บทที่ 3 ชวนออกงาน

บทที่ 3 ชวนออกงาน

“ไม่มีอะไรมากหรอก แค่จะมาชวนลูกไปงานวันเกิดลุงดำริด้วยกัน พ่ออยากเปิดตัวลูกสาวคนสวยของพ่อจะแย่แล้ว”

ดำรงเอ่ยชวนยิ้มๆ อย่างไม่กดดัน แต่ภายในใจนั้นเขาอยากให้ลูกสาวไปงานนี้

“...”

ลุงดำริเป็นพี่ชายแท้ๆ ของบิดา ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เธอเคยเจอท่านอยู่ไม่กี่ครั้ง ตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอก็มีบิดาเหมือนกับคนอื่นเขาเหมือนกัน

“แต่ถ้าลูกยังไม่อยากไป พ่อก็ไม่บังคับนะ แค่เห็นว่าลูกเก็บตัวมานานเกินไปแล้ว”

เมื่อเห็นลูกสาวคนเล็กอ้ำอึ้งดำรงจึงไม่อยากบังคับ อยากให้ลูกสาวออกงานกับท่านด้วยความสมัครใจและสบายใจมากกว่า ตั้งแต่ที่ท่านได้เจอกับลูกสาวคนนี้เมื่อเจ็ดปีก่อน วันวิวาห์ยอมไปพบกับญาติพี่น้องทางฝ่ายบิดาอยู่บ้าง แต่ถ้าเป็นการออกงานใหญ่ๆ ที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย ลูกสาวของท่านยังไม่เคยยอมไปสักครั้ง แต่ท่านก็เข้าใจดีถึงเหตุผลของลูกสาว

“วันไหนคะคุณพ่อ”

บิดามาชวนเธอออกงานด้วยกันหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ปฏิเสธทุกครั้งไป แต่ครั้งนี้เป็นงานของพี่ชายแท้ๆ ของบิดา เธอจึงไม่อยากปฏิเสธอีก    

“วันเสาร์นี้ลูก”

“ต้องพาน้องวุ่นไปด้วยไหมคะ”

วันวิวาห์เอ่ยถามด้วยความลำบากใจ

“วุ้นอยากพาไปหรือเปล่าล่ะ”

“ไม่ค่ะ ไม่ใช่ว่าวุ้นไม่อยากให้ใครรู้นะคะว่ามีลูก แค่ไม่อยากให้ใครถามถึงพ่อของเขาให้น้องวุ่นได้ยินน่ะค่ะ”

“พ่อเข้าใจๆ ว่าแต่ยอมออกงานกับพ่อแล้วใช่ไหม”

ดำรงถามลูกสาวออกมาด้วยความดีใจไปก่อนแล้ว ส่วนเรื่องที่จะพาวันพิเศษไปด้วยหรือเปล่านั้น ท่านก็ให้ลูกสาวเป็นคนตัดสินใจ

“ค่ะคุณพ่อ”

ถึงเวลาที่เธอต้องเผชิญหน้ากับความเป็นจริงสักที เธอจะมัวหมกตัวอยู่แต่ในคาเฟ่แห่งนี้ไม่ได้แล้ว ถึงเวลาเอาคืน!

“ได้กินขนมฝีมือวุ้นทีไร พ่อหยุดกินไม่ได้ทุกทีเลย”

ดำรงหยิบขนมกลีบลำดวนสลับกับขนมอย่างอื่นที่วันวิวาห์จัดมาให้ขึ้นทานไปเรื่อย ๆ พลางเอ่ยชมฝีมือการทำขนมของลูกสาวอย่างชื่นชม วันวิวาห์ได้รับการถ่ายทอดวิชาการทำขนมไทยมาจากคุณอรวรรณทั้งหมดเลย ต้องขอบคุณไปถึงแม่ของเธอที่จากโลกนี้ไปแล้วด้วย ทำให้กิจการร้านขนมของลูกสาวประสบความสำเร็จ มีลูกค้าติดใจในรสชาติของขนมเป็นจำนวนมาก มีลูกค้าทั้งหน้าร้านและสั่งผ่านออนไลน์

“วุ้นทำไม่หวานมาก จึงทานได้เรื่อย ๆ ค่ะคุณพ่อ”

วันวิวาห์เอ่ยบอกบิดาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุขเมื่อได้พูดถึงการทำขนม เพราะมันเป็นสิ่งที่เธอและแม่ของเธอรัก

“มีความสุขกับการทำขนมแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่จะเข้าไปช่วยงานพ่อที่บริษัทล่ะลูก”

“โธ่ คุณพ่อคะ จะให้วุ้นไปป่วนให้งานของคุณพ่อกับพี่แดนยุ่งกว่าเดิมเหรอคะ คุณพ่อก็รู้ว่าวุ้นไม่มีประสบการณ์การทำงานด้านนั้นเลย”

วันวิวาห์ยิ้มตอบ เธอเรียนจบทางด้านบัญชีจากมหาวิทยาลัยเปิด และกว่าจะเรียนจบก็ใช้เวลานานมากกว่าคนอื่นๆ เพราะเธอมีลูกต้องเลี้ยงและให้ความสำคัญกับวันพิเศษมาเป็นอันดับหนึ่ง แถมเธอก็ไม่เคยได้ออกไปทำงานบริษัทที่ไหนเลยหลังจากเรียนจบ มีประสบการณ์แค่การบริหารดูแลร้านคาเฟ่ “วุ้นวุ่น” เท่านั้น ถ้าต้องให้ไปช่วยงานบิดาเธอกลัวว่าจะไปทำให้บริษัทของท่านเสียหายเปล่าๆ แล้วยิ่งบริษัทของท่านเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เธอยิ่งไม่กล้าเข้าไปช่วยท่านบริหารหรอก ให้แดนเทพพี่ชายต่างมารดาของเธอช่วยบิดาบริหารงานไปน่ะดีแล้ว

