บทที่ 4 4

รถยนต์ยุโรปสีดำคันหรูแล่นผ่านประตูรั้วเหล็กดัดบานใหญ่ที่สลักลวดลายวิจิตรบรรจง เข้าสู่ลานกว้างหน้าคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี ฝันหวานทอดสายตามองความโอ่อ่าอลังการของสิ่งก่อสร้างสไตล์ยุโรปคลาสสิกเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอึดอัดระคนหวาดหวั่น คฤหาสน์หลังนี้ใหญ่โตและงดงามราวกับปราสาทในเทพนิยาย ทว่าสำหรับเธอแล้ว... มันคือคุกตะรางชั้นดีที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อกักขังชีวิตและอิสรภาพของเธอไว้ด้วยสัญญาทาสสิบล้าน

แทนคุณก้าวลงจากรถโดยมีลูกน้องชุดดำคอยเปิดประตูให้อย่างนอบน้อม ชายหนุ่มปรายตาคมกริบมองร่างบางที่เพิ่งก้าวตามลงมาอย่างเชื่องช้า ฝันหวานอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนส์ตัวเก่าที่เธอมักใส่ไปทำงานร้านอาหาร แม้จะดูซอมซ่อเมื่อเทียบกับความหรูหราของสถานที่ ทว่าความหมดจดบนใบหน้าหวานที่ปราศจากเครื่องสำอางก็ไม่อาจถูกบดบัง

"เดินตามมา... อย่าทำตัวชักช้าให้ฉันรำคาญ" น้ำเสียงของเขายังคงราบเรียบและเย็นชาดุจเดิม

ฝันหวานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความกล้าหาญทั้งหมดที่มีเพื่อก้าวเท้าเดินตามแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์ โถงทางเดินปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวลตา เพดานสูงลิ่วประดับด้วยโคมไฟระย้าคริสตัลส่องประกายระยิบระยับ ทว่าความงดงามเหล่านั้นกลับไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเธอได้เท่ากับสายตานับสิบสิบคู่ของเหล่าแม่บ้านและคนรับใช้ที่ยืนตั้งแถวรอรับผู้เป็นนายอย่างเป็นระเบียบ

"สวัสดีค่ะคุณแทนคุณ" หญิงวัยกลางคนรูปร่างท้วมในชุดยูนิฟอร์มหัวหน้าแม่บ้านก้าวออกมารับหน้าด้วยรอยยิ้มอารี "ป้าให้เด็กๆ เตรียมอาหารเช้าไว้ให้ที่ห้องอาหารแล้วนะคะ"

"ขอบคุณครับป้าสมร" แทนคุณพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบเพื่อให้ทุกคนได้เห็นร่างของฝันหวานที่ยืนก้มหน้าอยู่ด้านหลัง "ป้าสมร... นี่คือฝันหวาน เธอจะมาทำงานเป็นพี่เลี้ยงคนใหม่ของไข่เจียว และเป็นคนดูแลเรื่องส่วนตัวของผมตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป"

เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ ในหมู่คนรับใช้ทันทีที่สิ้นประโยค ป้าสมรมองเด็กสาวหน้าตาสะสวยด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสารระคนแปลกใจ เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา พี่เลี้ยงของคุณหนูไข่เจียวที่ถูกไล่ตะเพิดออกไปล้วนแต่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กหรือมีใบรับรองการเลี้ยงดูเด็กทั้งสิ้น ไม่เคยมีใครที่ดูเด็กและบอบบางขนาดนี้มาก่อน

"ฝันหวาน ฝากตัวด้วยนะคะคุณป้า" หญิงสาวยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมถ่อมตน ท่าทีที่ดูเจียมเนื้อเจียมตัวของเธอทำให้ป้าสมรนึกเอ็นดูขึ้นมาจับใจ

"จ้ะๆ ไม่ต้องเกร็งนะลูก ป้าชื่อสมร เป็นหัวหน้าแม่บ้านที่นี่ มีอะไรขาดเหลือก็บอกป้าได้เลย"

"ขอบคุณค่ะ" ฝันหวานยิ้มบางๆ รู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเล็กน้อยที่อย่างน้อยในนรกขุมนี้ก็ยังมีคนที่เป็นมิตรกับเธออยู่บ้าง

"เลิกทำความรู้จักกันได้แล้ว" เสียงทุ้มต่ำของแทนคุณดังขัดขึ้นทำลายบรรยากาศ "ป้าสมรครับ ไข่เจียวอยู่ไหน? ทำไมไม่ออกมารับผมเหมือนทุกที?"

ป้าสมรมีสีหน้าอึกอักเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงอ่อย "เอ่อ... คุณหนูไข่เจียวอยู่ที่ห้องนั่งเล่นปีกซ้ายค่ะคุณแทน ตั้งแต่ตื่นมาก็อารมณ์ไม่ค่อยดี เอาแต่ปาข้าวของแล้วก็ขังตัวเองอยู่ข้างใน ป้าให้เด็กเข้าไปตามก็โดนไล่ตะเพิดออกมาหมดเลยค่ะ"

หัวคิ้วเข้มของแทนคุณขมวดเข้าหากันทันที เขาถอนหายใจยาวก่อนจะหันมาออกคำสั่งกับฝันหวาน "ได้ยินแล้วใช่ไหม? หน้าที่ของเธอเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีนี้ ตามฉันมา... ฉันจะพาเธอไปทำความรู้จักกับเจ้านายตัวจริงของเธอ"

ฝันหวานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอเคยเลี้ยงเด็กมาบ้างตอนที่ทำงานพาร์ทไทม์ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก แต่จากการประเมินสถานการณ์จากคำพูดของป้าสมรและแววตาหนักใจของแทนคุณ เธอรู้ทันทีว่าเด็กผู้ชายคนนี้ไม่ใช่เด็กธรรมดาที่รับมือได้ง่ายๆ แน่นอน

แทนคุณนำทางฝันหวานเดินลัดเลาะไปตามทางเดินที่เงียบสงบจนกระทั่งถึงหน้าประตูไม้สักบานใหญ่ของห้องนั่งเล่นปีกซ้าย ชายหนุ่มไม่ได้เคาะประตู แต่เขาเอื้อมมือไปบิดลูกบิดและผลักประตูเข้าไปทันที

เพล้ง!!

ทันทีที่ประตูเปิดออก แจกันกระเบื้องเคลือบใบงามก็ลอยหวือข้ามหัวแทนคุณไปตกแตกกระจายอยู่บนพื้นหินอ่อนด้านหลังอย่างเฉียดฉิว ฝันหวานสะดุ้งสุดตัว ยกมือขึ้นปิดหน้าด้วยความตกใจ

"ออกไป! ไข่เจียวบอกให้ออกไปไง! ไม่เอาพี่เลี้ยง! ไม่เอาใครทั้งนั้น!"

เสียงตวาดแหลมปรี๊ดของเด็กชายวัยสี่ขวบดังลั่นมาจากมุมห้อง ฝันหวานค่อยๆ ลดมือลงและมองผ่านแผ่นหลังกว้างของแทนคุณเข้าไปภายใน ภาพที่เห็นคือห้องนั่งเล่นที่เละเทะไม่เหลือชิ้นดี หมอนอิงถูกโยนกระจัดกระจาย เศษกระดาษและของเล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้น และที่มุมโซฟาตัวใหญ่ มีร่างอ้วนกลมของเด็กชายคนหนึ่งยืนกอดอกจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยแววตาดุดันราวกับลูกเสือตัวน้อยที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ

ไข่เจียว... หลานชายกำพร้าของแทนคุณ เด็กชายมีใบหน้าที่ถอดแบบความหล่อเหลาและคมคายมาจากผู้เป็นอาอย่างไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะคิ้วเข้มและดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยนั้น ทว่าสิ่งที่ต่างออกไปคือแก้มยุ้ยๆ ที่แดงปลั่งด้วยความโกรธ และริมฝีปากเล็กที่เม้มเข้าหากันแน่นอย่างดื้อดึง

"ไข่เจียว! อาบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าขว้างปาข้าวของแบบนี้!" แทนคุณดุเสียงเข้ม เดินสาวเท้าเข้าไปหาหลานชายด้วยท่าทางคุกคาม "ทำไมถึงดื้อแบบนี้ฮะ? ป้าสมรบอกว่าลูกอาละวาดตั้งแต่เช้า มีปัญหาอะไรบอกอามาสิ!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป