บทที่ 2 ตอนที่ 1 เดิมพันด้วยลมหายใจ
ตอนที่
1
เดิมพันด้วยลมหายใจ
สายฝนที่เริ่มตั้งเค้าโปรยปรายลงมาในเช้าวันนั้นไม่ได้ช่วยให้ความร้อนรุ่มในอกของพระพายลดลงเลย หลังจากที่เธอตัดสินใจเมินเฉยต่อกำหนดนัดแปดโมงเช้าของเตโช หญิงสาวก็มุ่งหน้ากลับมาที่ห้องเช่าซอมซ่อท้ายซอยด้วยหัวใจที่เต้นรัว
เธอไม่ได้โง่จนไม่รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับไฟแต่ศักดิ์ศรีที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดบอกให้เธอสู้ดูสักตั้ง
“พี่พายทำไมวันนี้กลับเช้าจังคะ แล้วทำไมตาบวมแบบนั้น” พระแพรน้องสาวเพียงคนเดียวทักขึ้นด้วยความตกใจ ขณะกำลังสวมชุดนักศึกษาเตรียมตัวไปเรียน
“อ๋อเมื่อคืนแขกเยอะน่ะแพร พี่เลยยุ่งๆ นิดหน่อย” พระพายฝืนยิ้มให้น้องสาว มือบางลูบกลุ่มผมของน้องอย่างเบามือ
“แพรไปเรียนเถอะ เดี๋ยวพี่จะนอนพักสักหน่อย แล้วจะไปดูแม่ที่โรงพยาบาล”
“พี่พายถ้างานที่คลับมันเหนื่อยเกินไป พี่พักบ้างก็ได้นะ แพรสงสารพี่”
คำว่าสงสารของน้องสาวทำให้น้ำตาที่พระพายพยายามสะกดกลั้นไว้แทบจะไหลออกมา เธอส่งน้องสาวเสร็จก็กะว่าจะรีบงีบหลับเพื่อเก็บแรงไว้ไปหาลู่ทางกู้เงินจากคนรู้จักเก่าๆ ของพ่อ แต่แล้วเสียงโทรศัพท์ในมือก็ดังขึ้นหน้าจอโชว์เบอร์ของโรงพยาบาลที่แม่ของเธอรักษาตัวอยู่
“สวัสดีค่ะอะไรนะคะ ย้ายคนไข้แต่ฉันยังไม่ได้เซ็นยินยอมเลยนะ”
พระพายรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า เมื่อปลายสายแจ้งว่าสปอนเซอร์รายใหญ่สั่งระงับค่าใช้จ่ายและสั่งย้ายแม่ของเธอออกไปอยู่ตึกอนาถาที่ไม่มีเครื่องช่วยหายใจประสิทธิภาพสูงรองรับ
เธอกึ่งวิ่งกึ่งเดินฝ่าสายฝนออกมาเรียกรถรับจ้าง มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลทันที ในใจพร่ำด่าสาปแช่งชายหนุ่มที่ชื่อเตโชเขาทำจริงๆ เขาใช้ชีวิตคนมาเป็นเบี้ยในเกมแก้แค้นบ้าบอที่เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยทำอะไรไว้
โรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ - 11.00 น.
ร่างบางที่เปียกโชกไปด้วยน้ำฝนวิ่งหน้าตั้งมาถึงหน้าห้องไอซียู เธอเห็นบุรุษพยาบาลกำลังเตรียมเคลื่อนย้ายเตียงของแม่เธอออกมาจริงๆ
“หยุดนะใครสั่งให้ย้ายแม่ฉัน ฉันไม่ยอม” พระพายถลาเข้าไปกอดขอบเตียงไว้แน่น ร่างกายสั่นสะท้านด้วยความโกรธและหวาดกลัว
“ฉันเอง”
น้ำสียงทุ้มต่ำที่แสนเย็นชาดังขึ้นจากเบื้องหลัง พระพายหันขวับไปมอง เตโชยืนอยู่นิ่งๆ ในชุดสูทสีเทาเข้มไร้ที่ติ สายตาของเขาจ้องมองสภาพที่ดูไม่ได้ของเธอด้วยความสมเพช
“คุณมันปีศาจเตโช ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ ฉันไปทำอะไรให้คุณนักหนา”
“จำไม่ได้ก็ไม่ต้องจำ” เตโชก้าวเข้ามาใกล้ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาตัดกับกลิ่นฝนและกลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลอย่างรุนแรง
“ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าอย่ามาช้าแม้แต่วินาทีเดียว แปดโมงเช้าผ่านมานานแล้วพระพาย และนี่คือราคาของการลองดีกับฉัน”
“เอาเช็คของคุณคืนไป” พระพายล้วงเช็คยับๆ ใบนั้นออกมาจากกระเป๋าแล้วปามันใส่หน้าอกแกร่ง
“ฉันไม่ต้องการเงินของคุณ สั่งให้เขาหยุดเดี๋ยวนี้”
เตโชค่อยๆ ก้มลงหยิบเช็คใบนั้นขึ้นมา เขาชูมันขึ้นต่อหน้าเธอ ก่อนจะฉีกมันทิ้งเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยต่อหน้าต่อตา!
“คุณทำอะไร” พระพายกรีดร้อง
“เช็คใบนี้มันหมดอายุตั้งแต่แปดโมงเอ็ดนาทีแล้ว” เตโชกระตุกยิ้มร้าย แววตาวาวโรจน์ด้วยความแค้นที่สุมอกมานับสิบปี
‘เธอจำไม่ได้สินะ วันที่เธอฉีกหน้านามบัตรของพ่อฉันทิ้งกลางงานเลี้ยงแล้วบอกว่าคนอย่างเราไม่มีค่าพอจะคุยด้วย วันนี้รสชาติของการถูกทำลายสิ่งสำคัญมันเป็นยังไงบ้างล่ะ’
“ตอนนี้ราคาค่าตัวเธอมันสูงกว่าห้าแสนไปไกลแล้วพระพาย เพราะสิ่งที่ฉันต้องการจากเธอตอนนี้ไม่ใช่แค่การเป็นผู้ช่วย”
เขากระชากข้อมือบางเข้าหาตัวจนร่างของเธอปะทะเข้ากับแผงอกที่แข็งราวกับหิน มือหนาเชยคางเธอขึ้น บังคับให้สบตากับปีศาจที่กำลังหิวกระหาย
“ในเมื่อชอบทำงานกลางคืนนัก ฉันก็จะจัดงานกลางคืนให้เธอทำยาวๆแต่คราวนี้เธอต้องดริ๊งก์กับฉันคนเดียว บนเตียงของฉันคนเดียว!”
“ปล่อยนะคุณไม่มีสิทธิ์”
“ฉันมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวเธอเพราะนับจากวินาทีนี้ ลมหายใจของแม่เธอคือสมบัติของฉัน ถ้าเธอเดินออกไปจากที่นี่แม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะสั่งให้เขาถอดปลั๊กทันที!”
น้ำตาแห่งความคับแค้นไหลอาบแก้มพระพาย เธอจ้องมองชายตรงหน้าด้วยความชิงชังสุดชีวิต แต่เมื่อหันไปมองร่างของแม่ที่นอนสงบนิ่งอยู่บนเตียงเธอก็รู้ตัวว่าพ่ายแพ้อย่างราบคาบ
“ได้ฉันยอมแล้ว” เธอเอ่ยเสียงสั่นพร่า
“คุณต้องการอะไร ฉันจะทำทุกอย่างขอแค่ปล่อยแม่ฉันไป”
เตโชยิ้มอย่างผู้ชนะ แต่เป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา เขาโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้แน่นก่อนจะลากเธอออกไปมุ่งหน้าสู่รถสปอร์ตคันหรู กรงขังครั้งนี้ไม่มีวันหนีพ้น เพราะเจ้าชีวิตของเธอคือชายที่เธอจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยสร้างรอยแผลอะไรไว้ให้เขา
