บทที่ 9 ต่อรอง

เสียงเคาะประตูทำให้ชายหนุ่มที่กำลังจ้องจอคอมพิวเตอร์ เงยหน้าขึ้นมาจากภาพที่น่าสนใจเบื้องหน้า มาเอ่ยอนุญาตเสียงทุ้ม และเมื่อประตูเปิดพร้อมกับร่างเพรียวที่ปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าเขา มันก็ทำให้เจ้าของห้องยิ้มกริ่ม นัยน์ตาคมจับจ้องมองดูใบหน้าเนียนอย่างไม่อาจจะละสายตาได้

สวยเป็นบ้า...ยิ่งเห็นตัวจริงแบบนี้ยิ่งสวย

มาร์คัสบอกกับตนเองในใจ เมื่อมองจ้องใบหน้าสวยคมนั้นนิ่ง หญิงสาวหลบสายตาคมกริบที่มองจับจ้องเธอราวกับเสือร้ายที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ อึดอัดจริงๆ กับสายตาแบบนี้ มือบางกำเข้าหากันแน่น ท่องไว้ในใจว่าเธอคือลิลลี่ ลิลลี่ ไม่ใช่ละอองดาว แล้วนี่ก็เป็นขั้นตอนของงานวันนี้ขั้นสุดท้ายแล้ว ทนๆ ไปอีกสักหน่อยจะเป็นอะไรไป

“วันนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?”

คำเอ่ยทักนั้นเล่นเอาคนที่กำลังนั่งเกร็งถึงกับนิ่งไปนิด แล้วกลืนน้ำลาย ก่อนจะยิ้มหวานที่สุดเท่าที่จะทำให้โปรยใส่ชายหนุ่ม แล้วตอบเสียงใส

“ก็ดีค่ะ รู้สึกยินดีมากที่ได้ร่วมงานกับทางนิตยสารของคุณ”

“ผมก็ดีใจมากๆ ที่ได้ทำงานกับคุณ ลิลลี่ นี่ครับค่าจ้างอีกแปดสิบเปอร์เซ็น”

มาร์คัสตอบ เขาก้มลงหยิบซองที่ใส่ไว้ในลิ้นชัก พลางยื่นส่งให้เธอ มือเรียวเอื้อมรับทันทีด้วยความว่องไว เล่นเอาเขาถึงกับอมยิ้ม แล้วเล่นเกมต่อด้วยการไม่ปล่อยซองนั้นให้กับเธอ ละอองดาวถึงกับเอียงคอ แล้วมองหน้าเขา แต่มือเธอก็ยังไม่ยอมปล่อยจากมุมซองที่ยึดเอาไว้

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ?”

คำถามตรงๆ นั้นทำให้มาร์คัสยิ้มกว้างขึ้น นัยน์ตาคมมองเธออย่างเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม

“มีปัญหาครับ แต่ไม่ใช่เรื่องงาน มันเกี่ยวกับตัวคุณ ลิลลี่”

ขณะที่พูดกับเธอ นัยน์ตาคมกริบก็กวาดมองไปทั่วใบหน้าเนียนหวานด้วยสายตาบอกนัยบางอย่าง ที่เล่นเอาละอองดาวถึงกับหน้าร้อนวูบ เธอปล่อยมือออกจากซองเช็ค แล้วเชิดหน้าขึ้นทันที

“ไม่ทราบว่าปัญหานั้น มันเกี่ยวกับเงินค่าจ้างส่วนที่เหลือของดิฉันด้วยหรือเปล่า?”

“หึๆ ความจริงก็ไม่เกี่ยวหรอกครับ”

มาร์คัสเอ่ยยิ้มๆ เขาเอาซองเช็คเคาะบนโต๊ะเล่นเบาๆ นัยน์ตาคมยังไม่คลาดคลาจากใบหน้าเนียนสวย ที่เขาติดตาตรึงใจนัก ราวกับจรกาหลงรักนางบุษบาเพียงแค่เห็นภาพวาด เขาก็คงจะเป็นดังนั้น เขาหลงใหล คลั่งไคล้เธอเพียงแค่ได้เห็นรูปถ่ายเท่านั้น แต่เขาโชคดีกว่าชายในวรรณคดีคนนั้น ตรงที่ได้เห็นนางงามนั้นตัวจริง และมีโอกาสได้จับต้องครอบครอง ในเมื่อเธอเคยยื่นข้อเสนอให้เขา เกี่ยวกับราคาค่าตัวของเธอ และตอนนี้เขาก็พร้อมแล้ว ที่จะ ‘จ่าย’

“ผมอยากจะคุยเรื่องของเรา”

“เรื่องอะไรคะ?”

ละอองดาวมองใบหน้าคมสันของอีกฝ่ายด้วยสายตาไม่ไว้ใจ คนตรงหน้าหล่อเหลา ดูราวกับเทพบุตรรูปงาม แต่สายตานั้นแล้ว เหมือนกับหมาป่าตัวร้ายที่จ้องจะขย้ำลูกแกะอย่างเธอ ตกลงงานที่น้องสาวเธอทำ นอกจากจะต้องเปิดเผยเนื้อตัว ให้ใครต่อใครมาลูบโลมทางสายตาแล้ว ยังจะต้องเผชิญกับคนที่จ้องจะจ่าย ต่อรองให้น้องสาวของเธอไปทำอะไรต่อมิอะไรในทางเลวร้ายอีกด้วย

สงสัยจะต้องให้ยายเดือนเลิกทำงานบ้าๆ นี่ หญิงสาวประกาศก้องในใจ เธอไม่ยอมหลบสายตาของมาร์คัสอีกต่อไป หากแต่จ้องกลับเขาด้วยสายตาเป็นประกายวาวโรจน์ เธอรู้ทันว่าคนตรงหน้าจะพูดว่าอะไร ก็นัยแห่งสายตาโจ่งแจ้งออกจะขนาดนั้น

“เรื่องที่คุณเคยยื่นข้อเสนอให้ผม” มาร์คัสยิ้มเยือน แล้วเอ่ยช้าๆ ชัดๆ

“ผมยอมจ่าย ล้านหนึ่งแต่คงจะไม่ใช่แค่คืนเดียว เพราะว่าค่าตัวคุณแพงมากๆ เลยทูนหัว ผมไม่เคยจ่ายให้ใครมากเท่านี้มาก่อน ล้านหนึ่ง จนกว่าผมจะพอใจ โอเคไหม?”

“...”

ฟังเข้าเต็มๆ หูแล้ว แม้จะระแคะระคายว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร มันก็ทำให้ละอองดาวอดอึ้งจนต้องอ้าปากค้างไม่ได้ ก่อนจะหน้าร้อนวูบ เธอลุกพรวดขึ้นยืนในทันที แล้วชี้หน้าเขาอย่างลืมตัว

“เก็บเงินของคุณเอาไปไว้ทำอย่างอื่นเถอะ ฉันไม่ขาย ถ้าอย่างฉันจะขาย ต้องสิบล้าน! ”

เธอว่า พลางเชิดหน้าใส่เขา แล้วทำท่าจะก้าวพรวดหนีออกมา มือแข็งแรงยึดข้อมือเธอไว้อย่างแน่นหนา ราวกับปลอกเหล็ก ทำให้ละอองดาวถึงกับหันขวับ ขณะที่มาร์คัสเองที่เหลืออดแล้วกับการเล่นตัวของอีกฝ่าย มองเธอแบบหัวจรดเท้าอย่างจะประเมินราคา

ตอนแรกเธอเรียกหนึ่งล้าน เขาก็อุตสาห์จะยอมตัดใจให้ นี่มาเรียกค่าตัวสูงมากขึ้นไปอีกเพราะอะไร? ถ้าจะไม่ใช่เพราะเล่นตัว เรียกร้องความสนใจ เขาจะทำให้เธอได้รู้ว่าคนอย่างมาร์คัสจะมาหยอกเล่นไม่ได้ง่ายๆ อะไรที่เขาต้องการ เขาต้องได้!

“อย่ามาเล่นตัวอะไรอีกเลยน่าทูนหัว คุณเรียกล้านหนึ่งผมก็ยอมจ่ายให้แล้ว นี่จะมาต่อรองอะไรอีกล่ะ ผมรู้นะว่าคุณไม่เคยได้ค่าตัวสูงขนาดนี้”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป