บทที่ 8 ตอนที่ 7 ขอนอนด้วยได้ไหม

ตอนที่ 7 ขอนอนด้วยได้ไหม

Korn

จากประสบการณ์เสือผู้หญิง พอจะเดาได้ว่าเมริต้องผ่านผู้ชายมาน้อย ไม่ก็เลิกกับแฟนเก่ามานานมากแล้ว เพราะท่าทางของเธอตอนนี้มันไม่เหมือนตอนที่ผมเจอผู้หญิงคนอื่น ๆ แล้วผู้หญิงที่ใช้ช่วงล่างน้อยเครื่องฟิตก็ไม่ใช่ว่าจะเขินอายขนาดนี้ ท่าทางของเมริมันเกินไป..เกินไปมาก หรือกำลังเล่นตัวให้สมราคา? ถ้าใช่..ก็ไม่ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้ก็ได้มั้ง เดี๋ยวจะจัดให้งาม ๆ เลยไม่ต้องกลัวขาดทุน หึหึ 

หลังจากจูบคงไม่ต้องให้อธิบาย เธอไม่กล้าสบตาผมเลยสักนิด เอาแต่ก้มหน้าก้มตาจนต้องขยับก้มลงไปมองตามอยู่บ่อย ๆ บางทีก็อดถามไม่ได้ว่ามองอะไร มีอะไรให้มอง? แต่เหล้าฟรีสองปีมันค้ำคออยู่เลยต้องใจเย็น อดทนอีกนิด เดี๋ยวก็ได้กินแล้ว 

ร้านอาหาร 

“กับข้าวอร่อยไหม?” ถามเมริที่นั่งกินข้าวไม่พูดไม่จา ขนาดว่าถามก็ยังพยักหน้าแทนคำตอบ ในใจคิดอยากถามเหมือนกัน ‘เป็นอะไรมากไหม?’ ‘มองอะไรอยู่เงยหน้าบ้าง’ สุดท้ายก็ได้แค่คิด ไม่กล้าพูด กลัวเด็กมันกลัวแล้วจะหนีเตลิด บอกตามตรงผมโคตรของโคตรใจเย็นฉิบหายเลยกับคนนี้ ทั้งที่กับคนอื่นกระชาก ลาก แม่งไปกดก็ได้เอาแล้ว นี่อะไร! ‘มัวทำส้นตีนอะไรอยู่’ 

ถามว่ารังเกียจเมล็ดข้าวโพดไหม บอกตามตรงถ้ามีแอลกอฮอล์วางอยู่ใกล้ ๆ คือราดมืออะบอกเลย! แล้วที่ก้มไปถอดรองเท้าให้ ถามจริง เป็นง่อยเหรอ ถอดช้าฉิบหาย เห็นแล้วขัดหูขัดตา ทำให้ซะจบ ๆ จะได้มานอนดูหนังสักที 

บทสรุปของการหลอกมาดูหนังรักถือว่าค่อนข้างดี เพราะได้จูบ ดูดปาก แลกลิ้น ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย รู้แบบนี้ชวนไปห้องดีกว่า เคลิ้ม ๆ หน่อยจะได้ถอดเสียบเลยจบ ๆ เสร็จแล้วจะได้ไปแดกเหล้าฟรีสักที 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา 

บนรถ..

“พี่ขึ้นไปส่งที่ห้องนะ มันดึกแล้ว” 

“ไม่เป็นไรค่ะ แค่นี้ก็รบกวนมากแล้ว” 

“อย่าดื้อ เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวนะเธออะ” 

“ก็..” ยึกยักเหมือนจะพูดอะไร 

“ไม่มีก็ พี่ขึ้นไปส่งเฉย ๆ ถ้าจะใจดีเทน้ำให้กินสักแก้วก็ไม่ว่ากัน” 

“แบบนั้นก็ได้ค่ะ” 

เป็นอันว่าสิ้นสุดบทสนทนา แค่ได้ขึ้นห้องก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ทีนี้ก็เหลือแค่..ล่อยังไงให้น้องเข้าห้อง จะได้รวบหัวรวบหางเลยทีเดียว หากใครว่าใจร้อนเดี๋ยวจะศอกให้! อุตส่าห์ตามเต๊าะ ทำตัวเป็นคนดีมาเดือนกว่าแล้วเว้ย อึดอัดเชี้ย ๆ อยากเป็นตัวของตัวเองแล้ว ขอทีเถอะ! 

คอนโดZA

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางก็ไม่วายแสร้งเป็นคนดีต่อ คะแนนความดีจะได้เพิ่มพูนจนเด็กน้อยไม่กล้าปฏิเสธกัน ผมเชื่อเรื่องความดีชนะใจคนนะ แล้วก็กำลังหวังให้เด็กแถวนี้ติดหนึบชนิดที่ว่าโงหัวไม่ขึ้น แม้ว่าผมจะทำตัวระยำใส่ เธอก็ยังจะรัก ไม่ไปไหน 

คิดการใหญ่ ใจต้องนิ่ง อ่อนแอก็แพ้ไป 

หิวเงินมากก็หิวไป ไม่เป็นไร ไหน ๆ ก็ส่งลูกสาวมาแก้ขัด ช่วยระบายอารมณ์ให้แล้ว เจ๊า ๆ กันไปก็แล้วกัน หึหึ

“พี่ถือกระเป๋าให้ไหม ปวดข้อเท้าหรือเปล่า? ใส่ส้นสูงนานแล้วหนิ” 

“อีกนิดเดียวก็ถึงแล้วค่ะ” 

“อุ้มไหม หรืออยาก..ขี่หลังก็ได้เหมือนกัน” 

“เมริเกรงใจค่ะ” 

“ยังต้องเกรงใจอะไรอีก เธอกับพี่อีกหน่อยก็ต้องอยู่บ้านเดียวกันแล้วนะ” ประโยคนี้ทำเด็กลังเลแฮะ แสดงว่าประโยคน้ำเน่าพวกนี้ยังใช้ได้ผล ถ้าไม่โง่..นะ 

สรุปคืออุ้ม..ผมอุ้มเมริเข้าไปยืนรอลิฟต์ จนลิฟต์มา อุ้มจนถึงห้อง วางลงบนโซฟา แถมยังช่วยถอดรองเท้า ช่วยวางกระเป๋าให้เป็นที่ นี่ถ้าไม่รักก็ไม่รู้จะทำยังไงแล้วนะ ต้องช่างแม่งอย่างเดียวอะ 

“เมริเทน้ำให้นะคะ” 

“ครับ” พยักหน้ายิ้ม มองเธอเดินห่างออกไป ก่อนจะลุกขึ้นยืนสาวเท้าไปยังห้องห้องหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นห้องของใคร จนเมื่อพยายามเปิด ‘ล็อก’ ผมเลยเดินไปอีกห้อง ซึ่งห้องนี้ไม่ได้ล็อก ทันทีที่ประตูเปิดออกกว้าง รู้ได้เลยว่านี่เป็นห้องของเมริ ผมจำกลิ่นหอมของเธอได้ ในเมื่อเจอห้องแล้วผมก็เข้าไปดักรอเลย ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเธอแล้วละ..ว่าจะตามเข้ามาไหม?

End Korn 

Meri 

ฉันยืนล้างมืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปิดตู้เย็นหยิบน้ำออกมาเทใส่แก้วให้พี่กรณ์ ไม่รู้ว่าฉันล้างมือนานเกินไปหรือยังไง พี่กรณ์ที่เคยอยู่กลางห้อง ตอนนี้ไม่อยู่แล้ว..ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย เดินไปส่องตาแมวก็..ไม่เห็น 

“กลับแล้วเหรอ ไวจัง..” 

“ไม่บอกกันก่อนเลย สงสัยมีงานด่วน” 

“ไว้อีกครึ่งชั่วโมงค่อยโทรหาแล้วกัน” พึมพำตามลำพัง มองแก้วน้ำในมือยิ้ม ๆ เดินไปปิดไฟจนเหลือเพียงแสงสลัว ๆ เท่านั้น แล้วจึงกลับเข้าห้องนอนไปอย่างคนไม่ได้คิดหรือเอะใจอะไร 

“เหนื่อยมาก ~” ฉันบ่นพลางมองเตียงนอนอย่างคนอยากล้มลงนอน ทว่าเนื้อตัวตอนนี้มอมแมมเกินกว่าจะล้มลงนอนได้ จำต้องถอดเสื้อผ้าเข้าไปชำระล้างตัว ให้คลายความเหนื่อยล้าเสียก่อน ก่อนจะมานอนหลับปุ๋ยบนเตียงนอน ~ 

ในขณะที่ฉันกำลังถอดเสื้อผ้า ก็ไม่วายหันมองพุงหมาน้อยในกระจก แอบแขม่วนิดหน่อยเพื่อไม่ให้มันน่าเกลียดมากจนเกินไป แต่เมื่อหันไปมองทางประตูห้องน้ำเท่านั้นแหละ แทบอยากร้องกรี๊ดให้สุดเสียง 

“พ..พี่!!” ชี้นิ้วแล้วก็รีบปิดสัดส่วนของตัวเอง กระโดดขึ้นเตียงไม่สนใจว่าจะสกปรกมอมแมมอยู่ ขอแค่ตอนนี้รอดพ้นจากสายตาพี่เขาก็พอ ในใจคิดโทษตัวเองที่ไม่ระวัง แต่ก็ยังสงสัยงุนงงว่าพี่กรณ์เข้ามาได้ยังไง! ‘บ้าจริง ๆ เลย’ 

“อ..เอ่อ เอ่อ พี่ขอโทษ..พี่หาสวิตช์ไฟไม่เจอ แล้วก็เดินมั่ว ๆ ปวดฉี่เลยมาเข้าห้องน้ำ พี่ไม่รู้ว่าเป็น..” 

“ม..ไม่เป็นไรค่ะ แต่ตอนนี้พี่กรณ์ออกไปก่อนได้ไหมคะ” ฉันพูดเสียงติดประหม่า จากที่ไม่กล้าสบตาตอนนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เห็นไปถึงไหนต่อไหนแล้ว บ้าจริง ๆ 

“ครับ” พยักหน้าตอบ 

แก็ก..

เป็นเหมือนเสียงล็อกประตูมากกว่า ไม่ใช่..การเปิดออกไป

และเสียงนี้ก็ทำให้ฉันเงยหน้ามองพี่กรณ์ แล้วก็ต้องสงสัยเมื่อเห็นพี่เขาส่งสายตาเหมือนทรมานมากมองมาที่ฉัน..

“พี่เมื่อย เดินแทบไม่ไหว ขอนั่ง..ได้ไหม” ชี้ไปที่เก้าอี้ 

“แต่ว่า..” ฉันโป๊อยู่นะ ฉันต้องการแต่งตัวต้องการใส่เสื้อผ้าก่อน..

“พี่ไม่แอบมอง นั่งหันหลังหลับตาก็ได้” 

พี่กรณ์พูดแล้วก็พาตัวเองมานั่งทันที โดยที่ฉันยังไม่ได้อนุญาต ทำเอาปากที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธชะงักเลยทันทีเพราะคำว่า ‘เมื่อย เดินแทบไม่ไหว’ ก็แหงละ! เขาอุ้มฉันมาตลอดทางเลยนี่ คงไม่แปลกเลยถ้าจะขาสั่น..เดินไม่ไหว จนต้องขอนั่งพัก เมื่อคิดได้แบบนี้ฉันเลยส่งเสียงตอบไปว่าโอเค ก่อนจะรีบขยับมาปลายเตียงคว้าเสื้อผ้าที่อยู่ในตะกร้ามากำไว้แน่น โดยที่ตายังคงโฟกัสพี่กรณ์อยู่อย่างไม่ไว้ใจ 

“เมริ..” 

จังหวะที่ฉันกำลังจะใส่เสื้อเสียงพี่กรณ์ก็ดังขึ้น ด้วยความตกใจฉันเลยดึงผ้าห่มมาคลุมจนแทบมิดหัวพร้อมกับหลับตาปี๋..รู้ตัวอีกทีก็เหมือนว่าพี่เขาขึ้นมานั่งบนเตียง ล้มตัวลงนอนด้านข้างแล้วกระชับกอดฉันไว้ มันทำให้ภายในใจเต้นถี่รัว..ทั้งหวาดกลัวและตกใจในเวลาเดียวกัน ก่อนจะได้ยินประโยคของพี่กรณ์..

“คืนนี้ขอนอนด้วยได้ไหม พี่เหนื่อยมาก ง่วงมาก ขับรถไม่ไหวแล้วครับ” 

ประโยคนี้ภาพแทบตัด เพราะอะไรน่ะเหรอ เพราะพี่กรณ์ที่ดึงผ้าห่ม ห่มตัวเองด้วยเหมือนกันน่ะสิ! แถมยังปิดไฟจนเหลือเพียงแสงสลัว ๆ ‘ตาย ๆ แบบนี้ฉันตายพอดี’ 

End Meri

บทก่อนหน้า
บทถัดไป