่องของเธอ โดยเฉพาะหนุ่มๆ ที่ตอนนี้ยึดเอาเธอเป็นสาวในฝัน ที่น่าจะคว้ามากอดไว้

“เปล่าหรอกคะพี่ผึ้งหวาน แค่ปวดๆ เมื่อยๆ นิดหน่อยเองค่ะ ลิลลี่ยังไหว ยังชูสองนิ้วสู้ตายได้”

ว่าแล้วคนพูดก็เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ แล้วทำตามที่ปากว่า เล่นเอาผึ้งหวานต้องหัวเราะคิก แต่ก็ยังไม่วายมองดูสำรวจทั่วร่างเพรียวอย่างห่วงใย

“ไม่สบายก็ไปหาหมอสักหน่อยไหมละคะน้องลิลลี่ อย่าโหมงานหนักเลย ป่วยไปไม่คุ้มนะคะ”

ละอองเดือนย่นจมูก เมื่อนึกถึงคำเตือนของผึ้งหวาน เธอไม่เคยชอบกับการไปโรงพยาบาลสักเท่าไหร่นัก ละอองเดือนไม่ชอบทั้งกินยาและฉีดยา แต่มาตอนหลังๆ นี้ เธอชักจะเริ่มชอบโรงพยาบาลขึ้นมาบ้างแล้ว สาเหตุก็มาจาก...

รอยยิ้มซุกซนผุดขึ้นมาทันที เมื่อนึกถึงชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด ท่าทางสุภาพที่เป็นนายแพทย์เจ้าของไข้ของมารดาเธอ ละอองเดือนไปเยี่ยมมารดา ที่กำลังพักรักษาตัวอยู่ และได้เจอกับเขา...

นายแพทย์อลงกรณ์ จงธารักษ์ ชายหนุ่มที่เหมาะกับเสื้อกาวน์ เป็นคนที่เป็นหมอแล้วดูเซ็กซี่อย่างร้ายกาจ และดูท่าทางใจดี ยิ้มน้อยๆ ที่ส่งให้เธอนั้นมันกระตุกหัวใจของละอองเดือนได้อย่างประหลาด เธอเผลอมองจ้องเขานานจนเขาต้องหน้าแดงน้อยๆ เมื่อมองสบตาเข้ากับนัยน์ตาพราวระยับที่มองเขาอย่างกับเด็กเจอขนมถูกใจเข้า

ผู้ชายหน้าแดง น่ารักมากที่สุดเลย ผู้ชายขี้อาย สุภาพแบบนี้ คนที่ไม่มองเราด้วยสายตาเหมือนกับหมาป่าจ้องจะจับเหยื่อ โอ๊ย...น่ารักที่สุดเลย

ผึ้งหวานเอียงคอมองละอองเดือน ที่ยิ้มหวานอยู่คนเดียว ท่าทางเหม่อลอยเหมือนจะคิดถึงใคร จนต้องกระแอมดังๆ เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้สึกตัว ก่อนจะเอ่ยลอยๆ ขึ้นว่า

“แน่ะๆ พี่พูดถึงนี่จะให้ไปตรวจอาการของตัวเองนะคะน้องลิลลี่ ไม่ใช่ไปแอบดูหมอ”

“พี่ผึ้งหวาน” ละอองเดือนถึงกับหน้าแดงจัด เธอมองค้อนผู้จัดการส่วนตัว ก่อนจะหัวเราะคิก

“บ้าน่า! ไปแอบดูใครที่ไหนกันล่ะพี่ผึ้งหวาน อย่างลิลลี่น่ะ ดูกันตรงๆ จ้องกันตรงๆ ไปเลย อยากน่ารักทำไมล่ะ หมอน่ะ”

“วุ้ย! ตายแล้ว”

ผึ้งหวานทำเสียงแหลม ก่อนจะนั่งลงข้างๆ กับหญิงสาว แล้วหยิกแขนเรียวนั่นเอาหมับ โทษฐานหมั่นไส้ ทำเอาละอองเดือนต้องครางอ่อย

“เจ็บนะคะพี่ผึ้งหวาน มาหยิกลิลลี่ทำไม”

“ดูพูดจาเข้า ไม่เป็นกุลสตรีเอาเสียเลย”

“แหม...ทุกวันนี้ลิลลี่ก็แสนจะเป็นกุลสตรีมากๆ นี่คะพี่ผึ้งหวาน” เจ้าตัวว่า แล้วทำหน้าเชิด ก่อนจะอมยิ้ม

“มีแต่ข่าวดีๆ ทั้งนั้นเลย ให้ตายสิ ข่าวว่าลิลลี่เป็นเมียน้อยเสี่ยแบบนี้ ข่าวว่าลิลลี่ซื้อได้แบบนี้ สารพัดข่าว นี่ถ้าแม่รู้ล่ะก็ มีหวังไม่ทันได้ผ่าตัดแน่ๆ หัวใจวายไปก่อน”

“เฮ้อ...” อย่าเครียดเลยนะคะ”

ผึ้งหวานลูบบ่าบางเบาๆ อย่างปลอบๆ เธอนึกเห็นใจละอองเดือนขึ้นมาทันที เมื่อได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น การเป็นนางแบบสาวที่ขายภาพลักษณ์เซ็กซี่ มักจะมีข่าวเสียๆ ตามมาแบบนี้เสมอ และยิ่งกว่านั้น ก็มีบรรดาหนุ่มๆ ที่หมายปองในตัวของละอองเดือนในรูปลักษณ์นั้น มาติดต่อทาบทามเธออยู่บ่อยๆ

“ไม่เครียดหรอกค่ะพี่ผึ้งหวาน เรารู้ตัวเราดีที่สุด ไม่ต้องไปไล่แก้ข่าวหรอกค่ะ เดี๋ยวไอ้คนให้ข่าวมันก็เบื่อไปเอง” หญิงสาวย่นจมูก เมื่อนึกถึง ‘คนให้ข่าว’ ซึ่งเธอรู้ดีนักว่าเป็นใคร ก็มีเพียงคนเดียวเท่านั้นแหละ ที่จะทำเรื่องร้ายแบบนี้กับเธอได้

เสี่ยจตุพร ผู้ซึ่งเคยทาบทามเธอมาแล้วสองสามครั้ง กับการที่ให้เธอไปดินเนอร์ด้วย ซึ่งละอองเดือนในตอนแรกก็ซื่อนัก นึกว่าเขาจะพูดคุยเรื่องงาน รอบแรกจึงตอบตกลงไป แต่พอรู้จุดประสงค์ที่แท้จริง ว่าเสี่ยหนุ่มเจ้าของโชว์รูมรถยนต์คนนี้มีจุดประสงค์อะไร เธอก็ใช้ขนมเค้กที่สั่งมากิน ละเลงใส่หน้าเขา พร้อมกับเชิดใส่แล้วหัวเราะเยาะใส่หน้าชายหนุ่มอย่างไม่กลัวเกรง คนอย่างเธอขายเพียงรูปภาพ ไม่ได้ขายตัว แล้วเดินสะบัดหน้าหนีเขามาทันที

เสี่ยหนุ่มให้ลูกน้องมาข่มขู่เธอ และโทรศัพท์มาหาเธออีกหลายครั้ง แต่คนอย่างละอองเดือนก็แสบสันต์พอตัว เธอสืบรู้ว่าเสี่ยหนุ่มคนนี้กลัวเมียนัก จึงอัดเทปและส่งไปให้ภรรยาของเสี่ยจตุพร ปรากฏว่าฝ่ายนั้นเกือบจะบ้านแตก เพราะเสี่ยหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแต่ต้องพึ่งพาทุกอย่างจากภรรยา ถูกเล่นงานเอาอย่างหนัก และถูกสั่งห้ามไม่ให้เข้าใกล้มาราวีละอองเดือนอีก

เขาเลยจ้องเล่นงานโจมตีละอองเดือน ทำให้เสื่อมเสีย ด้วยการให้ข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับตัวเธอไปตามสนพ.บันเทิงต่างๆ บางที่เขาก็ถึงกับจ้างให้เขียนข่าวร้ายๆ เกี่ยวกับตัวเธอ ซึ่งละอองเดือนก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก ยิ่งฉาวก็ยิ่งดัง หญิงสาวคิดแบบเชิดๆ เธอมากอบโกยเงินทองจากวงการนี้เพราะต้องการนำไปรักษาแม่ ไถ่บ้าน และเก็บไว้เป็นทุนในอนาคต ไม่ได้ตั้งใจจะมาอยู่ถาวรตลอดไป อีกอย่างหนึ่ง เรื่องไม่จริงแบบนี้ เธอไม่สนใจเพราะถือว่าเธอไม่ได้ทำ ปล่อยให้หมามันเห่าไป ไม่ต้องไปทุกข์ร้อน ละอองเดือนบอกกับตนเอง

“นึกแล้วก็อยากจะไปด่ามันจริงๆ เลยนะคะ ไอ้เสี่ยบ้านั่นน่ะ กัดไม่เลิกจริงๆ แล้วนี่พวกที่โทรศัพท์มาแบบไม่ประสงค์ดี น้องลิลลี่บอกไปว่ายังไงคะ”

ละอองเดือนอมยิ้ม เมื่อนึกถึงผู้ไม่ประสงค์ดีรายล่าสุด ที่ฟังจากสุ้มเสียงที่ทุ้มไพเราะนัก พลอยให้จินตนาการไปว่าคงจะหน้าตาหล่อเหลาไม่น้อย แต่ก็คิดต่ำๆ ไม่ต่างจากผู้ชายคนอื่นๆ

“ลิลลี่ก็เรียกไปล้านหนึ่งน่ะค่ะ ดูสิว่าจะกล้าจ่ายไหม ถ้ากล้าจ่ายลิลลี่ก็กล้าไป”

“ต๊าย! อกอีแป้นจะแตก อย่าไปจริงๆ นะคะ”

ผึ้งหวานรีบห้ามเสียงหลง ใบหน้าอิ่มนั้นซีดเผือด ทำตาโตเหมือนกับว่าละอองเดือนนั้นตกลงใจไปแล้วกับคนที่โทรศัพท์มาขอให้เธอไปมีสัมพันธ์ข้ามคืนด้วยจริงๆ

“ถ้าไปมีหวังพี่ดาวได้ฆ่าลิลลี่แน่ๆ เลยค่ะพี่ผึ้งหวาน” หญิงสาวหัวเราะกิ๊ก

“ไอ้ที่บอกว่าจะไปน่ะ ก็จะไปดูหน้าคนบ้าแล้วก็โง่ ที่มาจ่ายเงินล้านหนึ่งเพื่อจะได้นอนกับผู้หญิงต่างหากละคะ ลิลลี่จะหลอกเอาตังค์ไปบริจาคเสียให้เข็ด แล้วก็หนีมา ขาอ่อนก็ไม่ได้ลูบหรอกค่ะพี่ผึ้งหวาน จะว่าไม่ได้เห็นก็ไม่ได้ หนุ่มๆ เห็นขาอ่อนลิลลี่กันไปหมดทั้งประเทศแล้ว”

คำพูดทีเล่นทีจริงอย่างอารมณ์ดีนั้น ทำให้ผึ้งหวานถึงกับหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ละอองเดือนเป็นคนน่ารักและอารมณ์ดี แม้ตอนนี้จะมีชื่อเสียงโด่งดังแล้ว แต่เจ้าตัวก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

“แหม...ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะคะน้องลิลลี่ พวกผู้ชายพวกนี้ บางทีก็น่ากลัวนะคะ พี่กลัวว่าน้องลิลลี่จะไปเจอเสือเข้าน่ะสิคะ จะยุ่งเอา”

“ลิลลี่ระวังอยู่แล้วล่ะค่ะ พี่ผึ้งหวานไม่ต้องเป็นหรอกค่ะ ไม่มีใครทำอะไรลิลลี่ได้หรอกค่ะ” เธอกล่าวอย่างมั่นใจในตนเอง เพราะเคยเอาตัวรอดได้เสมอ จึงทะนงตนเองว่ายังไงเธอก็ไม่พลาดแน่นอน

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนที่เธอจะพูดคุยอะไรกันต่อกับผู้จัดการส่วนตัว ผึ้งหวานกดรับสายทันที ก่อนจะกรอกเสียงหวานลงไป

“สวัสดีค่ะ ผึ้งหวานค่ะ”

“จากนิตยสาร I’M M นะครับ ผมอยากจะติดต่อให้คุณลิลลี่ไปเป็นแบบให้นิตยสารของเรา ไม่ทราบว่าจะสะดวกรับงานไหมครับ” เสียงทุ้มไพเราะที่ได้ยิน ทำให้คนฟังถึงกับเคลิ้มไปชั่วอึดใจ แล้วรีบตอบโต้ไปทันที

“คิววันไหนคะ จะได้ดูคิวงานของน้องให้น่ะค่ะ ถ้าจะรบกวนถามเรื่องค่าตอบแทนแล้วก็คอนเซ็ปของงานจะรบกวนมากไปไหมคะ”

“เรื่องค่าตอบแทนเหรอครับ” ปลายสายหัวเราะเบาๆ เสียงทุ้ม

“ล้านหนึ่งครับ”

“หา!”

ผึ้งหวานแทบจะทำโทรศัพท์หลุดร่วงลงจากมือ พลางทำตาโตหันมามองหน้าละอองเดือน ซึ่งไม่รู้ว่าผู้จัดการของเธอกำลังตกลงอะไรกับทางปลายสาย หญิงสาวนั่งดูโทรทัศน์อยู่อย่างเพลินๆ

“ละ ล้อเล่นหรือเปล่าคะ ละ ล้านหนึ่ง”

“ไม่ได้ล้อเล่นครับ” ฝ่ายนั้นยังคงหัวเราะเบาๆ

“ขออีเมลด้วยครับ ทางเราจะได้ส่งคอนเซ็ปงานไปให้ดู แล้วถ้าตกลงยังไงล่ะก็ วันจันทร์หน้า ทางผมจะนัดถ่ายเลยนะครับ ส่วนเรื่องข้อตกลงสัญญา จะส่งไปให้อีกครั้งหนึ่ง อ้อ...ทางเรายินดีจ่ายก่อน 20% เพื่อมัดจำ”

“ตกลงค่ะ อีเมลของเราคือ...ส่งมาได้เลยนะคะ คิวของน้องลิลลี่ว่างพอดีเลยค่ะ” ผึ้งหวานตอบออกไปแทบจะไม่ทันคิด

หนึ่งล้านบาท อุแม่เจ้า!

ละอองเดือนเข้าวงการได้ไม่ทันไร ก็ได้รับงานที่ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้แล้ว ต่อไปข้างหน้าจะมีรายได้มากขนาดไหนกัน เงินทองไหลมาเทมาแบบนี้ต้องรีบกอบโกยไว้ เหมือนน้ำขึ้นให้รีบตัก โอกาสมาถึงแล้ว จะปล่อยทิ้งไปง่ายๆ ได้อย่างไร เธอในฐานะผู้จัดการส่วนตัวของละอองเดือน ก็พลอยสบายไปด้วย เมื่อนางแบบในสังกัดโด่งดังและมีรายได้ดี

“ถ้าอย่างนั้น ทางเราจะติดต่อกลับไปอีกทีหนึ่งนะครับ ยินดีที่ได้ร่วมงานกัน”

เมื่อทางนั้นวางสายไปแล้ว ผึ้งหวานก็รีบจับมือของละอองเดือนเขย่า จนอีกฝ่ายหนึ่งตกใจ

“น้องลิลลี่ขา ข่าวดีที่สุดในชีวิตเลยล่ะค่ะ งานใหม่ครั้งนี้ จะพลิกชีวิตเราสองคนเลยนะคะ โอ๊ยตาย...พี่ไม่คิดเลยว่าเขาจะติดต่อทางเรามา น้องลิลลี่ นิตยสาร I’M M ให้ค่าตัวน้องลิลลี่ล้านหนึ่ง ค่าถ่ายแบบลงนิตยสารน่ะค่ะ”

“อะไรนะคะ!”

ละอองเดือนถึงกับอ้าปากหวอ ใจสั่นหวิวทันทีเมื่อได้ยินดังนั้น มันเป็นเงินค่าจ้างที่มากที่สุดในชีวิต ตั้งแต่เธอเคยได้ยินมา ผึ้งหวานยิ้มกว้างจนตาแทบจะปิด พลางเอ่ยละลักละล่ำอย่างยินดี

“โอกาสเป็นของเราแล้วนะคะ พี่ตอบตกลงไปแล้วด้วย น้องลิลลี่จะว่าอะไรพี่ไหมเนี่ย ที่ดันเห็นแก่เงิน ตอบไปแล้วแบบนั้น”

“ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะพี่ เงินตั้งเยอะแน่ะ ให้ลิลลี่ทำอะไรก็ยอมล่ะค่ะงานนี้ จะได้มีเงินให้แม่ผ่าตัดเสียที”

หญิงสาวตอบ ยิ้มกว้างไม่ต่างจากผึ้งหวาน อาการอ่อนเพลียดูเหมือนจะหายไปเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว เธอดึงมือของผู้จัดการสาวให้ลุกขึ้น พลางเอ่ยอย่างร่าเริง

“ไปฉลองกันดีกว่าค่ะพี่ผึ้งหวาน พาพี่ดาวไปฉลองกับพวกเราด้วย โอ๊ย! วันนี้เป็นวันดีของลิลลี่เลยจริงๆ”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่ริมฝีปากได้รูป เขามองภาพของนางแบบสาวที่ถืออยู่ในมือด้วยสายตาหมายมาด ข่าวล่ำลือที่ได้ยินเกี่ยวกับนางแบบสาวแสนเซ็กซี่รายนี้ ว่าเจ้าหล่อนซื้อได้ ทำให้เขาลองเลียบๆ เคียงๆ ดู เพราะติดใจกับใบหน้าแสนเซ็กซี่ นัยน์ตายั่วยวนนั่นนัก แต่เมื่อลองโทรศัพท์ไป เธอกลับเรียกราคาเขาเสียสูงถึงหนึ่งล้านบาท เหมือนจะท้าทายคนอย่างมาร์คัสนัก

‘มีเงินพอไหมคะ ถ้าไม่มีก็ถอยไป ลิลลี่ไม่ชอบคนใจไม่ถึง’

คำปรามาสนั้นทำให้มาร์คัสนึกหมั่นเขี้ยว เธอท้าทายลองดีผิดคนเสียแล้วกระมัง คนอย่างเขาใจถึงอยู่แล้ว แต่มาร์คัสก็ฉลาดพอที่จะใช้เงินนั้นให้คุ้มค่า ไหนๆ เขาต้องจ่ายให้เธอแล้ว ก็ต้องได้คุ้มค่ากันหน่อย เขาเชื่อมั่นในเสน่ห์ของตนเอง ว่าบางทีเขาอาจจะไม่ต้องใช้เงินแลกเลยสักบาท กับการที่จะได้นางแมวแสนเสน่ห์คนนี้มาอยู่บนเตียงของเขา

ลิลลี่ งานนี้คุณเสร็จผมแน่!

ละอองดาวค่อยประคองน้องสาวที่เดินเซไปมาให้เดินให้ตรงทาง แต่เธอก็ขาไพล่กันไม่ต่างจากผู้เป็นน้องสาวฝาแฝด สองพี่น้องเดินเซเหมือนปูเมื่อพยายามประคองกันขึ้นไปบนห้องนอน วันนี้ละอองเดือนรับเธอไปฉลองที่ได้รับงานซึ่งมีรายได้เข้ามาก้อนโตด้วยกัน เงินก้อนนี้แหละที่จะทำให้มารดาได้ผ่าตัดเสียที

“วันนี้วันดีจริงๆ เลยนะพี่ดาว”

น้องสาวพูดขึ้นมาเสียงอ้อแอ้ ละอองดาวยิ้มตอบ ตอนนี้ทั้งเธอและละอองเดือน นอนอยู่บนเตียงนุ่ม ในห้องของหญิงสาวด้วยกัน

“ดีมากจริงๆ ด้วยสิ พี่ดีใจที่มีน้องสาวเก่งอย่างเดือน ถ้าลำพังพี่เอง คงจะหาเงินมาไม่ได้ขนาดนี้หรอก แต่พี่ก็เสียใจ ที่ต้องให้เดือนไปทำงานแบบนี้”

ประโยคหลังเจ้าตัวเอ่ยเสียงเครือ แถมน้ำตาจะหยดอีกต่างหาก คำว่าพี่สาวทำให้ละอองดาวแบกความภูมิใจไว้ว่า เธอสามารถปกป้องและดูแลน้องสาวและมารดาได้ แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถทำสิ่งนั้นได้ มันจึงเหมือนเป็นความรู้สึกผิด ที่ติดค้างอยู่ในใจของเธอ

“โอย พี่ดาวจ๋า จะไปเครียดทำไมกันล่ะ เดือนไม่ได้เหนื่อยอะไรสักหน่อย ไม่ได้ไปแบกข้าวสารนี่นา งานสบายๆ ทำหน้าสวยไปสวยมา ก็ได้ตังค์ตั้งเยอะแล้ว พี่ดาวอย่างเครียดเลยน้า”

ละอองเดือนเอ่ยปลอบพี่สาวเสียงยานคานเพราะฤทธิ์เหล้า เธอเกาแขนไปด้วยแกรกๆ เพราะรู้สึกคันยิบๆ ตามเนื้อตัวอย่างบอกไม่ถูก

“ยายบ้า”

ละอองดาวหัวเราะคิก เธอเอื้อมมือขยี้ผมน้องสาวที่นอนข้างๆ เบาๆ พร้อมกับกอดร่างบางนั้นไว้แน่นอย่างแสนรัก แล้วจุ๊บแก้มเนียนของน้องสาวเบาๆ

“พี่รักเดือนนะ รักม้ากมาก ถ้าพี่ช่วยเดือนได้ ถ้าเดือนขออะไร พี่จะยอมทำให้หมดเลย”

“เดือนก็รักพี่ดาว ไว้ได้เงินมัดจำมาวันพรุ่งนี้ เดือนจะเอาไปจ่ายเป็นค่าผ่าตัดแม่ จะได้หายเร็วๆ มาอยู่กับพวกเราเร็วๆ”

ละอองเดือนก็กอดตอบพี่สาวแน่น สองพี่น้องหลับกันไปในท่านั้น ค่ำคืนนี้ช่างเต็มไปด้วยความสุขมากมายเสียจริงๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป