บทที่ 5 ลูกสาวตัวยุ่ง
ลออมองดูหน้าของบุตรสาวคนเล็ก ที่วันนี้มีผื่นแดงๆ ผุดขึ้นทั้งหน้า แต่ยังคงยิ้มหวานให้กับนาง พร้อมกับปอกแอปเปิ้ลให้อย่างเอาใจ ละอองเดือนค่อยยังชั่วจากอาการไข้บ้างแล้ว จึงมาเยี่ยมมารดา เธอมารักษาตัวที่โรงพยาบาลเดียวกับท่าน ถือโอกาสรักษาไข้ พร้อมกับทั้งเฝ้ามารดาไปด้วยพร้อมๆ กันเลยงานนี้ เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกมาถึงสองตัว
ไม่สิ...ต้องสามตัว ละอองเดือนคิดในใจอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อลอบมองนาฬิกาที่ข้างฝามันใกล้เวลาแล้วนี่นา อีกเดี๋ยวเดียว สิ่งที่เธอรอคอยก็ใกล้จะมาถึงแล้ว
“เป็นอะไรมากหรือเปล่าหนูดาว ผื่นขึ้นทั้งตัวเลย อย่าไปเกานะลูก เดี๋ยวหมดสวย มาเป็นอีสุกอีใสตอนนี้ได้นะเรา”
“นั่นน่ะสิคะแม่ มาเป็นเอาป่านนี้ ตอนที่พี่ดาวเป็นเดือนก็ไม่ยักกะเป็นด้วย จะได้เป็นให้เสร็จๆ ไปเลย ตอนนี้เลยวุ่นวายไปหมดเลย”
เธอบ่นพึมพำเบาๆ ขณะที่มารดาถึงกับย่นหัวคิ้ว เมื่อได้ยินประโยคท้ายนั้นแว่วๆ แต่ก็ไม่ได้ซักถามอะไรต่อ เพียงแค่มองใบหน้างดงามนั้นอย่างนึกเป็นห่วง ผู้หญิงเราจะกลัวอะไรไปมากกว่าผิวพรรณมีร่องรอยของแผลเป็น ทำให้ไม่สวยงามดุจเดิม
“แล้วนี่ลางานได้กี่วันน่ะลูก เจ้านายจะว่าเอาหรือเปล่า เห็นเดือนบอกกับแม่ว่าพึ่งได้งาน ลาป่วยนาน ๆ แบบนี้เค้าจะว่าเอาไหม?”
นางถามอย่างเป็นห่วง กังวลไปถึงงานของบุตรสาว และรวมไปถึงเงินที่ต้องเอามารักษาตัวด้วย นางคิดอยู่เสมอว่าตนเองเป็นภาระของบุตรสาวทั้งสองคน ที่ต้องหาเงินมาดูแลรักษานางเป็นจำนวนเงินค่อนข้างมาก สงสารและเห็นใจบุตรสาวทั้งคู่นัก ที่ต้องมารับภาระหนักแบบนี้
“ไม่ว่าหรอกค่ะแม่ เจ้านายเดือนใจดีออก”
ละอองเดือนยิ้มให้กับมารดา พร้อมกับใช้ส้อมจิ้มแอปเปิ้ลที่ปอกแล้วส่งให้ท่านอย่างเอาใจ
“แม่กินสิคะ ดาวซื้อมาฝากหวานกรอบมากเลย เดือนเป็นแบบนี้ก็ดี จะได้แวะมาดูแลแม่ได้บ่อยๆ ไข้ขึ้นก็แค่กลับไปนอนที่ห้อง ตอนไม่มีไข้ก็มาคุยกับแม่ แม่เป็นโรคนี้แล้ว เดือนไม่เอามาติดแม่อีกหรอก”
“หมอให้พักกี่วันน่ะเดือน เปลืองค่ารักษาไหม ถ้ายังไงแม่กลับไปนอนที่บ้านเราก่อนก็ได้”
“โธ่...แม่ก็ มันจะหมดไปสักเท่าไหร่กัน ไม่กี่บาทหรอกค่ะ”
ละอองเดือนนิ่งไปนิดหนึ่งก่อนจะยิ้มแป้นให้กับมารดา เพื่อให้ท่านคลายกังวลลงไปบ้าง
“เดือนเบิกเจ้านายได้น่ะค่ะ มันเป็นสวัสดิการพิเศษ เจ้านายเดือนใจดี”
“ไปทำงานที่บริษัทไหนล่ะลูก เดือนยังไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลยว่าไปทำงานเป็นอะไร แม่จำได้ว่าตอนที่ย้ายแม่มาที่ห้องพิเศษนี้ เดือนก็บอกว่าเป็นสวัสดิการของบริษัทที่เบิกได้ เออ...บริษัทอะไรน่ะ ใจดีกับพนักงานมากจริงๆ ”
ลออเริ่มชวนคุยอย่างอยากรู้ กับละอองดาวบุตรสาวคนโต นางทราบแล้วว่าลูกสาวทำงานอะไร และคิดเห็นชอบด้วยกับสิ่งที่เธอทำ เพราะมันเป็นสิ่งที่ละอองดาวรักนัก ส่วนแม่ลูกสาวคนเล็กจอมแก่นนี่ นางยังไม่ทราบเลยว่าได้งานอะไร เพราะก่อนที่นางเข้าโรงพยาบาล ละอองเดือนยังคงหางานทำอยู่ และบ่นให้นางฟังอยู่บ่อยๆ ว่างานสมัยนี้ช่างหายากหาเย็นเสียจริงๆ ถึงขั้นที่แม่ตัวแสบจะพับถุงกระดาษไปขายพลางๆ ด้วยระหว่างที่หางานทำ เพราะว่าสงสารพี่สาวที่กลายเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงคนเดียวของบ้าน
“เดือนทำงานเป็น...”
เจ้าตัวนิ่งไปครู่ แม้จะเอาตัวรอดได้อยู่บ่อยๆ แต่โกหกไปโกหกมาก็ชักจะกลัวว่าจะเผลอจนมารดาจับได้ ก็ท่านเป็นมารดาของเธอแท้ๆ มีหรือจะไม่รู้จักลูกสาวของตนเองดี
“คือว่า...”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะห้องดังขึ้นก่อนเหมือนจะขัดตาทัพ ช่วยละอองเดือนไว้ได้ทันท่วงที ลออเอ่ยอนุญาต ทิ้งความสนใจเรื่องการซักถามงานของบุตรสาวไปชั่วคราว
บุรุษหนุ่มในชุดกาวน์ก้าวเข้ามาในห้องคนไข้ ใบหน้าคมสัน ผมตัดสั้นเสย อวดรูปหน้าได้รูป คิ้วเข้ม เขาสวมแว่นกรอบทอง ซ่อนนัยน์ตาคมกริบไว้ด้านหลังแว่น จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากเป็นสีเรื่อแบบผู้หญิงบางคนยังอาย ผิวขาวจัดดูสะอาดสะอ้าน ชายหนุ่มสวมเชิ้ตลายทางสีฟ้า ทับไว้ด้วยชุดกาวน์ของแพทย์ รูปร่างสูงโปร่ง ดูเด่นสะดุดตานัก
“สวัสดีครับ คุณป้าลออ วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ”
น้ำเสียงทุ้มไพเราะดังขึ้น มันฟังแล้วทุ้มนุ่มนวล อ่อนโยนนัก เล่นเอาหญิงสาวที่กำลังยืนจ้องมองเขาแบบไม่วางตาถึงกับเคลิบเคลิ้มไปกับน้ำเสียงนั่น จะเป็นอย่างไรหนอ ถ้าเขามากระซิบเสียงเพราะๆ แบบนี้ข้างๆ หู โอย...คงจะแสนสุข นอนฝันดีไปหลายคืนแน่ๆ
“สบายดีค่ะ ไม่ค่อยหายใจติดขัดแล้ว”
ร่างสูงนั้นเดินเข้าใกล้กับร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ คุณหมอหนุ่มค่อยตรวจ ค่อยถามอาการของลอออย่างอ่อนโยน เขามัวแต่มุ่งมั่นกับการตรวจรักษานาง จนไม่รู้ตัวเลยว่า กำลังถูกจ้องแบบตาแทบไม่กระพริบ จากหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่กำลังมองเขานิ่งอยู่
“เรียบร้อยแล้วครับ เดี๋ยวอีกไม่กี่วัน ผมจะพาคุณป้าไปเอ๊กซ์เรย์ แล้วก็เตรียมตัวเพื่อการทำบายพาสนะครับ”
“ทำบายพาส”
ลออทวนคำ ก่อนจะมองไปทางบุตรสาว ที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น นอกจากมองจ้องหมอหนุ่มสุดหล่อเท่านั้น
“ทำบายพาสอะไรกันน่ะ หนูเดือน หนูเดือน!”