“ยังไงพ่อก็เตรียมห้องทำงานไว้ให้ลูกแล้ว วุ้นอยากเข้าไปเที่ยวเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ อ้อ พาเจ้าวุ่นไปด้วยก็ได้นะ อีกหน่อยเจ้าวุ่นโตขึ้นพ่ออยากให้หลานได้ทำงานที่นั่น ช่วยธุรกิจของเราให้มันยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก ลูกคงไม่ขัด”

ธุรกิจของท่านใหญ่โตจนคิดว่าน่าเสียดายที่มีลูกน้อยไปหน่อย ตอนนี้ก็มีแค่ลูกชายคนโตของท่านคนเดียวที่ช่วยบริหารงานด้วยความเต็มใจ แต่ไม่เป็นไร อย่างน้อยก็มีหลานชายที่ดูแววแล้วโตขึ้นไปน่าจะเก่งกาจไม่แพ้กับแดนเทพ

“ถ้าน้องวุ่นอยากเดินตามรอยคุณลุงกับคุณตา วุ้นก็ไม่ขัดค่ะคุณพ่อ”

วันวิวาห์ตอบอย่างไว้เชิง และไม่ได้รับปาก ให้เป็นเรื่องของอนาคตและให้วันพิเศษได้ตัดสินใจเองว่าจะเลือกเส้นทางชีวิตของตนไปในทางใด

“ดีๆ”

ดำรงยิ้มรับกับคำตอบของบุตรสาวพลางยกน้ำชาขึ้นจิบดับกระหาย หลังจากที่ทานขนมแสนอร่อยเข้าไปหลายชิ้น แล้วมองดูหลานชายเพียงคนเดียวคอยช่วยต้อนรับลูกค้าอย่างขะมักเขม้น ก่อนจะเอ่ยถามวันวิวาห์อย่างเอ็นดู

“เจ้าวุ่นขยันแบบนี้ทุกวันไหมเนี่ย”

วันวิวาห์มองตามสายตาของบิดาก่อนจะหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นลูกชายคอยบริการลูกค้านักศึกษาสาวอยู่อย่างตั้งใจ โดยมีพนักงานคนอื่นช่วยประกบคอยดูแลไม่ห่าง

“ไม่ทุกวันหรอกค่ะ วันนี้น้องวุ่นเห็นคุณตามาเลยจะขยันเป็นพิเศษเพื่ออวดน่ะค่ะ”

ทำไมเธอจะไม่รู้จักนิสัยเจ้าลูกชาย ชอบให้คนที่เขารักชม แล้วจะยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงเลยทีเดียว

“คุณตาค้าบ...วุ่นเก่งไหมคับ ช่วยแม่ขายขนมได้ตั้งหลายคนเลยคับ”

วันพิเศษหันมาเห็นคุณตามองเขาอยู่พอดี เลยรีบวิ่งมาเกาะขาแล้วออดอ้อนอย่างน่าเอ็นดู

“หลานตาเก่งมากๆ เก่งที่สุดเลยครับ”

ดำรงต้องรีบเอ่ยชมออกมา พลางลูบหัวหลานชายเบาๆ ด้วยความรักใคร่ พอได้คำชมอย่างที่ต้องการ วันพิเศษก็ยิ้มกว้างก่อนจะเขย่งตัวขึ้นไปหอมแก้มคุณตาอย่างเอาใจ

“วุ่นเก่งเหมือนคุณตาเลยใช่ไหมคับ”

ดำรงอดหัวเราะให้กับความน่ารักของหลานชายไม่ไหว จึงเปล่งเสียงหัวเราะออกมาอย่างอดใจไว้ไม่อยู่ พลางเอ่ยตอบหลานชายอย่างที่เขาต้องการ

“ใช่แล้วครับ”

เมื่อได้คำตอบเป็นที่พอใจวันพิเศษก็วิ่งกลับไปทำหน้าที่เหมือนเดิม วันวิวาห์มองตามหลังลูกชายไปด้วยสายตาทั้งรักและเอ็นดูผสมความหมั่นไส้

“เห้อ...วันนี้พ่อกลับก่อนแล้วกัน มารบกวนลูกนานแล้ว”

ดำรงเอ่ยลาบุตรสาวเมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามาในร้านเยอะขึ้น พลางลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกจากร้าน

“ไม่ได้รบกวนอะไรเลยค่ะคุณพ่อ ที่นี่ยินดีต้อนรับคุณพ่อกับพี่แดนเสมอนะคะ”

วันวิวาห์เดินเข้าไปกอดบิดาอย่างออดอ้อนแทนคำเอ่ยลา

“พ่อรักลูกนะ และรักเจ้าวุ่นหลานตัวแสบด้วย”

“วุ้นก็รักคุณพ่อค่ะ”

ดำรงกอดตอบและลูบศีรษะบุตรสาวอย่างเอ็นดู ท่านรู้แล้วว่าหลานชายอย่างวันพิเศษนั้นขี้อ้อนเหมือนใคร ช่างน่ารักน่าชังขนาดนี้ทำไมฝ่ายนั้นถึงไม่ต้องการ สายเลือดเดียวกันแท้ๆ แต่ถึงจะต้องการเอาตอนนี้ ท่านก็ไม่มีทางยกให้เด็ดขาด!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป