บทที่ 7 ตอนที่ 6 จูบ..ได้ไหม
ตอนที่ 6 จูบ..ได้ไหม
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
รถคันหรูขับเคลื่อนเข้ามาจอดยังบันไดบ้าน ทำให้ฉันรีบลุกขึ้นเดินไปลาผู้ใหญ่ก่อนจะรีบเดินออกมาหาพี่กรณ์ อาจจะมาผิดจังหวะไปหน่อย เห็นพี่เขากำลังยืนพ่นควันอยู่เลย แต่คง..ไม่เป็นไร ก็แค่เดินเข้าไปทักทายเดี๋ยวพี่เขาก็คงหยุดสูบ ทว่าความเป็นจริงไม่เป็นอย่างที่คิด พี่กรณ์หันมาพ่นควันบุหรี่ใส่หน้าฉันเต็ม ๆ จนรู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้
“ข..ขอโทษ ๆ พี่ลืม นึกว่าเพื่อนมาแกล้ง” พูดแล้วก็รีบทิ้งบุหรี่ในมือ ปัดไล่ควันตรงหน้าให้อีกแรง
“อ..อ๋อค่ะ เมริผิดเองไม่เป็นไรค่ะ” ภายใต้คำว่าไม่เป็นอะไรคือเวียนหัวมาก เหมือนสิ่งของรอบตัวมันหมุนเพราะฉันสูดดมเข้าไปเต็ม ๆ และนั่นก็ทำให้พี่กรณ์เข้ามาโอบไหล่ประคองเดินไปยังที่นั่งข้างคนขับ เขาทั้งเปิดประตูให้ แถมยังแทรกตัวเข้ามาคาดเข็มขัดให้จนใบหน้าสองเราห่างกันไม่ถึงคืบ..
“ไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอโทษนะ”
เป็นอีกครั้งที่ได้ยินคำขอโทษ ฉันเลยพยักหน้าระบายยิ้มให้แทนคำตอบด้วยที่กลัวว่าตอบไปแล้วพี่เขาจะได้กลิ่นอาหารที่เพิ่งกินเข้าไป ก็พี่เขาเล่นขยับใบหน้ามาใกล้จนแทบชนกันขนาดนี้..ไม่กังวลก็คงไม่ได้
ทันทีที่ฉันยิ้มพี่กรณ์ก็ระบายยิ้มตอบ ลูบศีรษะพลางยีเบา ๆ ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินอ้อมหน้ารถมานั่งประจำที่ฝั่งคนขับรถ ฉันก็ได้แต่นั่งมองท่าทางคล่องแคล่วของรุ่นพี่ยิ้ม ๆ จนอดคิดไม่ได้ว่า..นี่ใช่เดตแรกของเราสองคนหรือเปล่านะ หลังจากที่เรากำลังจะมีสถานะ..
“ไปดูหนังกันนะ ดูเสร็จหาอะไรกินก่อนกลับ เดี๋ยวพี่ไปส่ง”
“โอเคค่ะ”
“กลับไปนอนบ้านหรือคอนโดครับ”
“คงต้องกลับไปนอนบ้านค่ะ เพราะรถจอดไว้ที่บ้าน”
“กลับคอนโดก็ได้นะ เดี๋ยวช่วงเช้าพี่ไปรับไปส่งเธอไปเรียน เรียนเสร็จก็..ไปรับ ไปส่งเอารถ”
“ไม่เป็นไรค่ะ เกรงใจ เมริไม่อยากรบกวนเวลาทำงานของพี่กรณ์”
“ก็ไม่นะ กับเธอพี่ว่างเสมอ” พูดแล้วหันมาสบตา
“เอ่อ..” ท่าทางแพรวพราวทำฉันไปต่อไม่ถูก ก็พอจะรู้ว่าความสัมพันธ์ของเราคงจะค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป แต่ตอนนี้พี่เขาดูรุกแรงกว่าเดิมมาก มากจนใจสั่นไหวแปลกชอบกล
“ไม่เอ่อ ตกลงตามนี้ พ่อแม่เธอจะได้วางใจไม่ต้องเป็นห่วง เพราะเราสองคนเข้ากันได้ดี”
สุดท้ายฉันก็ไม่สามารถปฏิเสธความหวังดีของพี่กรณ์ได้ จนเมื่อมาถึงห้าง พี่เขาก็จัดการเลือกหนังจองที่นั่งเสร็จสรรพ พร้อมกับป๊อปคอร์นน้ำโค้ก น้ำเปล่า จนฉันรู้สึกเกร็งบอกไม่ถูก บางทีพี่เขาก็ดูจะดูแลฉันดีเกินไป ดีกว่าที่ฉันดูแลตัวเองเลยด้วยซ้ำ
ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันหยิบป๊อปคอร์นขึ้นมากิน บังเอิ๊ญบังเอิญ! ดันกัดโดนเมล็ดข้าวโพดป๊อปคอร์นที่ยังไม่แตก ‘ฟันน่ะเกือบแตก!’ ถึงกับต้องหลับตาถอนหายใจกันเลยทีเดียว
