บทที่ 8 ออกอาการ
วันนี้พวกผมนั่งกินข้าวที่โรงอาหารคณะวิศวะกันจริงๆผมนัดสาวมากินข้าวที่นี่ด้วยสงสัยจะยังมาไม่ถึง
"อ้าวนิชามากินข้าวนี่เหรอ มีโต๊ะยังนั่งโต๊ะเดียวกับพวกพี่ได้นะ วันนี้คนเยอะมากพี่ว่าน่าจะไม่มีที่ว่างแล้วล่ะ"
ผมเห็นกลุ่มนิชากับเพื่อนเดินมาหยุดยืนอยู่ข้างๆโต๊ะผมก็เลยชวนนิชานั่งด้วย ถ้าเดาไม่ผิดจุดประสงค์ของนิชาคือตั้งใจจะมาหาไอ้รุจผมเลยต้องยกที่นั่งข้างไอ้รุจให้นิชาไป ส่วนลูกอมไปนั่งข้างไอ้ตาต้า และกันยานั่งข้างไอ้เต ผมจึงต้องนั่งข้างยัยตัวแสบโดยไม่มีทางเลือกอื่น
"มาหาพี่ถึงคณะคงคิดถึงและอยากกินข้าวกับพี่มากสินะ ถ้าคิดถึงพี่มากทำไมไม่โทรบอกให้พี่ไปหาที่คณะได้นะ พี่บริการดีทุกระดับประทับใจ"
ทันทีที่ผมนั่งลงข้างแพตตี้ผมก็กระซิบกระซาบข้างหูเปิดศึกกวนประสาทเธอคงเพราะผมหมั่นไส้ความมั่นใจของเธอจนอยากแกล้งเอาคืนอยู่เรื่อย แต่ทุกครั้งที่ผมอยู่ใกล้ก็ต้องหายใจสะดุดเมื่อกลิ่นกายของแพตตี้หอมละมุนจนติดจมูกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน ให้ตายเถอะความหอมละมุนที่ไม่เหมือนผู้หญิงคนไหนมอมเมาจนผมเผลอติดใจเข้าให้เวลานั่งข้างเธอทีไรจมูกไม่รักดีมันคอยสูดดมจนเสพติดกลิ่นนี้
"พี่ดิวคงเข้าใจอะไรผิดมั๊งคะ แพตตี้มาหาผู้ชายคณะพี่ไม่ได้มาหาพี่สักหน่อยอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ก็ช่วยไม่ได้นี่ผู้ชายคณะพี่นี่ดูดีทุกคนยกเว้นพี่คนเดียวถ้าไม่มาชื่นชมคงเสียดายแย่ เอ๊ะ!นั่นมีผู้ชายหล่อมองมาทางแพตตี้ด้วยเข้าทางเลย"
ผมมองไปตามนิ้วของแพตตี้ที่ชี้ให้ผมดูและมันก็เป็นจริงตามนั้น แพตตี้มองไอ้นั่นด้วยสายตาหยาดเยิ้มส่วนไอ้นั่นก็มองแพตตี้ตาเป็นมัน พวกเขาสองคนมองหน้ากันแต่ทำไมผมถึงรู้สึกหมั่นไส้แพตตี้ที่มองข้ามหัวผมไปเหมือนผมไม่มีตัวตน ผมรู้สึกหงุดหงิดเธอเป็นบ้าแพตตี้เป็นผู้หญิงคนแรกที่เมินผมทั้งที่ผู้หญิงคนอื่นพยายามวิ่งเข้าหา ชั่วขณะนี้ผมได้กลายเป็นอากาศเต็มตัวทั้งที่นั่งข้างกันแต่เธอกลับส่งสายตาไปให้ไอ้หน้าหอกหักนั่น ผมนั่งกัดฟันกรอดๆด้วยความเจ็บใจไม่เคยเจอผู้หญิงเฉยเมยใส่สักครั้ง สายตาของผมเริ่มร้อนผ่าวถ้าไอ้นั่นเดินเข้ามามันได้เจอดีแน่ ผมนั่งจ้องหน้าไอ้นั่นด้วยสายตาแข็งกร้าวไม่อยากให้มันทำอะไรที่หักเหลี่ยมเสือร้ายแห่งวิศวะ
อีกคู่ที่ทำให้ผมมองจนตาร้อนนิชากำลังชวนไอ้รุจคุยท่าทางนิชาคงจะเริ่มรุกใส่เพื่อนผม แต่ไอ้รุจมันเก็บทรงเก่งจนผมอยากยุให้นิชาไปหาคนใหม่ ผมปล่อยให้เพื่อนจัดการเรื่องของตัวผมไม่อยากยุ่งมาก ผมหันกลับมาสนใจคนที่นั่งอยู่ข้างๆและอยากจะเอานิ้วจิ้มตาแพตตี้ให้หลุดติดนิ้วมาไม่รู้จะเคลิ้มอะไรนักหนาไอ้บ้านั่นมันหล่อไม่ได้ครึ่งผมด้วยซ้ำ
"เลิกอ่อยมันได้แล้วมันคงไม่หน้ามืดเอาผู้หญิงปากจัดทำเมียหรอก แต่ถ้าอยากบริหารเสน่ห์ตัวเองแล้วล่ะก็ลองยั่วพี่ให้หลงเธอให้ได้สิ"
นอกจากแพตตี้จะทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินผมพูดเธอยังขยิบตาให้ไอ้บ้านั่นอย่างเปิดเผย
"แพตตี้จำเป็นต้องอ่อยพี่ด้วยเหรอคะ ขนาดแพตตี้ยังไม่เริ่มต้นทำอะไรเลยพี่ก็ออกอาการจะแย่แล้วเก็บทรงไว้หน่อยก็ดีนะคะเดี๋ยวก็แพ้หรอก"
แพตตี้หันมามองหน้าผมแล้วยิ้มเยาะ แพตตี้ช่างกล้าพูดออกมาได้ว่าคนอย่างผมผู้ได้รับฉายาเสือร้ายตัวพ่อแห่งวิศวะจะตกหลุมยัยตัวแสบได้ยังไง ไม่รู้ว่าเธอไปเอาความมั่นใจนั่นมาจากไหนกัน
"เธอเอาอะไรคิด คนอย่างพี่นี่นะจะออกอาการ ไม่มีทางซะหรอก"
ผมโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้จนแพตตี้ได้แต่ออกอาการฮึดฮัดถอยทัพก้มหน้าก้มตากินข้าว เมื่อเธอกินข้าวไม่ตอบโต้อะไรกลับมาทำให้ผมต้องหันไปลงมือกินข้าวบ้าง ผมรู้สึกว่าการกินข้าวกับแพตตี้ครั้งนี้อาหารมันมีรสชาติดีเป็นพิเศษไม่จืดชืด
"ทำไมพี่ถึงรู้สึกว่าวันนี้กับข้าวคณะพี่มันรสชาติดีเป็นพิเศษแพตตี้คิดเหมือนกันกับพี่ไหม"
เมื่อแพตตี้นั่งกินข้าวไม่สนใจผมจึงต้องเป็นฝ่ายเริ่มชวนเธอคุยก่อนเพื่อไม่ให้มันเงียบจนเกินไป
"ก็งั้นๆแหละค่ะ แต่ถ้าได้นั่งกับคนถูกใจมันคงจะดีกว่านี้มาก"
แพตตี้มองผมด้วยหางตาเธอไม่คิดจะยอมแพ้ผมเลยสินะ ผมพูดอะไรออกไปเธอตอกกลับผมทุกคำ ผมกำลังจะอ้าปากโต้แต่ต้องชะงักค้างไว้เมื่อมีเสียงเรียกดังขึ้นมาทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมอง
"พี่ดิวขาข้าวฟ่างมาแล้วค่ะ รอข้าวฟ่างนานไหมคะ"
ข้าวฟ่างเคยมีซัมตึงกับผมครั้งหนึ่งเราสองคนเจอกันที่ผับ เธอเรียนนิเทศปีหนึ่งเหมือนกับแพตตี้ วันนี้เธอส่งข้อความมาหาบอกจะมากินข้าวด้วย ผมไม่ติดอะไรอยู่แล้วถ้าอยากมาก็มา ตอนนี้ข้าวฟ่างกำลังเปิดศึกเธอยืนออดอกมองแพตตี้เพื่อกดดันให้แพตตี้ลุกออกและยกที่นั่งข้างผมให้เธอ
"ตรงนี้ไม่ว่างถ้าอยากจะนั่งก็ไปหาที่อื่น เพราะฉันจะไม่ลุกไปไหนทั้งนั้น"
นอกจากแพตตี้จะไม่สนใจสายตากดดันแกมข่มขู่นั่นเธอกลับเป็นฝ่ายแหวใส่จนข้าวฟ่างคิ้วกระตุก
"เธอไม่เห็นเหรอว่าฉันมาหาพี่ดิวเพราะพี่ดิวนัดฉันมากินข้าวด้วย และที่นั่งข้างๆพี่ดิวมันเป็นของฉัน"
ผมนั่งเงียบมองสองสาวเขาตอบโต้กันไปมา ผมก็อยากรู้ว่าแพตตี้จะทำยังไง สุดท้ายแล้วแพตตี้ไม่ยอมลุกครับและเป็นฝ่ายทำให้ผมช็อคหนักกว่าเดิม
"ที่รักขา ข้าวฟ่างเขาอยากได้ที่นั่งข้างๆที่รักทำไงดี เค้าจำเป็นต้องลุกให้ข้าวฟ่างนั่ง แล้วทีนี้เค้าก็ไม่มีที่นั่งเค้าขอนั่งตักที่รักนะคะ"
แพตตี้ลุกขึ้นยืนแล้วเปลี่ยนมานั่งบนตักผมแทนแบบไม่บอกไม่กล่าวแถมยังใช้ท่อนแขนเล็กเรียวยาวโอบกอดรอบลำคอพอหลวมๆ ไม่เพียงแค่นั้นเธอยังโน้มใบหน้าสวยเข้ามาใกล้ปลายจมูกแทบชนกัน เสียงหวานๆของแพตตี้ออดอ้อนน่ารักจนทำให้ผมแทบละลายหัวใจเต้นโครมครามสั่นระรัวกับการจู่โจมไม่ทันตั้งตัว
"กรี๊ด กรี๊ด นี่เธอ มันจะมากไปแล้วนะลุกออกไปจากตักพี่ดิวเดี๋ยวนี้เลย"
เสียงกรีดร้องของข้าวฟ่างดังขึ้น เธอพุ่งตรงเข้ามาเพื่อจะจับข้อมือของแพตตี้แต่ถูกผมปัดออกไปเสียก่อนถึงตัว
"เธอมีสิทธิ์ะไรมาทำอย่างนี้กับคนของพี่ และรู้เอาไว้ด้วยที่ตรงนี้เป็นของแพตตี้คนเดียว ส่วนเธอกลับไปซะก่อนที่พี่จะหมดความอดทนแล้วไม่ต้องมาหาพี่อีก"
ผมตะคอกเสียงดังด่าข้าวฟ่างอย่างไม่ไว้หน้า ผมไม่ชอบที่เธอแสดงตัวเป็นเจ้าของทั้งที่เรื่องระหว่างเราไม่มีอะไรกันไปมากกว่านี้เธอรู้ดีแต่กลับล้ำเส้นมาหาเรื่องคนอื่น ที่สำคัญผมโกรธและโมโหมากที่เธอกล้าคิดจะทำร้ายแพตตี้
"แต่พี่ดิวคะ" ข้าวฟ่างพูดไม่ทันจบ
"พี่บอกให้กลับไปข้าวฟ่าง"
ผมทำหน้าดุใส่ข้าวฟ่างก่อนจะพูดสั่งเสียงเข้มเพื่อเป็นการตัดบท ใบหน้าของผมยังตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดทำให้ข้าวฟ่างที่ยืนมองผมเกิดอาการหวาดหวั่นและเดินหนีออกไปในที่สุด ผมถอนหายใจอย่างโล่งอกและละสายตาจากข้าวฟ่างเพื่อสำรวจยัยแสบที่ยังคงนั่งอยู่บนตักไม่คิดจะลุกออกไปไหน ผมมองตามสายตาของแพตตี้ที่ยังคงมองตามหลังข้าวฟ่างไปและเหยียดยิ้มเยาะเย้ยอย่างสะใจ ผมได้แต่ทำหน้าเหนื่อยใจไม่รู้ว่าคิดถูกคิดผิดกางปีกปกป้องยัยตัวแสบที่เพิ่งจะก่อหวอดให้ผม
แพตตี้ไม่แม้แต่จะหันมามองหน้าคนที่เพิ่งช่วยเธอรอดพ้นจากการถูกทำร้าย สายตาเธอยังคงอยู่ที่ข้าวฟ่างและเอาตูดเด้งๆถูไปถูมาบนตักทำให้สัมผัสถูกหนอนน้อยจำศีลจนมันตื่นกลายร่างอยู่ไม่สุข
ผมถึงกับสติหลุดตบะแตกเผลอเอามือของผมไปสัมผัสความนุ่มนิ่มของต้นขาขาวๆลูบไปมาอยู่อย่างนั้นแพตตี้สะดุ้งเฮือกเธอเหมือนจะรู้ตัวจึงหันขวับกลับมามองผมทันที แพตตี้กำลังจะดีดตัวลุกออกตักแต่มือของผมไวรั้งเอวคอดกิ่วของเธอทันและรั้งตัวเธอเข้ามาใกล้แบบไม่ทันตั้งตัวทำให้หน้าอกมหึมาของเธอปะทะบดเบียดตรงหน้าอกของผม บางอย่างที่นอนสงบนิ่งตั้งชันเหยียดยาว แพตตี้ได้สติเธอจึงปัดมือผมออกจากต้นขาของเธอและดีดตัวออกจากตักผมอัติโนมัติได้แต่เสียดาย ผมเงยหน้ามองใบหน้าดื้อรั้นของเธอขึ้นสีระเรื่อจนกระทั่งเริ่มแดงกร่ำ ดีที่เพื่อนของผมมองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างผมกับแพตตี้
"แพตตี้ หยุดเลยแกนั่งลงเดี๋ยวนี้คนอื่นมองกันใหญ่แล้ว"
กันยาที่นั่งอยู่ใกล้ๆคงเห็นแพตตี้กำมือแน่นและกำลังจะพุ่งใส่ผมเธอจึงดึงมือแพตตี้ไว้ก่อนคงกลัวเกิดเรื่อง
"โห!แพตตี้เล่นแบบนี้คนอื่นก็ตายไปเลยสิครับ"
ไอ้ตาต้าแซวแพตตี้ไม่หยุด มันไม่เคยเห็นผมปล่อยให้สาวๆขึ้นมานั่งตักสักคนถ้าคนนั้นไม่สำคัญพอ
"เอ่อ... มันก็แค่การแสดงค่ะแพตตี้ไม่ชอบถูกแย่งเก้าอี้ทั้งที่เราก็นั่งก่อน แพตตี้เล่นแรงไปหน่อยขอโทษพี่ๆด้วยนะคะ"
แพตตี้หน้าเหวอตอบติดๆขัดๆในช่วงแรกก่อนปรับให้มันปกติและกล่าวขอโทษเพื่อนของผมสามคนที่จ้องจับผิดแพตตี้
"พวกเราอิ่มกันแล้วใช่ไหมกลับคณะกันก่อนดีกว่า คนมองกลุ่มเราใหญ่แล้ว พี่รุจคะวันหน้านิชาจะมากินข้าวด้วยกันอีกนะคะ"
กลุ่มสาวๆเดินออกไปจนหมดเหลือแค่พวกผม
"เป็นไงล่ะมึงถึงกับค้างไปไม่เป็นเลยล่ะสิ สงสัยงานนี้มึงคงตกม้าตายแล้วล่ะ"
ไอ้ตาต้ามันแซวผมที่ยังคงนั่งนิ่งค้างอยู่ตรงเดิมไม่พูดไม่จา
"หึ หึ"
ผมหันขวับไปมองไอ้เตมันหัวเราะเยาะซ้ำเติมผมอีกคน
"มึงคงชอบน้องเข้าแล้วไหมล่ะ"
ไอ้รุจมันก็เป็นไปกับเขา พวกเพื่อนผมพากันรุมเหน็บผมใหญ่เลย
"เสืออย่างกูไม่มีวันสิ้นลายเพราะใครง่ายๆหรอก พวกมึงก็รู้ถ้ากูล่ายังไม่อิ่มกูก็ยังไม่หยุด"
ยอมรับว่าแพตตี้ทำผมเสียทรงเก็บอาการไม่อยู่
"กูจะรอดูคนปากเก่งแบบมึง ร้องเหมียวๆเดินตามเจ้าของ"
ไอ้เตยังเหน็บผมไม่พักปากมันพอๆกับสองคนนั้นนานๆพูดทีแต่มันเล่นผมจนจุกไปไม่เป็นเหมือนกัน
"ไอ้ดิวมึงจะขึ้นเรียนได้ยัง มองน้องเขาค้างขนาดนั้นไม่ตามไปเรียนกับเขาด้วยล่ะ"
ไอ้ตาต้าเรียกผมขึ้นเรียน พวกมันสามคนลุกจากโต๊ะตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวอีกทีพวกมันเดินออกไปไกลแล้ว ผมอยากตามไปเหมือนกัน อยากจัดการตัวการที่ทำให้น้องชายตื่นหนักๆ สักยกสองยก
