บทที่ 6 หมอหล่อสะอาดมาดถูกใจ

“เดือนค่ะ วันหลังเดือนกับดาวต้องทำชื่อติดหรือเปล่าคะ คุณหมอจะได้ทักถูกคน”

“เอ่อ...ขอโทษครับ”

นายแพทย์อลงกรณ์รีบค้อมศีรษะลงนิดหนึ่งเหมือนจะขอลุแก่โทษ เขารู้สึกเดือนร้อนใจทันทีเมื่อเห็นสีหน้าอันบึ้งตึงของละอองเดือน ท่าทางนั้นยิ่งทำให้เธอมองเขาว่า ‘น่ารัก’ มากขึ้นไปอีก

“หนูเดือน”

มารดาทำเสียงดุๆ แทรกขึ้นมาทันที เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาว ขณะที่ละอองเดือนยิ้มกว้าง แล้วหัวเราะออกมาเบาๆ พลางย่นจมูกใส่คุณหมอหนุ่มที่ตอนนี้มองเธอแล้วทำตาปริบๆ เขาใจเสียไปแล้วว่าคนตรงหน้าจะโกรธ แต่กลับมายิ้มกว้างให้แบบนี้ ไม่งงได้ยังไงไหวกันเล่า

“ล้อเล่นน่ะค่ะ คุณหมอเอ๋ไม่ต้องขอโทษเดือนหรอก แหม...หน้าเดือนกับดาวเหมือนกันจะตายไป ขนาดแม่ยังทักผิดทักถูก ใครจำเราสองคนได้นี่ก็เก่งสุดๆ แล้วล่ะค่ะ”

“ว่าแต่คุณเดือน เป็นคนไข้เหมือนกันหรือครับ”

เขายิ้มแหยส่งให้เธอ แล้วมองร่างเพรียวในชุดคนไข้ของโรงพยาบาล อย่างนึกเป็นห่วง เขาดูแลรักษาอาการของลออมาพักหนึ่งแล้ว พลอยรู้สึกเหมือนนางเป็นญาติของเขาอีกคนหนึ่ง เหมือนที่เขารู้สึกกับคนไข้ของเขาทุกคน อลงกรณ์จะรู้สึกผูกพันและเป็นห่วงอยากให้คนที่เขารักษานั้นหายเจ็บไข้ ความอ่อนโยนของคุณหมอหนุ่ม ที่มีดีกรีเป็นถึงลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาลแห่งนี้ ทำให้คนไข้รักเขานัก แม้จะเนื้อหอมมากในหมู่คนไข้ นางพยาบาล และแพทย์ด้วยกัน เนื่องจากความที่เขาเป็นคนหน้าตาดี นิสัยน่ารัก อ่อนโยน สุภาพ แต่ด้วยความที่เป็นคนขี้อาย คุณหมอหนุ่มจึงรักษาความโสดมาได้เหนียวแน่น เป็นเวลาถึงสามสิบห้าปีแล้ว และอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ไม่มีสาวๆ เข้าถึงเขาเลย นั่นก็เพราะชายหนุ่มมีน้องสาวที่หวงพี่ชายอย่างหนัก อย่างอาภาภัทร คอยเฝ้าปัดบรรดาภู่ผึ้งที่มาไต่ตอมพี่ชายของเธออยู่ด้วยนั่นเอง

“ค่ะ เดือนเป็นอีสุกอีใสน่ะค่ะ อันตรายไหมคะถ้ามาเยี่ยมแม่”

เธอตอบเสียงแจ๋ว ลืมไปแล้วว่ากำลังถูกมารดากำลังไล่เรียงสอบสวน คุณหมอหนุ่มมองเธออย่างเป็นห่วง เขาเป็นหมอ เห็นคนไข้ก็อดสอบถามอาการไม่ได้ แม้จะไม่ได้เป็นแพทย์เจ้าของไข้ก็ตามที

“ไม่อันตรายหรอกครับ แต่คุณเดือนนั่นแหละต้องนอนพักมากๆ ระวังไข้ขึ้นนะครับ เวลาเป็นโรคนี้แล้วจะอ่อนแอ ภูมิต้านทานจะลดลง คุณเดือนไม่ควรจะมาเดินเตร่อยู่แบบนี้ ไปนอนพักที่ห้องได้แล้วครับ”

เขาสั่งเธอราวกับผู้ใหญ่สั่งเด็กเล็กๆ ที่กำลังเริ่มซุกซนให้อยู่นิ่งๆ ละอองเดือนยิ้มหวาน พลางหันมาโบกมือลามารดา เธอขยิบตาให้กับท่านนิดหนึ่งก่อนจะเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ

“ไปก่อนนะคะแม่ คุณหมอสั่งพักแล้ว คนป่วยแอบมาเยี่ยมคนป่วยแบบนี้ โดนหมอดุเอาแล้วล่ะค่ะ เดือนไปก่อนนะคะ ส่วนเรื่องอะไรที่แม่สงสัย ไว้รอถามพี่ดาวนะคะ บ๊าย บาย”

ว่าแล้วแม่ตัวดี ก็หลบหนีการซักฟอก ด้วยการเดินตามคุณหมอหนุ่มหน้าใสไปติดๆ เล่นเอามารดาได้แต่มองตามหลัง แล้วบ่นกับตนเองเบาๆ อย่างขัดใจกับบุตรสาวคนรองของนาง

“ยายเดือนนะยายเดือน นี่ต้องปิดอะไรเราไว้แน่ๆ ถึงได้ทำอึกๆ อักๆ แบบนี้ รอรีดจากหนูดาวก็ได้ รายนั้นไม่เคยปิดเราได้สักที”

“เดี๋ยวก่อนคะ คุณหมอเอ๋”

ละอองเดือนวิ่งตามหลังเขา เธอรู้สึกตัวรุมๆ ขึ้นมาแล้วบ้าง เนื่องจากอาการของไข้ที่เริ่มมาเยือนเธอ เห็นหน้าแดงๆ นั้นแล้วคุณหมอหนุ่มที่ชะงักฝีเท้ารอเธอก็ทำหน้ามุ่ย

“เริ่มเป็นไข้แล้วหรือเปล่าครับ กลับไปนอนพักได้แล้ว จะได้หายเร็วๆ”

“อืม...คือว่าเดือนจำตึกที่ตัวเองอยู่ไม่ได้น่ะค่ะ คุณหมอไปส่งหน่อยได้ไหมคะ เดือนจะได้คุยเรื่องอาการของคุณแม่ไปด้วย รบกวนคุณหมอหรือเปล่า”

ละอองเดือนว่า อลงกรณ์มองเธอนิดหน่อยอย่างชั่งใจ เขารู้ว่าเธอต้องอยู่ตึกไหน เพราะทุกตารางนิ้วของโรงพยาบาลแห่งนี้ เขาคุ้นชินกับมันเนื่องจากเขาโตมากับที่นี่ และมีพร้อมจะสานด้านธุรกิจต่อจากบิดาที่เป็นเจ้าของโรงพยาบาลเอกชนที่ทันสมัยแห่งนี้ เขาเชี่ยวชาญเป็นพิเศษเรื่องโรคเกี่ยวกับด้านหัวใจ เพราะสนใจจะศึกษาด้านนี้ เนื่องจากมารดาเขาเสียชีวิตไปด้วยโรคนี้อย่างปัจจุบันทันด่วน มันทำให้เป็นแรงบันดาลใจ ให้เขาศึกษาและค้นคว้าเป็นอย่างดี เพื่อจะได้หาแนวทางการรักษาใหม่ๆ มาช่วยเหลือคนที่ป่วยเหมือนกับมารดาของเขา ได้มีชีวิตอยู่ยืนยาวต่อไป

“เอ่อ...ไม่รบกวนครับ”

“คุณหมอเคยเป็นอีสุกอีใสหรือยังคะ” ละอองเดือนถามเขา พลางมองเขาตาแป๋ว เล่นเอาคุณหมอหนุ่มงงไปเล็กน้อย แล้วพยักหน้า

