บทที่ 7 คนในความทรงจำ
บทที่ 7 คนในความทรงจำ
วันฉัตรในวัยย่าง 32 ปี ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปด้วยรูปสมบัติและทรัพย์สมบัติ เป็นผู้บริหารบริษัท ดับบลิวซี คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างอันดับต้นๆ ของประเทศ
วันนี้วันฉัตรต้องมางานวันเกิดของท่านดำริ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พ่วงด้วยเป็นบิดาของเพื่อนสนิท ด้วยหน้าที่การงานและความสัมพันธ์ระหว่างเขากับดรัณภพ จึงไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงที่จะไม่มางานวันนี้ได้
ชายหนุ่มเดินเข้ามาในงานด้วยท่าทางมาดมั่น สง่าผ่าเผย ด้วยรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาราวพระเอกละครมาดเข้ม และความสูงเมตรแปดสิบ ทำให้เขาเป็นจุดสนใจของเหล่าสาวน้อยสาวใหญ่ภายในงาน แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจใครทั้งนั้นหรือแม้แต่จะส่งสายตาให้ใครเขาก็ไม่ทำ ตั้งใจเดินไปหาเจ้าของงานวันเกิดนี้ก่อนเป็นอันดับแรก
เมื่อเห็นว่าท่านดำริว่างจากการรับแขกแล้ว วันฉัตรจึงเดินเข้าไปหาท่านที่ยืนอยู่กับน้องชายอย่างคุณดำรงผู้ก่อตั้งบริษัท ดีที เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) พลางยกมือขึ้นไหว้ทั้งสองท่านอย่างนอบน้อม
“สวัสดีครับคุณลุง”
ท่านดำริรับไหว้เขา พลางยิ้มแย้มอย่างยินดีที่เห็นชายหนุ่มมางานนี้ ส่วนทางด้านคุณดำรงเพียงพยักหน้าด้วยใบหน้าเฉยเมยให้เขาเท่านั้น
“สวัสดี แล้วพ่อเราไม่มาด้วยเหรอ”
ท่านดำริถามถึงคุณวันชัย บิดาของวันฉัตร ซึ่งเคยเป็นเพื่อนรักกับคุณดำรงด้วย
“พอดีว่าคุณพ่อไม่ค่อยสบายน่ะครับ ผมเลยมาคนเดียว ท่านฝากมาอวยพรให้คุณลุงมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง และมีความสุขมากๆ นะครับ”
พ่อของเขาไม่อยากมาเจอหน้าคุณดำรงที่ตอนนี้เป็นคู่แข่งกันทางด้านธุรกิจ เขาก็ยังไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น จากเพื่อนรักจึงกลายมาเป็นคู่แข่งกันไปได้ในช่วงเจ็ดแปดปีให้หลังมานี้
“ยังไงก็ขอบใจนะฉัตร เอ้อ...ว่าแต่เจอเจ้าภพหรือยังล่ะ”
ท่านดำริเอ่ยถาม
“ยังเลยครับ”
“น่าจะอยู่แถวๆ ซุ้มอาหารน่ะ ลองไปดูนะ”
เมื่อได้คำตอบท่านดำริก็เอ่ยบอกว่าดรัณภพอยู่ตรงไหนของงานให้เพื่อนลูกชายได้รับรู้
“ขอบคุณครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ”
วันฉัตรค้อมตัวเดินออกมาจากทั้งสองท่านอย่างมีมารยาท ค่อยรู้สึกโล่งขึ้นมาหน่อยเมื่อพ้นรังสีอำมหิตจากคุณดำรงมาได้ ใช่ว่าเขาจะกลัว! แค่เกรงใจในฐานะที่เป็นญาติกับดรัณภพเพื่อนสนิทของเขาก็เท่านั้น
“เพื่อนเจ้าภพคนนี้เหรอ”
หลังจากวันฉัตรเดินพ้นออกไปแล้ว ท่านดำริก็เอียงตัวไปกระซิบกระซาบถามกับน้องชายอย่างอยากรู้
“อืม”
คุณดำรงครางรับเบาๆ ในลำคอ เก็บกลั้นความรู้สึกเจ็บปวดไว้อย่างมิดชิด
“แล้วจะทำไงต่อไป”
“ก็ทำเหมือนเดิม”
แค่ประมูลงานแข่งกับทางดับบลิวซี คอนสตรัคชั่นทุกงานที่ทางนั้นต้องการ แพ้บ้างชนะบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะชนะ ก็ทำให้ทางนั้นกระอักเลือดและเจ็บตัวเจ็บใจได้บ้าง จนต้องเรียกตัวลูกชายที่เรียนอยู่ต่างประเทศให้กลับมาช่วยบริหารงาน ก็เท่านั้น แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ ทางนั้นควรได้รับบทเรียนมากกว่านี้ คุณดำรงคิดอย่างคับแค้นใจ!
เมื่อจัดการกับความรู้สึกให้อยู่กับร่องกับรอยได้เรียบร้อยแล้ว วันวิวาห์ก็สำรวจเสื้อผ้าหน้าผมผ่านกระจกตรงอ่างล้างมือภายในห้องน้ำ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างยังคงสวยงามเหมือนเดิม เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตัดสินใจเดินออกจากห้องน้ำเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างเข้มแข็ง
วันวิวาห์เดินผ่านซุ้มอาหารหลากหลายชนิดซึ่งน่ากินไปหมด ทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเรียกร้องหาอาหาร เธอจึงเดินเข้าไปเลือกตักอาหารใส่จาน ก่อนจะเดินกลับไปหาบรรดาพี่ชายที่เลือกนั่งโต๊ะไม่ไกลจากซุ้มอาหารมากนัก เธอเห็นแดนเทพมองตามเธออย่างเป็นห่วงตลอดเวลาก็รู้สึกอุ่นใจ
วันฉัตรสะดุดตาผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังยืนตักอาหารจนต้องแอบมองอยู่ห่างๆ กิริยาท่าทางของเธอดูเป็นไปอย่างธรรมชาติ แค่มองแผ่นหลังบอบบางภายใต้ชุดเดรสสีขาวความยาวแค่เข่า เขาก็ละสายตาไปไหนไม่ได้เสียแล้ว ยิ่งเธอผินหน้ามาด้านข้าง ความสวยของเธอยิ่งเจิดจรัส จนอยากจะเข้าไปมองดูใกล้ๆ แต่เธอเดินออกจากซุ้มอาหารไปเสียก่อน แล้วนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งข้างชายหนุ่มที่เขารู้จักเป็นอย่างดี จึงเดินตามไปอย่างไม่ลังเล
แดนเทพมองจานอาหารของน้องสาวแล้วก็ยิ้มอย่างเอ็นดูเมื่อเห็นอาหารที่น้องสาวเลือกมาทาน มีปอเปี๊ยกุ้ง ยำวุ้นเส้นโบราณ ของหวานเป็นวุ้นกะทิใบเตย จึงอดแซววันวิวาห์ไม่ได้
“ที่ร้านก็ขายวุ้น มานี่ยังเลือกวุ้นมาทาน ไม่เบื่อบ้างหรือไง หืม”
“แหม...เราก็ต้องลองชิมของคนอื่นบ้างสิคะพี่แดน ถ้าอร่อยกว่า วุ้นจะได้ปรับปรุงสูตรที่ร้านให้อร่อยขึ้นไปอีกไงคะ”
วันวิวาห์ตอบพี่ชายยิ้มๆ
“หืม...น้องวุ้นมีร้านขนมเหรอครับ”
ดรัณภพเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างอยากรู้อยากเห็น เมื่อได้ยินบทสนทนาของสองพี่น้อง แต่วันวิวาห์ไม่ทันจะได้ตอบคำถามของดรัณภพ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเลื่อนเก้าอี้ข้างๆ ดรัณภพแล้วนั่งลงโดยไม่ได้เอ่ยขออนุญาต
เมื่อวันวิวาห์ได้เห็นหน้าชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้าม เธอก็ตัวแข็งค้างด้วยความตกตะลึง หัวใจสั่นระรัว มือไม้เย็นเฉียบจนต้องกำกระโปรงไว้แน่น ไม่ได้ๆ เธอจะกระโตกกระตากไม่ได้ ดรัณภพยังจำเธอไม่ได้ ผู้ชายคนนี้ก็ต้องจำเธอไม่ได้เหมือนกัน! เธอต้องรีบทำตัวให้เป็นปกติที่สุด
“สวัสดีครับเฮียแดน”
วันฉัตรเอ่ยทักทายแดนเทพอย่างสุภาพและเป็นกันเอง เพราะเขาสนิทกับดรัณภพมาตั้งแต่สมัยเรียนปริญญาตรี เลยทำให้ได้รู้จักและสนิทสนมกับแดนเทพไปด้วย แต่ช่วงหลังๆ แดนเทพจะไม่ค่อยอยากคุยกับเขาสักเท่าไหร่ เขายังแปลกใจอยู่จนถึงวันนี้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้สนใจมากเพราะมันไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือสำคัญอะไรในชีวิตเขา
“อืม”
แดนเทพเพียงพยักหน้าให้เท่านั้นแล้วหันกลับไปสนใจกับวันวิวาห์ต่อ เห็นเธอนั่งนิ่งเหมือนใจไม่อยู่กับตัว เขาจึงวาดแขนวางบนไหล่น้องสาวเบาๆ เพื่อเรียกสติ รู้สึกได้ถึงอาการสะดุ้งนิดๆ ก็เริ่มเป็นห่วงถึงความรู้สึกของวันวิวาห์ เขาคงต้องช่วยเธอให้ออกจากสถานการณ์นี้โดยเร็ว
“เรากลับบ้านกันดีกว่า น้องวุ่นคงคิดถึงเราแย่แล้ว”
แดนเทพเอ่ยชวนวันวิวาห์ และเธอก็เห็นดีด้วยเพราะไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว เธอคิดว่าสิบปีที่ผ่านมาเธอเข้มแข็งขึ้นมาก แต่เปล่าเลยเมื่อเห็นหน้าเขาอีกครั้งในวันนี้ เธอก็ยังอ่อนแอเหมือนเดิม
“อะไรกันครับ จะรีบไปไหน แล้วใครคือน้องวุ่น นี่ผมตกข่าวอะไรไปหรือเปล่า”
ดรัณภพรีบท้วงเมื่อเห็นพี่ชายกับน้องสาวคนใหม่กำลังจะลุกออกจากโต๊ะ ที่เพิ่งเริ่มทานอาหารกันไปได้ไม่เท่าไหร่เลย
