บทที่ 9 9

"เก่งมากเลยคนเก่งของพี่" ฝันหวานยิ้มกว้าง หยิบกระดาษทิชชู่มาเช็ดคราบซอสที่มุมปากให้เด็กชายอย่างเบามือ "ตกลงว่า... ข้าวไข่เจียวสูตรนี้ผ่านไหมจ๊ะ? พี่หวานต้องโดนซอสมะเขือเทศราดหัวหรือเปล่า?"

ไข่เจียวมองหน้าฝันหวานสลับกับจานเปล่าตรงหน้า เด็กน้อยกอดอกเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางหยิ่งยโสที่ถอดแบบมาจากแทนคุณเป๊ะๆ

"ก็... ก็งั้นๆ แหละ! รสชาติจืดชืด ไม่เห็นจะอร่อยตรงไหนเลย!" ไข่เจียวพูดเสียงดังฟังชัด แม้หลักฐานบนจานจะฟ้องว่าเขากวาดเรียบไม่เหลือแม้แต่เมล็ดข้าวก็ตาม "แต่... แต่เพื่อเป็นการลงโทษที่ทำอาหารไม่อร่อย..."

เด็กน้อยเว้นจังหวะ ชำเลืองมองฝันหวานด้วยหางตา

"พรุ่งนี้เช้า... เธอต้องไปทำข้าวไข่เจียวหน้าหมูมาให้ไข่เจียวกินอีก! ถ้าทำไม่อร่อยกว่านี้ ไข่เจียวจะไล่เธอออกจริงๆ ด้วย! เข้าใจไหมพี่เลี้ยงหน้าโง่!"

พูดจบ เจ้าหนูตัวแสบก็กระโดดลงจากโซฟาแล้ววิ่งตึงตังหนีขึ้นบันไดไปชั้นสองทันที ทิ้งให้ฝันหวานนั่งอมยิ้มขำกับความปากแข็งและฟอร์มจัดของเด็กวัยสี่ขวบ

น่ารักจัง... ปากบอกไม่อร่อย แต่สั่งเมนูของพรุ่งนี้รอไว้เลยนะตัวแสบ

ฝันหวานคิดในใจ เธอรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกที่สามารถก้าวผ่านบททดสอบแรกในการเป็นพี่เลี้ยงของเด็กคนนี้มาได้ แม้จะต้องรับมือกับอารมณ์ร้ายๆ บ้าง แต่ลึกลงไปแล้ว เธอมองเห็นความเปราะบางและความต้องการความรักที่ซ่อนอยู่ในท่าทีแข็งกร้าวนั้น

"อย่าเพิ่งได้ใจไปหน่อยเลย..."

เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของหญิงสาว ฝันหวานหันไปมองแทนคุณที่ตอนนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มล้วงมือสอดเข้าไปในกระเป๋ากางเกงสแล็ค เดินเข้ามาหยุดยืนค้ำศีรษะเธอด้วยท่าทางคุกคาม

"เธออาจจะหลอกล่อเด็กสี่ขวบด้วยข้าวไข่เจียวปัญญาอ่อนนั่นได้... แต่จำไว้ว่ามันใช้ไม่ได้ผลกับฉัน" แทนคุณก้มหน้าลงมาใกล้ นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "หน้าที่ของเธอเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ฝันหวาน... อย่าลืมว่าสถานะของเธอในบ้านหลังนี้คือลูกหนี้สัญญาทาสไม่ใช่คุณผู้หญิงหรือคนสำคัญอะไรทั้งนั้น"

ฝันหวานเม้มริมฝีปากแน่น ข่มความรู้สึกเจ็บปวดและศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำลงไปในอก เธอค่อยๆ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับชายหนุ่ม แม้จะตัวเล็กกว่ามาก แต่เธอก็ไม่ยอมหลบสายตา

"ฉันไม่เคยลืมสถานะของตัวเองค่ะคุณแทนคุณ... ฉันรู้ดีว่าตัวเองเป็นแค่ลูกหนี้ที่ถูกซื้อมาด้วยเงินสิบล้านของคุณ" หญิงสาวตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "และฉันก็จะทำหน้าที่ของฉันให้ดีที่สุด เพื่อชดใช้หนี้และ... เพื่อแลกกับลมหายใจของแม่ฉัน คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันไม่มีวันคิดตีเสมอหรือเรียกร้องอะไรจากคนไร้หัวใจอย่างคุณแน่นอน"

พูดจบ ฝันหวานก็ก้มศีรษะให้เขานิดหนึ่งเป็นการตัดบท ก่อนจะหยิบถาดอาหารที่ว่างเปล่าแล้วเดินหันหลังกลับไปทางห้องครัว ปล่อยให้มหาเศรษฐีหนุ่มยืนหน้าตึงอยู่กลางห้องนั่งเล่น

แทนคุณมองตามแผ่นหลังบางที่ตั้งตรงอย่างหยิ่งทะนงนั้นด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดพลุ่งพล่านอยู่ในอก คำพูดที่ว่า 'คนไร้หัวใจ' ของเธอมันกระแทกใจเขาอย่างจัง ผู้หญิงคนนี้กล้าดีอย่างไรถึงมาต่อปากต่อคำและมองเขาด้วยสายตาราวกับว่าเขาเป็นปีศาจร้ายแบบนั้น!

ก็ดี... ในเมื่ออยากจะอวดดีนัก ฉันก็จะทำให้เธอรู้ซึ้งเองว่า การเป็นทาสรับใช้คนไร้หัวใจอย่างฉัน... มันจะต้องเจอกับนรกขุมไหนบ้าง!

ชายหนุ่มคาดโทษหญิงสาวไว้ในใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกจากห้องนั่งเล่นไปเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน ทว่าลึกลงไปในใจที่แข็งกระด้าง... กลิ่นหอมของข้าวไข่เจียวและความอ่อนโยนของฝันหวานเมื่อครู่นี้ กลับยังคงวนเวียนรบกวนจิตใจของเขาอย่างที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุด!

นาฬิกาเรือนใหญ่ทรงแกรนด์ฟาเธอร์ที่ตั้งอยู่มุมโถงทางเดินตีบอกเวลาเที่ยงคืนตรง คฤหาสน์วรโชติเมธีตกอยู่ในความเงียบสงัด ทว่าภายในห้องทำงานส่วนตัวที่ตกแต่งด้วยไม้โอ๊กสีเข้มของประธานกรรมการบริหารหนุ่ม ไฟดวงเล็กบนโต๊ะทำงานยังคงสว่างจ้า

แทนคุณนั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีดำสนิท นิ้วแกร่งเคาะลงบนที่พักแขนเป็นจังหวะช้าๆ ขณะที่ดวงตาคมกริบจ้องมองแฟ้มเอกสารการสืบสวนที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะโดยเคน มือขวาคนสนิทและหัวหน้าบอดี้การ์ดของเขา

"รายงานมาให้หมด" น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ

"สายของเราสืบเจอเบาะแสของนางสาวพิมพ์ใจแล้วครับเจ้านาย" เคนรายงานด้วยท่าทีนอบน้อม "ผู้หญิงคนนั้นติดหนี้พนันเว็บมืดของเสี่ยชัชอยู่เกือบแปดล้าน ทันทีที่เงินสิบล้านจากบัญชีของเราโอนเข้าไป พิมพ์ใจก็โอนเงินทั้งหมดไปเคลียร์หนี้พนันทันที ส่วนเงินที่เหลืออีกนิดหน่อย เธอเอาไปจ่ายเป็นค่าแรกเข้าโรงพยาบาลให้แม่ของฝันหวานตามที่เจ้านายทราบ ตอนนี้ตัวพิมพ์ใจหนีลงใต้ไปกบดานแล้วครับ ผมกำลังส่งคนไปลากคอเธอกลับมา"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป