บทที่ 7 7

"ถ้าพี่ออกไป ไข่เจียวก็จะหิวแย่สิคะ ปวดท้องจ๊อกๆ ไม่สนุกเลยน้า" ฝันหวานเดินเข้าไปใกล้จนถึงตัวเด็กชาย เธอไม่ได้ดึงเขาลงมาจากเก้าอี้อย่างที่แทนคุณทำ แต่กลับเลื่อนเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงข้างๆ เพื่อให้ระดับสายตาของเธออยู่ต่ำกว่าเด็กน้อยเล็กน้อย เป็นการแสดงออกถึงการไม่คุกคาม

"ไข่เจียวไม่หิว! กับข้าวพวกนี้มันไม่อร่อย! มีแต่ผักเหม็นเขียว!" เด็กน้อยชี้มือไปที่เศษข้าวผัดบนพื้น

"อืม... พี่ก็ว่าอย่างนั้นแหละจ้ะ ข้าวผัดพวกนี้ดูไม่น่าอร่อยเลยเนอะ"

คำตอบของฝันหวานทำเอาแทนคุณและบรรดาแม่บ้านถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าพี่เลี้ยงคนใหม่จะเข้าข้างเด็กดื้อและหักหน้าฝีมือทำอาหารของแม่บ้านคฤหาสน์วรโชติเมธีซึ่งเป็นถึงอดีตเชฟโรงแรมห้าดาวแบบนี้

"นี่เธอพูดบ้าอะไรออกมา! อาหารพวกนี้ใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียมทั้งนั้น!" แทนคุณตวาดเสียงกร้าว ไม่พอใจที่ฝันหวานทำเหมือนส่งเสริมให้เด็กเอาแต่ใจ

ฝันหวานหันไปมองหน้ามหาเศรษฐีหนุ่มด้วยสายตาเรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว "วัตถุดิบจะพรีเมียมแค่ไหน แต่ถ้าคนกินไม่ถูกปากและไม่มีความสุขตอนกิน มันก็ไร้ค่าค่ะคุณแทนคุณ... โดยเฉพาะกับเด็กวัยนี้ การบังคับให้เขากินในสิ่งที่เขาเกลียด มีแต่จะสร้างปมฝังใจและทำให้เขาต่อต้านมากขึ้น"

แทนคุณหน้าตึง เขาอ้าปากจะเถียง แต่ฝันหวานกลับหันไปสนใจเด็กชายตรงหน้าต่อ

"ไข่เจียวจ๊ะ... ถ้าไข่เจียวไม่ชอบอาหารพวกนี้ งั้นไข่เจียวบอกพี่หวานหน่อยได้ไหมคะ ว่าไข่เจียวชอบกินอะไร? พี่หวานเรียนจบทำอาหารมานะ พี่หวานทำของอร่อยได้ทุกอย่างเลย" หญิงสาวยิ้มหวาน เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงสดใส

ไข่เจียวหรี่ตามองพี่เลี้ยงคนใหม่อย่างระแวงปนจับผิด สมองน้อยๆ กำลังประมวลผลว่าผู้หญิงคนนี้มาไม้ไหน ทำไมถึงไม่ดุเขาเหมือนคนอื่นๆ แถมยังถามหาของที่เขาชอบอีก

"ไข่เจียวชอบ... ชอบกินไข่เจียว..." เด็กน้อยตอบเสียงอ้อมแอ้ม ริมฝีปากเล็กเบะออกนิดๆ

"อู้หู! ชอบกินไข่เจียวเหมือนชื่อตัวเองเลยเหรอคะเนี่ย!" ฝันหวานทำตาโตตื่นเต้น แสร้งปรบมือเบาๆ "งั้นเอาอย่างนี้ดีไหม... วันนี้พี่หวานจะทำข้าวไข่เจียวสูตรลับฉบับปราบมังกรให้ไข่เจียวลองชิมดู รับรองว่าอร่อยกว่าไข่เจียวที่ไหนๆ ในโลกนี้เลย ดีไหมจ๊ะ?"

"ข้าวไข่เจียวสูตรลับฉบับปราบมังกรเหรอ...?" ดวงตากลมโตของเด็กน้อยเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่งด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็กวัยสี่ขวบ แต่เพียงเสี้ยววินาทีก็กลับมาทำหน้ามุ่ยดื้อรั้นตามเดิม "ชิ! ก็แค่ไข่เจียวธรรมดานั่นแหละ ไม่เห็นจะน่ากินเลย!"

"งั้นไข่เจียวต้องท้าพิสูจน์แล้วล่ะค่ะ ถ้าพี่หวานทำมาแล้วไข่เจียวบอกว่าไม่อร่อย พี่หวานจะยอมให้ไข่เจียวเอาซอสมะเขือเทศบีบใส่หัวพี่หวานอีกขวดนึงเลย เอาไหม?"

คำท้าทายนั้นกระตุกต่อมความอยากเอาชนะของเด็กแสบได้เป็นอย่างดี ไข่เจียวยิ้มกริ่มมุมปากราวกับจิ้งจอกน้อย พยักหน้าตกลงทันที

"ตกลง! ถ้าไม่อร่อย ไข่เจียวจะบีบซอสใส่ยัยพี่เลี้ยงให้เละไปเลย!"

"ดีมากจ้ะ งั้นไข่เจียวไปนั่งรอที่โซฟาห้องนั่งเล่นกับแด๊ดดี้ก่อนนะจ๊ะ ขอเวลาพี่หวานสิบห้านาที เดี๋ยวจะยกของอร่อยไปเสิร์ฟถึงที่เลย"

ฝันหวานยิ้มรับ เธออุ้มร่างอ้วนกลมของเด็กชายลงจากเก้าอี้อย่างนุ่มนวล ไข่เจียวไม่ได้ขัดขืน เขายอมเดินออกจากห้องอาหารไปแต่โดยดี ทิ้งให้แทนคุณและเหล่าแม่บ้านยืนมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา

ผู้หญิงคนนี้... ปราบพยศไข่เจียวได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาทีเนี่ยนะ?

แทนคุณขมวดคิ้วแน่น เขามองตามแผ่นหลังบางของฝันหวานที่หันไปขออนุญาตป้าสมรเพื่อใช้ห้องครัวด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย ทั้งประหลาดใจ ทึ่ง และแอบหงุดหงิดที่ตัวเองซึ่งเป็นอาแท้ๆ กลับไม่สามารถรับมือกับหลานชายได้ดีเท่าผู้หญิงที่เป็นแค่ 'ลูกหนี้สัญญาทาส' คนนี้

"ป้าสมร ให้เด็กมาเก็บกวาดห้องอาหารให้เรียบร้อย แล้วตามไปดูผู้หญิงคนนั้นในครัวด้วย อย่าให้หยิบจับของมีค่าอะไรไปเด็ดขาด!" แทนคุณออกคำสั่งเสียงห้วน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินตามหลานชายไปที่ห้องนั่งเล่น

ภายในห้องครัวสไตล์ยุโรปขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์ทำอาหารครบครันราวกับภัตตาคารห้าดาว ฝันหวานกำลังยืนสวมผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้เล็กๆ ที่ป้าสมรหยิบมาให้ เธอสูดกลิ่นหอมของเครื่องเทศและวัตถุดิบชั้นดีที่เรียงรายอยู่รอบตัวด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย

แม้ชีวิตที่ผ่านมาจะต้องตรากตรำทำงานหนักเพื่อหาเงินรักษาแม่ แต่สิ่งหนึ่งที่ฝันหวานไม่เคยทิ้งคือความรักในการทำอาหาร เธอสอบชิงทุนเรียนจนจบปริญญาตรีด้านคหกรรมศาสตร์และการประกอบอาหาร ความฝันสูงสุดของเธอคือการมีร้านเบเกอรี่และอาหารเล็กๆ เป็นของตัวเอง... แต่ฝันนั้นก็ต้องพังทลายลงเพราะหนี้สิบล้านที่เธอไม่ได้ก่อ

หญิงสาวสะบัดศีรษะไล่ความเศร้าออกไปจากใจ เธอต้องโฟกัสกับหน้าที่ตรงหน้า... การทำข้าวไข่เจียวเพื่อเอาชนะใจเด็กชายตัวแสบ

ฝันหวานลงมือหุงข้าวญี่ปุ่นเมล็ดสั้นที่เหนียวนุ่ม จากนั้นหยิบแครอท หอมใหญ่ และมะเขือเทศมาหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ จิ๋วๆ ชนิดที่ว่าถ้าเด็กไม่สังเกตก็แทบจะมองไม่เห็น เธอตั้งกระทะ ใส่เนยจืดลงไปผัดกับกระเทียมสับจนหอมฟุ้งไปทั่วครัว ตามด้วยหมูสับและผักที่หั่นเตรียมไว้ ปรุงรสด้วยซอสมะเขือเทศ ซีอิ๊วขาว และน้ำตาลเล็กน้อยเพื่อตัดเปรี้ยว จากนั้นนำข้าวสวยลงไปผัดคลุกเคล้าจนเข้ากัน กลายเป็นข้าวผัดซอสมะเขือเทศสีสันสวยงามและมีกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย

ต่อมาคือขั้นตอนสำคัญ... เธอตอกไข่ไก่ออร์แกนิกสองฟองลงในชาม ตีให้เข้ากัน ปรุงรสอ่อนๆ แล้วเทลงในกระทะเทฟลอนที่กลิ้งน้ำมันไว้บางๆ ฝันหวานใช้ทักษะความชำนาญเอียงกระทะไปมาจนไข่แผ่เป็นแผ่นบางๆ สุกเหลืองทองกำลังดี ไม่กระด้างและไม่แฉะจนเกินไป

เธอตักข้าวผัดซอสมะเขือเทศที่พักไว้ออกมาปั้นเป็นก้อนรีๆ วางลงบนจานกระเบื้องสีขาวสะอาดตา จากนั้นนำแผ่นไข่เจียวแผ่นใหญ่มาห่มทับบนข้าวผัด... จัดแต่งทรงให้ดูเหมือนผ้าห่มสีเหลืองทอง

ทว่าความพิเศษยังไม่จบแค่นั้น ฝันหวานนำข้าวผัดส่วนที่เหลือมาปั้นเป็นก้อนกลมๆ ทำเป็นหัวหูและแขนขาของหมีน้อยโผล่ออกมาจากผ้าห่มไข่เจียว เธอใช้สาหร่ายทะเลแผ่นมาตัดเป็นรูปตา จมูก และปากของหมีที่กำลังหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข ปิดท้ายด้วยการบีบซอสมะเขือเทศเล็กน้อยลงบนแก้มของน้องหมีให้ดูน่ารักน่าชัง

"เสร็จแล้ว! ข้าวไข่เจียวหน้าน้องหมีหลับปุ๋ย!"

ฝันหวานยิ้มกว้างอย่างภูมิใจกับผลงานศิลปะบนจานอาหารของตัวเอง ป้าสมรและเหล่าลูกมือแม่บ้านที่แอบยืนดูอยู่ห่างๆ ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป