บทที่ 7 เรื่องในอดีต
ตอนที่ 7
เรื่องในอดีต
“จริง ๆ แล้ว…ผู้ชายที่เธอชอบเองก็ไม่ได้ดูจะผลักไสอะไรหรอกนะ”
แป้งหอมเล่าต่อ สีหน้าเคร่งลง
“เขายังคุยกับเธอเหมือนเพื่อนปกติเรื่อยมา จนทำให้คนรอบข้างรวมทั้งตัวพี่เขาเองเริ่มเข้าใจผิดไปไกล คิดว่าผู้ชายชอบตัวเอง”
“สุดท้ายวันหนึ่ง ผู้ชายก็เหมือนจะมีผู้หญิงเข้าหา พี่คนที่เสียเลยโมโห เดินไปถามตรง ๆ ว่ามันคืออะไรกันแน่”
ลีน่าเบิกตากว้าง
“แล้วเขาตอบว่าไง?”
“ผู้ชายก็บอกไปตรง ๆ เลย ว่าไม่เคยคิดอะไรเกินกว่าเพื่อน ไม่เคยให้ความหวังด้วยซ้ำ”
น้ำชาขมวดคิ้ว
“แรงป่ะ…”
แป้งหอมถอนหายใจแผ่ว
“ใช่…สำหรับคนที่ทุ่มเททั้งใจ มันแรงเกินไป พี่เขาพูดทั้งน้ำตา ว่าถ้าไม่คิดอะไร ทำไมถึงทำให้เหมือนมีความหวัง”
“แต่ผู้ชายก็ตอบแค่ว่า ฉันไม่เคยให้ความหวังเธอสักหน่อย …คำพูดสั้น ๆ แค่นี้แต่ทำให้พี่เขาเจ็บปวดมาก ๆ ”
เธอเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเล่าต่อด้วยเสียงเบาลง
“แล้วเรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้น…พี่คนนั้นเหมือนจะเสียใจมาก เผลอกินยาเกินขนาด บางคนก็บอกว่าเป็นการประชดชีวิต บางคนก็บอกว่าอยากเรียกร้องความสนใจจากผู้ชาย แต่สุดท้ายก็ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย…เห็นว่าเป็นเจ้าหญิงนิทราไปหลายเดือนก่อนที่จะเสีย”
“ก็คงกลายเป็นตราบาปที่ติดตัวผู้ชายคนนั้นไปตลอดชีวิตสินะ…”
น้ำชาพึมพำเสียงเศร้า ใบหน้าสลดลงอย่างห้ามไม่อยู่
แป้งหอมส่ายหน้าเบา ๆ
“ไม่หรอก…เท่าที่ฉันอ่านเรื่องราวมา มันก็ไม่ได้เป็นความผิดของผู้ชายทั้งหมด พี่คนนั้นต่างหาก ที่เผลอทุ่มใจมากเกินไป ทั้งที่อีกฝ่ายไม่เคยให้ความหวังเลยด้วยซ้ำ สุดท้ายคนที่คิดไปเองก็คือตัวเราเองนี่แหละ”
“แสดงว่า...พี่คนที่อยู่ในบอร์ดคือคนนั้นนะสินะ”
“อื้อ...แต่ฉันตามสืบต่ออยู่นะว่าผู้ชายสองคนนั้นเป็นใคร แต่ก็ไม่มีข้อมูลอะไรเลย ถ้าให้เดาก็น่าจะอยู่ปีสามล่ะมั้ง”
“หรือว่าลาออกไปแล้ว”
“ไม่แน่ใจเหมือนกัน...”
“แล้วผู้ชายคนที่ตามจีบ คนที่อยู่ข้าง ๆ มาตลอดจะเสียใจแค่ไหนกันนะ”
“นั่นนะสิ...”
บรรยากาศเงียบลงชั่วครู่ ก่อนที่ลีน่าจะปรบมือเสียงดัง
“เอาล่ะ ๆ พอได้แล้วเถอะ ถึงเวลาเข้าเรียนแล้ว รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวอาจารย์เช็กชื่อ”
ทั้งสามคนจึงค่อย ๆ เดินออกจากหน้าบอร์ด ทิ้งภาพรอยยิ้มสดใสของรุ่นพี่ในกรอบเก่า ๆ ไว้เบื้องหลัง ราวกับความลับที่ยังไม่ถูกคลี่คลาย
ช่วงบ่าย
แดดบ่ายคล้อย ลมพัดแรงพอให้ใบไม้แห้งปลิวว่อน
ไดม่อนนั่งเอนหลังบนม้านั่งหินอ่อนหน้าตึกคณะ มือข้างหนึ่งถือขวดน้ำอัดลม อีกข้างพาดพนักอย่างสบาย ๆ ข้าง ๆ กันคือ เวย์และปอร์เช่ที่นั่งคุยเล่นไปหัวเราะไป
เสียงหัวเราะหยุดลงชั่วขณะเมื่อกลุ่มนักศึกษาผู้หญิงสามคนเดินผ่านมา น้ำชากับเพื่อนสนิท ลีน่าและแป้งหอม
เวย์หรี่ตาแล้วแสยะยิ้มทันที
“เห้ย…เห็นน้องคนสวยอีกแล้วว่ะ”
ก่อนจะหันไปสะกิดแขนเพื่อน
“ไอ้เช่ มึงเดินไปทักหน่อยดิ”
ปอร์เช่ทำตาโตรีบโบกมือปฏิเสธ
“ไม่เอา กูกลัวไอ้ไดมันหึง”
คำพูดนั้นเรียกเสียงหัวเราะหึในลำคอจากเวย์ทันที ในขณะที่ไดม่อนนั่งเฉย สีหน้าเรียบนิ่ง แต่สายตาคมกริบกลับเหลือบไปตามร่างบางที่กำลังเดินผ่านไปด้านหน้าอย่างไม่ให้ใครจับได้
“กูจะไปหึงมันทำไมกัน”
“อ้าวก็เด็กมึงไม่ใช่เหรอ...”
“ไม่ใช่”
“อ๋อ...งั้นวันนั้นที่รถโยกคงไม่ใช่คนนี้สินะ”
เวย์หลุดปากแซว เสียงดังจนไดม่อนเกือบสำลักน้ำอัดลม
“นี่....มึงหุบปากไปเลย รถโยกอะไรของมึง”
“ยังต้องให้อธิบายอีกเหรอ ก็...”
“พอ”
“น้ำชา! นี่บังเอิญจังเลย เจอกันอีกแล้วนะ”
สายลมวิ่งเข้ามาหยุดตรงกลุ่มผู้หญิง รอยยิ้มกว้างเต็มใบหน้า ก่อนจะยืนคุยกับน้ำชาเหมือนตั้งใจให้ทุกคนเห็นชัด ๆ โดยเฉพาะคนที่นั่งกอดอกอยู่ไม่ไกล
น้ำชาชะงักไปนิด แต่ก็ยกยิ้มตอบเพื่อตามมารยาท
“อ้าว…พี่สายลม”
“กำลังจะไปไหนกันเหรอ”
“อ๋อ...จะไปร้านไอติมตรงนั้นค่ะ”
“ไปถูกรึเปล่า มาเดี๋ยวพี่พาไป”
สายลมรีบก้าวตามไปทันที ร่างสูงหันกลับมามองทางโต๊ะที่ไดม่อนนั่งอยู่ ริมฝีปากยกยิ้มเล็ก ๆ พร้อมยักคิ้วให้หนึ่งทีเป็นการท้าทาย
ไม่นานสายลมเดินกลับมาทางสนามอีกครั้ง สีหน้ายังยิ้ม ๆ อยู่ แต่ก้าวขามั่นใจเหมือนไม่ได้คิดจะหลบใคร
ทว่าตรงทางเดินกลับมีเวย์กับปอร์เช่ยืนดักรออยู่พอดี ทั้งสองมองหน้ากันแวบหนึ่ง ก่อนที่เวย์จะเป็นฝ่ายเปิดปาก
“ไอ้ม่อน…มันบอกให้มึงไปเจอที่ข้างตึก”
น้ำเสียงไม่ได้ดังมาก แต่กดต่ำพอให้รู้ว่าไม่ใช่คำเชิญเล่น ๆ
สายลมหยุดก้าวเล็กน้อย คิ้วข้างหนึ่งยกขึ้น
“เรื่องอะไรวะ กูต้องไป?”
ปอร์เช่กอดอก มองหน้าเขาตรง ๆ
“ไปถามมันเองสิ”
“เหอะ...แล้วถ้ากูไม่ไปล่ะ”
“ทำไม มึงกลัวมันรึไง”
ชายหนุ่มขยับก้าวเข้าใกล้หนึ่งก้าว มองสบตาตรง ๆ ก่อนพูดชัดถ้อยชัดคำ
“เปล่า แค่ไม่อยากเห็นหน้ามัน ฝากบอกมันด้วยว่าขอบคุณที่ลดตัวมาเล่นกับกู ส่วนเรื่องที่มันเคยขอเห็นทีจะทำให้ไม่ได้ ถ้าอดทนไม่ไหวล่ะก็ กูอนุญาตให้มาต่อยกูได้”
สิ้นคำสายลมก็ยักคิ้วให้แบบกวนประสาท ก่อนหมุนตัวเดินหนีออกไปอย่างไม่แยแส
