บทที่ 8 ปฏิบัติการลองเชิง
ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารในร้านอาหารไทยบรรยากาศอบอุ่น ราวกับโลกทั้งใบถูกกดปุ่มหยุดหมุนกะทันหัน เสียงดนตรีบรรเลงเบาๆ และเสียงคุยจอกแจกของลูกค้าโต๊ะอื่นกลายเป็นเพียงเสียงแว่วที่ฟังไม่ออกความ พริมรตานั่งอ้าปากค้าง ดวงตาโตภายใต้แว่นตากรอบหนาเบิ่งกว้างด้วยความตื่นตะลึงขั้นสุด มือที่ถือช้อนค้างไว้สั่นระริกจนต้องรีบวางลงบนจานเพื่อไม่ให้มันกระทบกันส่งเสียงดัง
"คั้... คุณกวินท์พูดอะไรนะคะ?" พริมรตาพยายามเค้นเสียงออกมาจากลำคอที่แห้งผาก ใบหน้าที่เคยขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความเขินซีดเผือดลงเล็กน้อย "ฝันเรื่องเดียวกัน... มีฉันอยู่ในฝัน... สามปี... นี่มันเรื่องตลกอะไรกันคะ? คุณกำลังพยายามจะแกล้งปั่นหัวฉันใช่ไหม?"
กวินท์มองท่าทางสติแตกของสถาปนิกสาวอย่างใจเย็น เขาวางช้อนส้อมลงบนจาน รวบมือประสานกันบนโต๊ะ นัยน์ตาคู่คมจ้องมองเธอนิ่งด้วยความจริงจริงจังอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
"คุณคิดว่าคนอย่างผม มีเวลาว่างพอจะมานั่งแต่งเรื่องโกหกไร้สาระเพื่อปั่นหัวพนักงานเหรอครับ พริม?" กวินท์ใช้น้ำเสียงทุ้มต่ำและเรียกชื่อเล่นของเธออย่างเป็นธรรมชาติ "ในฝันนั้น... ห้องนอนของเราเป็นโทนสีขาวครีม มีระเบียงกว้างมองเห็นทะเล หมอนที่คุณชอบใช้คือหมอนขนเป็ดใบใหญ่สองใบซ้อน และทุกครั้งที่คุณง่วงนอน คุณจะชอบงอแงให้ผมช่วยหวีผมให้... ใช่หรือไม่ใช่ครับ?"
ฉ่า!
ความร้อนพุ่งขึ้นใบหน้าของพริมรตาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมาพร้อมกับความรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง! รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาพูดออกมานั้น... มันคือสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝันของเธอจริงๆ! สิ่งเหล่านั้นไม่เคยถูกบันทึกไว้ในสเก็ตช์ภาพ ไม่เคยเล่าให้ใครฟัง แม้แต่ 'มีน' เพื่อนสนิทที่สุดของเธอ ก็ยังรู้แค่ว่าเธอฝันถึง 'สามีปริศนา' แต่ไม่เคยรู้รายละเอียดลึกซึ้งถึงขนาดเรื่องหมอนหรือการหวีผม!
"คุณ... คุณรู้ได้ยังไง..." พริมรตาพึมพำ น้ำเสียงแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ "นี่มัน... เป็นไปไม่ได้..."
"มันเป็นไปแล้วครับ" กวินท์ยืดตัวขึ้นนิดๆ สายตาจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเธอ "ตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณเดินเข้ามาในห้องประชุมวันนั้น ทันทีที่คุณก้าวเข้ามาใกล้... กลิ่นกายของคุณ น้ำเสียงของคุณ มันคือสิ่งเดียวกับที่ผมสัมผัสและได้ยินมาตลอดสามปี ผมนอนไม่หลับมาสามปีเพราะความฝันเรื่องนี้ จนกระทั่งได้เจอคุณในชีวิตจริง"
พริมรตารู้สึกเหมือนสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะ ความทรงจำในความฝันตลอดสามปีไหลทะลักเข้ามาในหัวราวกับเขื่อนแตก ภาพชายหนุ่มไร้หน้าที่เคยอุ้มเธอ เคยหัวเราะกับเธอ และเคยให้ความอบอุ่นในยามค่ำคืน บัดนี้ซ้อนทับเข้ากับใบหน้าคมคายของ 'ท่านประธานกวินท์' ผู้ชายจู้จี้ เนี้ยบทุกระเบียบนิ้ว และดุราวยักษ์วัดแจ้งตรงหน้านี้อย่างลงตัว!
ตาแก่หน้ายักษ์จอมดุคนนี้เนี่ยนะ... คือสามีอบอุ่นสายเปย์ในฝันของเรา?!
"ฉัน... ฉันขอตัวไปห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะคะ!"
พริมรตาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้โดยไม่รอคำตอบ เธอรีบหมุนตัววิ่งตรงไปยังห้องน้ำหลังร้านทันที ทิ้งให้กวินท์นั่งมองตามหลังไปพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ บนริมฝีปาก ชายหนุ่มถอนหายใจยาว พลางยกมือขึ้นลูบคางตัวเองเบาๆ
ตกใจขนาดนั้นเลยรึไงนะยัยตัวดี... แต่ก็ช่วยไม่ได้ ในเมื่อเธอรู้ความจริงแล้ว ปฏิบัติการรุกจีบของผมจะได้เริ่มขึ้นอย่างจริงจังเสียที
ภายในห้องน้ำหญิง พริมรตากระหน่ำวักน้ำเย็นล้างหน้าหลายต่อหลายรอบ เธอเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจกเงา นัยน์ตาตื่นตระหนก หัวใจยังคงเต้นรำระทึกจนอกเสื้อกระเวียดกระเวียน
"บ้าไปแล้ว! บ้าไปแล้วแน่ๆ!" พริมรตาพึมพำกับตัวเองในกระจก "พรหมลิขิตอะไรกัน! ปาฏิหาริย์อะไรกัน! ทำไมคนในฝันต้องเป็นท่านประธานกวินท์ด้วยล่ะ! แล้วหลังจากนี้ฉันจะมองหน้าเขาทำงานได้ยังไงกันเนี่ย!"
สถาปนิกสาวใช้เวลาสงบสติอารมณ์อยู่ในห้องน้ำเกือบสิบนาที ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ ยืดอกขึ้น พยายามสวมหน้ากาก 'สถาปนิกมืออาชีพ' กลับคืนมา เธอเดินออกจากห้องน้ำกลับมาที่โต๊ะอาหาร แต่พบว่ากวินท์จัดการเช็กบิลเรียบร้อยแล้ว และยืนรอเธออยู่หน้าร้านด้วยท่าทางสงบนิ่ง
"พร้อมกลับไปตรวจไซต์งานต่อหรือยังครับ?" กวินท์ถามด้วยน้ำเสียงปกติ ราวกับเรื่องที่พูดเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
"ค่ะ... พร้อมค่ะท่านประธาน" พริมรตาเน้นเสียงเรียกว่า 'ท่านประธาน' เพื่อสร้างระยะห่าง
กวินท์ยิ้มมุมปาก ไม่ได้ขัดอะไร ชายหนุ่มเดินนำเธอไปที่รถ เปิดประตูฝั่งคนนั่งให้เธออย่างสุภาพ ซึ่งพริมรตาก็รีบก้าวขึ้นรถไปอย่างระมัดระวัง ไม่ยอมให้ผิวกายหรือเสื้อผ้าสัมผัสถูกตัวเขาเลยแม้แต่น้อย
ทว่า กวินท์ไม่ได้ปล่อยให้เธอสร้างระยะห่างได้นานขนาดนั้น... เพราะไซต์ก่อสร้างอาคารในยามบ่าย กำลังจะกลายเป็นเวทีทดสอบ 'สัมผัสที่คุ้นเคย' ของจริง!
รถยนต์ SUV เลี้ยวกลับเข้ามาในบริเวณไซต์งานก่อสร้างอีกครั้ง บรรยากาศยามบ่ายเต็มไปด้วยเสียงเครื่องจักรและเสียงคนงานทำงาน พริมรตาสวมหมวกเซฟตี้กลับเข้าศีรษะ พยายามตั้งสติและจดจ่ออยู่กับแบบแปลนในมือเพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับประธานหนุ่ม
"เราต้องขึ้นไปดูงานระบบไฟและโครงสร้างฝ้าที่ชั้นสิบห้าครับ" กวินท์เอ่ยขึ้นขณะเดินนำเธอไปยังลิฟต์ขนส่งวัสดุชั่วคราวของไซต์งาน
"ชั้นสิบห้าเหรอคะ? ลิฟต์ตัวนี้ดู... ปลอดภัยแน่ใช่ไหมคะ?" พริมรตามองลิฟต์เหล็กโปร่งๆ ที่มีเพียงตาข่ายกั้นด้วยความกังวล
"ปลอดภัยครับ ผมให้ทีมวิศวกรเช็กทุกเช้า" กวินท์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะก้าวเข้าไปข้างในแล้วส่งมือมาให้เธอ "ขึ้นมาสิครับ"
พริมรตามองมือหนาเรียวยาวของเขา แล้วตัดสินใจเมินมือเขานั้น เดินก้าวขึ้นลิฟต์ด้วยตัวเองโดยไม่จับมือเขา กวินท์แอบยิ้มขำในความพยศของเธอ ก่อนจะกดปุ่มให้ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่ชั้นบน
เสียงเครื่องยนต์ลิฟต์ทำงานดังครืดคราดขณะเคลื่อนตัวขึ้นตามโครงสร้างเหล็กด้านนอกอาคาร ลมพัดผ่านตาข่ายเข้ามาทำให้อากาศเย็นสบาย พริมรตายืนชิดมุมหนึ่ง พยายามมองออกไปข้างนอกเพื่อสงบจิตสงบใจ แต่สายตาของกวินท์ที่มองสะท้อนผ่านกระจกข้างกลับจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของเธอตลอดเวลา
เมื่อลิฟต์จอดสนิทที่ชั้นสิบห้า ทั้งคู่ก้าวออกไปสู่พื้นที่โถงกว้างที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง สายไฟและแป๊บเหล็กวางเรียงรายอยู่ตามพื้นอย่างเป็นระเบียบ แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังในการเดิน
"งานระบบฝ้าตรงนี้ทำตามสเปกที่กำหนดไว้ทั้งหมดครับ" พริมรตาเริ่มอธิบายงาน เดินนำกวินท์เข้าไปในห้องเพนต์เฮาส์ที่ยังสร้างไม่เสร็จ สายตาเหม่อมองขึ้นไปบนเพดานพลางชี้จุดงานระบบไฟ "การซ่อนไฟ LED จะช่วยให้..."
แก๊ง!
เสียงเหล็กกระทบกันดังสนั่นขึ้นจากนั่งร้านด้านบน!
พริมรตามองไม่เห็นว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้น วิศวกรคนหนึ่งก็ตะโกนลั่นมาจากอีกฝั่ง "ระวังครับท่านประธาน! ท่อเหล็กร่วง!"
พริมรตาชะงักค้างด้วยความตกใจ หัวสมองสั่งการให้หนีแต่ร่างกายกลับก้าวขาไม่ออก! นัยน์ตาโตภายใต้แว่นตาเบิ่งกว้างมองท่อเหล็กขนาดใหญ่ที่หลุดออกจากนั่งร้านชั้นบนสุด กำลังพุ่งตรงลงมายังจุดที่เธอยืนอยู่อย่างรวดเร็ว!
"พริม! ระวัง!"
หมับ!
ก่อนที่ท่อเหล็กจะตกถึงตัว ร่างสูงใหญ่ของกวินท์ก็พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว! ฝ่ามือหนาคว้าเอวบางของเธอไว้แน่นแล้วออกแรงดึงเต็มรัก คว้าร่างเล็กของพริมรตาเข้ามาปะทะอกแกร่งอย่างจัง ก่อนที่เขาจะหมุนตัวเอาร่างของตัวเองบังเธอไว้ แล้วพาเธอถอยล้มลงไปบนกองทัพกระสอบทรายที่วางอยู่ข้างผนัง!
โครม!!
เสียงท่อเหล็กตกกระทบพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นละอองลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ!
ท่ามกลางความชุลมุนและเสียงตะโกนอย่างตกใจของคนงาน พริมรตานอนแหมะอยู่ใต้ร่างของกวินท์ หัวใจของเธอเต้นระทึกจนแทบจะทะลุออกมานอกอก แขนแข็งแรงของกวินท์ตระกองกอดเรือนร่างของเธอไว้แน่น ร่างสูงของเขากดทับลงมาครึ่งหนึ่งเพื่อปกป้องเธอจากเศษฝุ่นและอันตราย
กลิ่นไม้หอมผสมซีตรัสสะอาดๆ อบอวลฟุ้งไปทั่วอ้อมกอด...
จังหวะหัวใจที่เต้นรัวของกวินท์สะเทือนผ่านแผ่นอกแกร่งมาถึงอกของเธอ เสียงหายใจหอบเหนื่อยของเขาดังอยู่ชิดใบหู และสัมผัสจากอ้อมกอดที่แนบแน่นและอบอุ่นนี้...
สว่างวาบ!
ในหัวของพริมรตาคล้ายมีกระแสไฟฟ้าช็อตอย่างแรง! ความทรงจำในความฝันฉากหนึ่งสว่างวาบขึ้นมาทันที—ฉากในฝันคืนนั้นที่เกิดแผ่นดินไหวเบาๆ และสามีในฝันของเธอก็พุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอมากอดไว้แบบนี้เป๊ะๆ! กลิ่นนี้ จังหวะหัวใจนี้ และความรู้สึกปลอดภัยอันเอ่อล้นนี้... มันคือสิ่งเดียวกันโดยสมบูรณ์แบบ!
"พริม... คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?! เจ็บตรงไหนไหม?!"
กวินท์ยันตัวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมปลาบฉายแววตื่นตระหนกและห่วงใยอย่างที่สุด มือหนาเอื้อมมาจับใบหน้าหวานของเธอ ลูบแก้มเนียนอย่างแผ่วเบาเพื่อตรวจเช็กร่องรอยบาดแผล สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรักและความกลัวว่าจะเสียเธอไป จนคนมองสัมผัสได้อย่างชัดเจน
พริมรตานอนนิ่ง สบสายตาคมคายของเขาในระยะห่างไม่ถึงคิว สัมผัสอุ่นจากฝ่ามือของเขาบนแก้มเธอ... มันคือสัมผัสเดียวกับคนที่กระซิบข้างหูเธอทุกคืน!
"คุณ... คุณกวินท์..." พริมรตาพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าด้วยความตกใจผสมความซาบซึ้งใจ
"ผมอยู่นี่แล้ว... ไม่ต้องกลัวนะ" กวินท์กระซิบเสียงนุ่ม กดจมูกลงบนหน้าผากของเธอเบาๆ โดยไม่รู้ตัว ด้วยสัญชาตญาณความรักและความคุ้นเคยในความฝัน
สัมผัสจูบแผ่วเบาบนหน้าผาก ทำเอาพริมรตาช็อกจนตัวเกร็ง! ความจริงที่เธอพยายามปฏิเสธและคิดว่าเป็นแค่เรื่องตลก บัดนี้ถูกอ้อมกอดและสัมผัสจากชายตรงหน้าพังทลายลงจนหมดสิ้น!
ผู้ชายคนนี้... ท่านประธานจอมเผด็จการคนนี้... คือ 'สามีในฝัน' ของเธอจริงๆ! พรหมลิขิตและความฝันตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่ใช่เรื่องบ้าหรือเรื่องคิดไปเอง แต่มันคือสายใยปาฏิหาริย์ที่เชื่อมโยงเธอกับเขาไว้ด้วยกันตั้งแต่แรก!