“เป็นอะไร ไม่ชอบหวานเหรอ มีแบบเค็มนะ พี่ไปซื้อให้ใหม่เอาไหม” อยู่ ๆ พี่กรณ์ก็ถามขึ้นทำให้ฉันหันไปสบตาระบายยิ้มส่ายหน้าแทนคำตอบ
“พี่เห็นเธอถอนหายใจ..” พึมพำมองป๊อปคอร์นสลับกับคนข้างกาย
ซึ่งสีหน้าท่าทางของพี่กรณ์เหมือนคนรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ ฉันเลยหันมองซ้ายมองขวาหากระดาษทิชชู แต่ดูเหมือนว่าพี่เขาจะรู้ทัน หยิบกระดาษทิชชูมาวางบนมือตัวเองแล้วยื่นมารองที่ใต้คางฉัน ฉันเลยจะคว้ากระดาษทิชชูมาจัดการตัวเอง แล้วก็ไม่ทันอีกตามเคยเพราะพี่กรณ์ใช้อีกมือมารั้งมือฉันไว้แล้วส่งสายตาให้คายออกมา ฉันเลยพยักหน้าจำใจใช้ลิ้นดันเมล็ดข้าวโพดป๊อปคอร์นออกมา จนมันหล่นไปบนกระดาษทิชชูบนมือพี่กรณ์ ทันทีที่พี่เขาเห็น พี่เขาหัวเราะเบา ๆ ทำฉันเขินอายจนแทบไม่กล้าสู้หน้า แล้วก็ต้องตกใจอีกครั้งที่พี่กรณ์หยิบกระดาษทิชชูแผ่นใหม่ขึ้นมาเช็ดที่มุมปาก ริมฝีปากให้ บอกตามตรง..ตายได้ตายไปแล้ว ถ้าฉันเป็นของเหลว ก็คงเหลวลงไปกองแทบเท้าผู้ชายคนนี้แล้วแน่นอน ‘ความอบอุ่นนี่ให้ร้อยยี่สิบเต็มร้อยเลย!’
“ข..ขอบคุณนะคะ” ฉันก้มหน้าเอ่ยขอบคุณติดประหม่า ทว่าพี่กรณ์กลับเชยปลายคางขึ้นให้สบตากัน ทำตากลมโตลุกวาวตาใสปิ้ง คิดไปถึงฉากฟิน ๆ ในซีรีส์
“เด็กน้อยเขินเหรอ?”
“ฮ..ฮึ” ฉันส่ายหน้าตอบ ดันมือพี่กรณ์ออกจากปลายคางเชื่องช้า พลางคิดว่าผู้ชายอะไรจะรู้ทันผู้หญิงไปหมดซะทุกเรื่อง แบบนี้หรือเปล่านะ ที่ทำให้ผู้หญิงอย่างเรา ๆ หลงรักคนรักหัวปักหัวปำ
“ไม่เขินก็ไม่เขิน ไปเข้าห้องน้ำไหม เดี๋ยวเข้าไปดูหนังแล้วนะ”
“ไม่ค่ะ”
“โอเค”
ภายในโรงภาพยนตร์..
เมื่อเข้าไปเป็นต้องขมวดคิ้วมอง เพราะมันไม่ใช่เบาะนั่งวีไอพี แต่มันเป็นเหมือนที่นอน นอนดูหนัง โดยปกติแล้วฉันจะเลือกนั่งที่วีไอพี เลยไม่รู้ว่า..มันมีแบบนี้ด้วยเหมือนกัน แถมยังมีผ้าห่มให้ห่มอีกต่างหาก ดูเป็นส่วนตัวสุด ๆ
“จะนอนฝั่งไหน”
“ด้านนี้ก็ได้ค่ะ” พูดแล้วเดินนำไปย่อตัวนั่ง ขยับเข้าไปนั่งแล้วยกเท้าขึ้นมาเล็กน้อยให้พอดีกับการก้มลงไปถอด
“พี่ช่วย..”
พี่กรณ์ไม่แค่พูดอย่างเดียว พี่เขาคว้าผ้าห่มมาวางบนขาฉันแล้วเดินมาย่อตัวนั่งลงตรงหน้า บรรจงถอดรองเท้าให้ มันเป็นอะไรที่..รู้สึกดีมาก ฉันไม่เคยคิดไม่เคยรู้ว่าเวลาผู้ชายใส่ใจจะใส่ใจได้มากขนาดไหน มาวันนี้ฉันรู้แล้ว..เริ่มเข้าใจคำว่าตกหลุมรักคนเดิมซ้ำ ๆ แล้วเหมือนกัน
หลังถอดรองเท้าส้นสูงที่สวมมาเสร็จ พี่กรณ์ก็ยกขาฉันขึ้นมาวางบนที่นอน ฉันเลยเอ่ยขอบคุณและขยับถอยหลังให้แผ่นหลังไปชนกับพนักพิงหลัง ไม่วายมองตามพี่กรณ์ไม่คาดสายตาจนเขาขึ้นมานั่งด้านข้างแล้วเอนหลังพิงเหมือนกันกับฉัน เราต่างก็ระบายยิ้มให้กัน จนแสงสีเสียงภาพเคลื่อนไหวเริ่มฉายขึ้น..
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
เรายังคงนั่งกินป๊อปคอร์นเหมือนอย่างครึ่งชั่วโมงแรกที่ดู แต่พอหนังเริ่มฉายถึงความสัมพันธ์ที่พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนพระเอกนางเอกกอดจูบหอมแก้มกัน ฉันก็อดที่จะนั่งเม้มปากฟินตามหนังไม่ได้ โดยปกติฉันไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นไหม ส่วนตัวฉันน่ะไวต่อความรู้สึกมาก ยิ่งพระเอกหล่อ..ฉันนี่แหละ เมียเขา ><
ขณะที่นั่งดูเพลิน ๆ ก็รู้สึกเหมือนว่าพี่กรณ์จะขยับเข้ามาใกล้ขึ้นแถมยังยกแขนขึ้นมาวางบนศีรษะจนฉันต้องขยับตัวมองแขนแกร่ง จึงได้เห็นว่าพี่เขา..อยากให้ฉันนอนหนุนแขนดูหนัง ซึ่งมันก็ดีนะ เข้ากับบรรยากาศตอนนี้ดี ยิ่งตอนพระเอกนางเอกจูบกัน..น้ำลายฉันแทบย้อยแน่ะ ขำตัวเองจริง ๆ
“น่ารักเนอะ พระเอกจีบนางเอกน่ารักมาก..”
“ค่ะ น่ารักมาก ~” ตอบเสียงอ่อนเสียงหวาน เพราะตอนนี้พระเอกนางเอกกำลังจะจูบกันอีกแล้ว จูบกันเก่งจริง ๆ ฟินจนเท้าหงิกไปหมดแล้วนะ รู้บ้างไหม!
“เธอก็น่ารักนะ” กระซิบข้างกกหู
ประโยคชมเชยทำฉันแหงนหน้าขึ้นไปสบตาเจ้าของคำพูด ทำให้ใบหน้าเราห่างกันไม่ถึงคืบ..รู้ตัวอีกทีก็มีมือพี่กรณ์จับที่ปลายคางเหมือนอยากให้เงยหน้าขึ้นสูงอีกเพื่อที่จะ..
“จูบ..ได้ไหม” เอ่ยขอขณะที่ตาจ้องมองริมฝีปากสลับกับสบตา
คำขอของพี่กรณ์ทำฉันชะงักแน่นิ่ง..ตาโตขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อใบหน้าหล่อเหลานั้นขยับเข้ามาใกล้ และสัญชาตญาณก็สั่งให้ฉันหลับตาลงทำให้ไม่รู้ว่าขณะที่ริมฝีปากเรากำลังจะแตะกันนั้นพี่เขาใช้สายตาแบบไหนมองกัน
ฉันรู้แค่ว่า..เป็นความรู้สึกที่ดีมาก ปากพี่กรณ์นุ่มมาก ลมหายใจที่เป่ารดกันมีกลิ่นป๊อปคอร์นกับกลิ่นบุหรี่จาง ๆ กระทั่งริมฝีปากนุ่มนั้นขยับคลอเคลียปากบนปากล่างของฉัน ในตอนนั้นถึงได้รู้ว่า..ปากพี่กรณ์หวานมาก หวานจน..
“อืม ~” เป็นคล้ายเสียงอะไรสักอย่างที่ดังคลอเบา ๆ พร้อมกับส่วนอ่อนไหวนุ่มพลิ้วที่สอดเข้ามาในโพรงปาก ตวัดต้อนหยอกเย้าตั้งแต่ริมฝีปากมาจนถึงปลายลิ้นของฉัน..
ฉันไม่รู้เลยว่าตัวเองเผลอปล่อยตัวตามผู้ชายคนนี้ไปนานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่สองเราผละริมฝีปากออกจากกัน ต่างคนต่างโกยอากาศหายใจยกใหญ่ ตามด้วยรอยยิ้มเสียงหัวเราะที่เหมือนพาสองเราก้าวข้ามความสัมพันธ์ไปแล้วอีกหนึ่งขั้น..
“รู้สึกดีไหม..” กระซิบถามสีหน้าคาดหวัง
ฉันเลยเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนถึงจมูกไม่วายแหงนมองพี่กรณ์ที่ยังคงรอยยิ้มอยู่ยิ้ม ๆ จนพี่เขาเลิกคิ้วขึ้นเหมือนต้องการให้ตอบคำถาม ฉันเลยหลบสายตาหันมาดูหนังต่อทั้งที่ภายในใจมันร้อนรุ่มเกินกว่าจะมีสตินั่งฟินกับหนังแล้ว
End Meri