ประโยคหลังเรียกดังขึ้น จนละอองเดือนรู้สึกตัว เธอกะพริบตาปริบๆ แล้วยิ้มตอบมารดาโดยอัตโนมัติ ส่วนหมอหนุ่มเหมือนพึ่งจะรู้ตัว ว่านอกจากเขาและคนไข้แล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย เขาจึงมองเธอแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็จำได้ทันที ว่าหญิงสาวหน้าหวาน นัยน์ตาคมสวย ที่กำลังยืนจ้องเขาอยู่นี่คือใคร แต่วันนี้เธอสวมชุดคนไข้ของโรงพยาบาลเขา ผิวเนียนใสที่เคยขาวลออตามีผื่นแดงๆ หลายปื้น บางที่เป็นแผลหนอง ก็พอจะรู้ว่าเจ้าตัวก็กลายเป็นคนป่วยไปแล้วเหมือนกัน
“ค่ะ แม่”
ละอองเดือนคุยกับมารดา หากแต่ตายังคงมองหน้าหมอหนุ่มที่เธอแอบอ่านชื่อเขาไว้แล้วเรียบร้อย รวมไปถึงนามสกุลด้วย จำได้แม่นยำนักว่าเขาชื่อ อลงกรณ์ จงธารักษ์
“หมอเอ๋ บอกว่าแม่จะต้องทำบายพาสก็จริง แต่นี่ตกลงจะทำไปแล้วหรือหนูเดือน แม่ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย แล้วพวกค่ารักษาอะไรล่ะลูก”
ลออพูดเสียงรัวเร็ว นางรู้สึกตื่นเต้นตกใจจนเริ่มหายใจเร็วขึ้นจนเสียดหน้าอก จนอลงกรณ์ต้องรีบบอกให้นางหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อระงับอาการ
“ใจเย็นๆ ครับคุณป้า ช้าๆ ครับ ช้าๆ อย่างนั้นแหละครับ ดีมากครับ”
ลออค่อยหายใจตามที่เขาบอก จนหายตื่นเต้น แต่ก็ยังนึกเคืองบุตรสาวอยู่ไม่วาย ที่ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลยแม้แต่น้อย นางทราบว่าโรคเส้นเลือดหัวใจตีบที่นางเป็น ต้องรีบรักษาด้วยการทำบายพาส ค่อนข้างด่วน เพราะเส้นเลือดที่ตีบถึงสามแห่ง แต่นางไม่เป็นห่วงอะไรเท่ากับค่ารักษาที่ค่อนข้างแพง นางกลัวว่าจะทำความลำบากให้กับบุตรสาวฝาแฝดทั้งสอง
“แม่ใจเย็นๆ นะคะ”
เธอกล่าวเหมือนจะเลียนแบบหมอหนุ่ม แล้วยิ้มกว้างให้กับมารดา แต่ในขณะที่สมองคิดจนหมุนติ้วไปหมดแล้วว่าจะอ้างอย่างไรดี ท่านถึงจะไม่สงสัย ว่าเธอไปเอาเงินจำนวนมากมายขนาดนี้มาได้ยังไงกัน ลออเองก็มองบุตรสาวตาเขม็งไปเลยตอนนี้ บรรยากาศในห้องคนไข้อึดอัด จนคุณหมอหนุ่มที่เป็นส่วนเกินต้องกระแอม แล้วเอ่ยขึ้นลอยๆ เพื่อขอตัว
“เอ่อ...ยังไงผมตรวจคุณป้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ ส่วนเรื่องทำบายพาส ยังไงคุณ...”
เขามองหน้าเธออย่างลังเล ว่าจะเรียกเธอว่าอย่างไรดี เขาเคยตกใจแทบตายตอนที่เจอฝาแฝดคู่นี้ในตอนแรก เพราะนึกว่าถูกลองดีโดยสิ่งลี้ลับเข้าเสียแล้ว ตอนแรกเขาเจอคนแรกในห้องคนไข้ ก่อนจะเจออีกคนที่ลิฟท์ในเวลาไม่ถึงห้านาที เลยตกใจนึกว่าตนเองตาฝาด ก็เล่นเหมือนกันเสียขนาดนี้นี่นา ลออเคยเล่าให้เขาฟังว่ามีลูกสาวชื่อดาวกับเดือน นี่ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนเป็นดาวหรือเป็นเดือนกันแน่ แต่จะมีชื่ออย่างไร เธอก็สวยสดใสยิ่งนัก แม้ตอนนี้จะมีผื่นแดงๆ ขึ้นที่หน้าก็ตาม แต่ก็ยังดูน่ารักอย่างบอกไม่ถูก
เอ๊ะ นี่เราเป็นอะไรไปมากแล้วหรือเปล่าหว่า?...ถึงได้มาคิดอะไรเป็นตุเป็นตะแบบนี้
คุณหมอหนุ่มถามตนเอง เพียงสบสายตากับนัยน์ตาวาวหวานระยับนั้นแล้ว แก้มของเขาก็จุดสีเรื่อขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ใบหน้าขาวจัดแดงเรื่อน้อยๆ เล่นเอาคนที่กำลังมองถึงกับอมยิ้มด้วยความเอ็นดู
ตายล่ะ...เธอกำลังนึกว่าผู้ชายตรงหน้าเธอนี้น่าเอ็นดู ทั้งที่เขาอายุมากกว่าเธอเกือบสิบปีกระมัง คิดแล้วละอองเดือนก็แทบจะกลั้นขำไว้ไม่ไหว เธอกระแอมเบาๆ แสร้งทำหน้าเคร่งเหมือนไม่ค่อยจะพอใจ ก่อนจะแนะนำตัวเองซ้ำอีกรอบกับชายหนุ่มขี้อายตรงหน้าเธอ
