บทที่ 5 สัญญาคือ โซ่ตรวน
กวินท์ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินออกจากห้องประชุม ไปพร้อมกับเลขาฯ ทิ้งให้พริมรตายืนหายใจหอบ ด้วยความโมโหปนเปความสับสนอยู่กลางห้องประชุมเพียงลำพัง
อีตาบ้า!!!!!
พริมรตากรีดร้องในใจ
…
เสียงกริ่งนาฬิกาปลุกดังลั่นตอนหกโมงเช้า พริมรตาสะดุ้งตื่นขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับถุงใต้ตาที่คล้ำหนา คืนที่ผ่านมาเธอแทบไม่ได้นอนเลยสักนิด เพราะหลังจากกลับมาจากพรีเซนส์งาน ภาพใบหน้าคมคายและเสียงที่เต็มไปด้วยความกระด้างของเขา ยังคงตามมาหลอกหลอนเธอ ถึงในความฝันทั้งคืน!
และที่น่าเจ็บใจยิ่งกว่านั้น... ในความฝัน คอนโดหรูที่เธอเห็นเขาพักอาศัยอยู่ ดันมีฉากกั้นไม้ระแนงแบบเดียวกับที่เธอเถียงกับเขาในห้องประชุมเป๊ะๆ แย่ที่สุดก็ตรงที่ในฝัน...เขาคว้าร่างเธอเข้าไปกอดแล้วหัวเราะหึๆ ข้างหูอีกต่างหาก!
"กรี๊ด! บ้าไปแล้วยัยพริม! เอาอีตาหน้ายักษ์นั่นมาเป็นสามีในฝันได้ยังไงเนี่ย!" พริมรตาโวยวายกับตัวเองพลางเอามือตีแก้มเบาๆ เพื่อเรียกสติที่ดูเหมือนจะสับสน
พริมรตารีบจัดเตรียมตัวอย่างวัสดุ ทั้งแผ่นไม้ระแนง ตัวอย่างกระจกโค้ง และแผ่นหินอ่อนนำเข้า ใส่กระเป๋าเดินทางใบโต นั่งรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังออฟฟิศของกวินทร์ กรุ๊ป ตั้งแต่ไก่โห่เพื่อมารอตามนัดแปดโมงเช้า
ทว่าเมื่อมาถึงห้องทำงานสุดหรูของท่านประธานบนชั้นสูงสุด พริมรตากลับพบเพียงความว่างเปล่า เลขากรณ์ยิ้มสุภาพพลางผายมือเชิญให้นั่งรอ พร้อมกับแจ้งข่าวที่ทำเอาเธอแทบตกเก้าอี้
"ยินดีด้วยนะครับคุณพริม บอร์ดบริหารและท่านประธานลงความเห็นเรียบร้อยแล้วครับว่า... บริษัทของคุณพริมคือผู้ชนะการประมูลงานออกแบบตกแต่งคอนโดมิเนียมโครงการนี้ครับ"
"จริงเหรอคะ?!" พริมรตาเบิกตาตากว้าง มือที่กำลังถือแก้วกาแฟสั่นระริก "แต่... แต่เมื่อวานท่านประธานสับแบบของฉันซะเละเทะเลยนะคะ แถมยังบอกว่าฉันพูดเอาแต่สวยงามอย่างเดียวอีก!"
"นั่นเป็นวิธีทดสอบของคุณวินท์เขาน่ะครับ" เลขากรณ์หัวเราะเบาๆ อย่างมีเลศนัย
"ถ้าสถาปนิกคนไหนใจไม่สู้ โดนซักนิดหน่อยก็ยอมถอยหรือเปลี่ยนแบบตามใจลูกค้าโดยไม่มีหลักการ คุณกวินท์จะไม่ใช้บริการเด็ดขาด แต่คุณพริมสู้กลับด้วยเหตุผล แถมยังเอาชนะความดื้อของคุณกวินท์ได้ บอร์ดบริหารทุกคนเลยประทับใจมากครับ"
พริมรตาแอบถอนหายใจยาว ความโกรธแค้นเมื่อวานมลายหายไปสิ้น กลายเป็นความภาคภูมิใจในงานของตัวเอง แต่อารมณ์ดีใจก็คงอยู่ได้เพียงไม่กี่วินาที เมื่อเลขาหนุ่มเปิดแฟ้มสัญญาฉบับจริงออกตรงหน้า
"แต่มีเงื่อนไขพิเศษเพิ่มเติมในสัญญาข้อที่เก้าครับที่คุณวินท์กำชับไว้เป็นพิเศษ"
"เงื่อนไขพิเศษ? ข้อไหนคะ?" พริมรตรีบรีบก้มลงอ่านตัวหนังสือบนเอกสารทันที
'ข้อ 9: เนื่องจากเป็นโปรเจกต์ระดับอัลตราลักชัวรีที่มีความซับซ้อนสูง ผู้ออกแบบหลัก จะต้องมานั่งปฏิบัติงาน ที่ห้องทำงานสำรอง ภายในออฟฟิศของ กวินทร์ กรุ๊ป เป็นระยะเวลาหกเดือน เพื่อความสะดวกในการตรวจแบบ ปรับแก้ไข และประสานงานได้ตลอด 24 ชั่วโมง'
"24 ชั่วโมง?!" พริมรตาร้องเสียงหลง
"นี่มันสัญญาจ้างงาน หรือสัญญาขายตัวกันแน่คะคุณกรณ์! ทำไมฉันต้องย้ายมานั่งทำงานที่นี่ด้วย บริษัทของฉันก็มีออฟฟิศนะ!"
"โปรเจกต์นี้มีมูลค่าสัญญาตกแต่งสี่สิบล้านบาทนะครับคุณพริม" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นจากทิศทางประตูห้องทำงาน
กวินท์เดินก้าวยาวๆ เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มอยู่ในชุดเชิ้ตสีขาวปลดกระดุมเม็ดบน แขนเสื้อถูกพับขึ้นถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนกำยำ ลุคนี้ดูอันตรายและทรงเสน่ห์ยิ่งกว่าเมื่อวานหลายเท่าตัว เขามองพริมรตาด้วยสายตาแพรวพราวที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเรียบตึง
"สี่สิบล้านบาท... กับการที่คุณย้ายมานั่งทำงานที่นี่หกเดือน มันไม่คุ้มตรงไหนครับ คุณสถาปนิก?"
พริมรตารีบลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับท่านประธานหนุ่มทันที แม้ตัวเธอจะสูงแค่ระดับอกของเขา แต่สายตาที่ส่งไปกลับไม่ยอมแพ้แม้แต่น้อย
"มันคุ้มในแง่เม็ดเงินค่ะท่านประธาน แต่ในแง่สิทธิมนุษยชนและการทำงาน มันคุกคามเกินไปค่ะ! การที่ฉันต้องมานั่งทำงานในถ้ำเสือ... เอ่อ หมายถึง ในออฟฟิศของคุณตลอดเวลา แถมบอกว่าประสานงานได้ยี่สิบสี่ชั่วโมง มันหมายความว่าฉันจะไม่มีเวลาส่วนตัวเลยนะคะ!"
ชายหนุ่มยิ้มมุมปากเบาๆ เขายื่นมือไปหยิบตัวอย่างแผ่นหินอ่อนในกระเป๋าเดินทางของเธอขึ้นมาถือไว้ ลูบไล้พื้นผิวสัมผัสอย่างเบามือ
"ผมไม่ได้หมายความว่าผมจะเรียกใช้คุณตอนตีสองตีสามเสียหน่อย... เว้นแต่จะมีเคสฉุกเฉินจริง" กวินท์ก้าวเข้ามาใกล้เธออีกหนึ่งก้าว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของเขา ลอยฟุ้งจนพริมรตาต้องแอบสูดหายใจเข้าลึกอย่างลืมตัว
"อีกอย่าง การที่คุณอยู่ที่นี่ ผมจะได้ 'จับตาดู' การทำงานของคุณอย่างใกล้ชิด... รวมถึงเรื่อง 'สัมผัส' และรายละเอียดงานที่คุณสัญญาไว้ว่าจะนำมาพิสูจน์ด้วย"
คำว่า 'สัมผัส' ที่เขาเน้นเสียงเป็นพิเศษ ทำเอาพริมรตานึกถึงฉากในฝันเมื่อคืนขึ้นมาจนหน้าแดงแปร๊ดไปถึงใบหู
"ฉันไม่ยอมรับเงื่อนไขนี้ค่ะ! ฉันจะขอตัดข้อนี้ออกจากสัญญา ไม่งั้นบริษัทของฉันคงต้องขอปฏิเสธงานนี้!" พริมรตาเชิดหน้าท้าทาย
"งั้นเหรอ?" กวินท์หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดสายหาใครบางคน กดเปิดลำโพงอย่างเรียบเกรอย "สวัสดีครับเฮียชัย... พอดีคุณพริมรตาบอกว่าอยากปฏิเสธสัญญาสี่สิบล้านบาท เพราะไม่อยากมานั่งทำงานที่ออฟฟิศผม..."
"เฮ้ย! ยัยพริม! แกบ้าไปแล้วเหรอ!" เสียงกรีดร้องของหัวหน้าบริษัทพริมรตาดังลั่นมาจากปลายสาย
"ท่านประธานกวินท์ครับ! อย่าไปฟังยัยพริมนะครับ! เดี๋ยวนี้เลย! ยัยพริม! แกเซ็นสัญญเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้าแกปฏิเสธงานนี้ แกเตรียมตัวยื่นใบลาออกแล้วไปหางานใหม่ได้เลย!"
กวินท์กดตัดสายพลางยักคิ้วให้สถาปนิกสาวอย่างเป็นต่อ "ว่าไงครับ? จะเซ็นสัญญา หรือจะไปหางานใหม่?"
พริมรตากำปากกาในมือแน่นด้วยความเจ็บใจ นึกขุ่นแค้นที่อีตาบอสแกล้งเอาหัวหน้ามาบีบฉัน!
"เซ็นค่ะ!" พริมรตากัดฟันตอบ ตะปบปากกาเซ็นชื่อตัวเองลงในสัญญาลงนามอย่างแรงจนกระดาษแทบขาด
"แต่ฉันขอเพิ่มเงื่อนไข! ฉันจะทำงานเฉพาะเวลาราชการ แปดโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นเท่านั้น นอกเหนือจากนี้ ถือว่าเป็นเวลาส่วนตัว ท่านประธานไม่มีสิทธิ์สั่งงาน!"
"รวมถึงเรื่องฝันด้วยหรือเปล่า?" ท่านประธานหนุ่มพึมพำเสียงเบาในคอ
"คะ? คุณพูดว่าอะไรนะคะ?" พริมรตาขมวดคิ้ว
"เปล่า" กวินท์ชักสีหน้าให้กลับมาเรียบตึงอย่างรวดเร็ว เขารับสัญญาคืนมาถือไว้
"ยินดีที่ได้ร่วมงานกันครับ คุณพริมรตา... โต๊ะทำงานของคุณถูกจัดไว้เรียบร้อยแล้ว อยู่หน้าห้องทำงานของผมเอง เดินออกไปก็เจอเลย"
"หน้าห้องทำงานของท่านประธาน?!" พริมรตาอุทาน "นั่นมันโต๊ะของเลขาฯ หรือเปล่าคะ?"
"เลขาฯ กรณ์มีโต๊ะข้างในแล้ว โต๊ะข้างนอกนั่นเป็นของคุณ" กวินท์กล่าวด้วยน้ำเสียงเผด็จการไร้ทางเลือก
"เพื่อความสะดวกในการเรียกใช้... ตรวจงานน่ะครับ"
พริมรตาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้กุมขมับ เธอพยักหน้ารับคำอย่างจำใจ ก่อนจะแบกกระเป๋าเดินทางใบโตเตรียมเดินออกจากห้อง แต่ทว่ากวินท์กลับคว้าข้อมือเล็กของเธอไว้เสียก่อน!
สัมผัสจากฝ่ามืออุ่นหนาของเขาที่กุมรอบข้อมือเธอ... มันช่างเหมือนกับอ้อมกอดและสัมผัสในความฝันไม่มีผิดเพี้ยน!
พริมรตาช็อกจนตัวเกร็ง หันกลับมามองหน้าเขาด้วยหัวใจที่เต้นรำระทึก กวินท์เองก็ชะงักไปเช่นกัน ชายหนุ่มมองข้อมือเล็กในมือตัวเองด้วยสายตาที่ลึกซึ้งและสับสน เขาค่อยๆ ปล่อยมือออกอย่างอ้อยอิ่ง
"มีอะไรอีกเหรอคะ...?" พริมรตาถามเสียงเบาหวิว
กวินท์กะพริบตาเรียกสติ ปรับสายตาให้เป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตรงมุมปาก
"พรุ่งนี้อย่าลืมเอาแว่นตาสำรองมาด้วยล่ะ... เพราะผมคิดว่างานนี้ คุณคงต้องเพ่งแบบแปลนจนตาแฉะแน่นอน"
พริมรตาหมุนตัวเดินออกจากห้องทำงานไปทันทีด้วยใบหน้าเห่อร้อน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังก้าวขาเข้าสู่ถ้ำเสือร้ายที่พร้อมจะฮุบเธอลงท้องได้ทุกเมื่อ! โดยที่ไม่รู้เลยว่า ท่านประธานจอมเนี๊ยบที่ยืนมองตามหลังเธอไปนั้น... กำลังยกมือข้างที่เพิ่งจับข้อมือเธอขึ้นมาจรดริมฝีปากเบาๆ พร้อมกับยิ้มออกมาด้วยความหวังที่เต็มเปี่ยม!
ทั้งสัมผัส ทั้งกลิ่น เป็นเธอจริงๆ ด้วย!