“เคยเป็นแล้วครับ เมื่อตอนเด็กๆ คุณเดือนถามทำไมหรือครับ”

“ถ้าเคยเป็นแล้ว คงจะไม่ติดเดือนใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้น เดือนขออนุญาตเกาะคุณหมอนิดหนึ่งนะคะ รู้สึกว่ามันมึนๆ น่ะค่ะ”

เธอขอแล้วไม่ทันรอฟังว่าเขาจะอนุญาตไหม หญิงสาวคล้องแขนกับเขาหน้าตาเฉย เล่นเอาอลงกรณ์ถึงกับหน้าแดงก่ำ เมื่อมีสาวสวยมาใกล้ชิดขนาดนี้ เขาแทบจะเดินสะดุดขาตัวเองเลยทีเดียว ขณะที่แม่สาวจอมแก่น กลับลอบยิ้มอย่างสมใจ กับการกระทำสุดห่ามของตนเอง เธอชวนเขาคุยเกี่ยวกับอาการของมารดาไปเรื่อยๆ แถมยังทำหน้าเชิดใส่นางพยาบาลที่เดินสวนเธอและคุณหมอหนุ่มสุดหล่ออีกด้วย

พึ่งรู้ว่าโรงพยาบาลก็มีอะไรดีๆ แหะ...

แม่จอมแก่นคิดในใจ เธอมองเสี้ยวหน้าคมสันของชายหนุ่มอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้หน้าเขาแดงจนเห็นได้ชัดเพราะชายหนุ่มมีผิวขาวจัด ละอองเดือนอมยิ้มอย่างนึกขำ ว่าเขาช่างเป็นผู้ชายที่ขี้อายเสียจริงๆ แล้วก็แปลกไม่เหมือนใคร จนเธอต้องพลอยมาทำอะไรแบบที่ไม่เคยคิดจะทำแบบนี้มาก่อนกับผู้ชายคนไหน ปรกติแล้วเธอเคยแต่มีคนมาห้อมล้อม และทำท่าว่าสนใจเธอ แต่กับอลงกรณ์ เธอสะดุดตากับเขาเพียงแค่แรกพบ เมื่อมองสบตาเข้า หมอหนุ่มก็หน้าแดงเหมือนจะเขินเธอ มันทำให้ละอองเดือนประทับใจ เพราะไม่เคยเห็นผู้ชายหน้าแดงมาก่อน แล้วก็ลงความเห็นไว้ในใจเลยว่าผู้ชายคนนี้ ‘น่ารัก’ เอามากๆ ยิ่งเจอเขาบ่อยครั้งเข้า ความประทับใจก็กลายเป็นความรู้สึกที่ว่าเธออยากจะรู้จักเขาให้มากขึ้น อยากจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้นิสัยใจคออย่างไร เธอประทับใจความอ่อนโยนของเขานัก สมัยนี้เป็นยุคเทคโนโลยี ทุกอย่างต้องรวดเร็วว่องไว ขืนมัวแต่ชักช้าก็ไม่ทันคนอื่นเขา เธอเห็นของดีๆ อยู่ตรงหน้า ขืนเธอชักช้ามีหวังคนอื่นคว้าไปแน่ๆ ละอองเดือนคิดในใจอย่างซุกซน

ป่วยครั้งนี้ก็ดีเหมือนกันนะนี่...ป่านนี้พี่ดาวจะเป็นยังไงบ้างนะ จะทำงานเรารุ่ง หรือจะทำงานเราพัง เฮ้อ...อดกลุ้มใจไม่ได้เหมือนกันแหะเรา...

แม้จะกำลังมีความสุข แต่หญิงสาวก็อดคิดเป็นห่วงพี่สาวไม่ได้ ไม่รู้ว่าตอนนี้ละอองดาวจะเป็นอย่างไรบ้างนะ ถ้าเกิดรู้ว่าเธอถ่ายภาพแบบไหน มีหวังพี่สาวคงจะได้อาละวาด จนกองถ่ายพังเสียหรือเปล่าก็ไม่รู้...

บทก่อนหน้า
บทถัดไป