บทที่ 2 01

ดวงตาคมทอดมองร่างเพรียวของเพื่อนสนิทอย่างสำรวจ ก่อนจะเอ่ยทักทายไปตามปกติ แต่ไม่รู้ทำไมเพื่อนสาวของเขาคนนี้ถึงแสดงท่าทีเลิกลั่กก็ไม่ทราบ

“สบายดีนะ”

“อื้อ เรื่อย ๆ แหละ สกายอ่ะ เป็นไงบ้าง งานเยอะไหม?”

“อืม เยอะอยู่ แล้วนี่มายังไง แท็กซี่?”

ปลายฟ้ากระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะกลั้นใจโกหกออกไป โดยไม่รู้เลยว่านั้นเป็นกับดักที่สกายจงใจหย่อนให้เธอติด เพราะเขารู้จักเธอมานานพอจะรู้ว่าปลายฟ้าเป็นคนอย่างไร 

“อืม เรานั่งแท็กซี่มา”

“แน่นะว่านั่งแท็กซี่ ไม่ใช่เดินมา” 

ดวงตาคมหรี่ตามองเพื่อนสาวคนสนิท ยิ่งหญิงสาวพยักหน้ายืนยันว่านั่งแท็กซี่มาแววตาก็ยิ่งทวีคูณความดุดันมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสกายจำได้ว่า เขาและเพื่อนคนอื่น ๆ เสนอตัวไปรับปลายฟ้าที่บ้านแต่เจ้าตัวปฏิเสธเพราะไม่อยากรบกวนและบอกจะนั่งแท็กซี่มาเอง 

แต่เขารู้จักหญิงสาวดีกว่านั้น และรู้ว่าอีกฝ่ายต้องเดินมาอย่างแน่นอน ไม่มีทางนั่งแท็กซี่ที่มีราคาแพงเกือบเท่าราคาชานมแบรนด์ดัง 

1 แก้วเด็ดขาด

สกายถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะขยับเข้าใกล้ร่างปลายฟ้าและยกมือขึ้นลูบผมของเธอสองสามครั้งก่อนจะออกแรงยีจนยุ่งฟูพาลเอาหัวใจดวงน้อยของปลายฟ้าสั่นไหวจากการกระทำของชายหนุ่ม พวงแก้มนิ่มที่ถูกปกปิดไว้ด้วยปอยผมขึ้นสีแดงระเรื่อน่าเอ็นดู

“เธอนี่ ยังโกหกไม่เนียนและขี้เกรงใจเหมือนเดิมเลยนะ”

“รู้เหรอ...”

“นี่ เธอคิดว่าฉันรู้จักเธอมากี่ปีกัน ? แค่ทำหน้าเหรอหราฉันก็รู้แล้วว่าเธอโกหก อีกอย่างนะ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอไม่ยอมให้ฉันหรือคนอื่นไปส่งไม่ใช่รึไง” สกายพูดพลางโยกศีรษะของปลายฟ้าเบาอีกสองสามครั้งแล้วละมือออก

“ค่อย ๆ ปรับตัวเข้ากับสังคมอื่นนอกจากพวกเราได้แล้ว กับพวกเราไม่เท่าไร แต่กับคนอื่นที่เขาไม่เข้าใจ เขาจะคิดว่าเธอหยิ่งเอา เหตุผลแค่นี้ก็ถูกรังแกได้ ฉันไม่อยากเห็นเธอถูกรังแกหรอกนะ รู้รึเปล่า” มือหนายื่นไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าเรียกให้ปลายฟ้าเงยขึ้นมองเขา 

“อื้อ เราจะพยายามนะ” ปลายฟ้าเงยหน้าขึ้นช้อนตาขึ้นสบดวงตาคมดุที่ฉายแววเป็นห่วงเธอพลางจะพยักหน้าตอบเบา ๆ  

เสียงหัวใจเต้นตึกตักจนปลายฟ้ารู้สึกเหมือนหูเธอกำลังอื้อจนไม่ได้ยินได้ยินเสียงรอบข้าง เธอหลงรักสกายมาตลอดและรักแค่เขาคนเดียวมานานหลายปี 

ความรู้สึกที่มีต่อเขามันมากขึ้นและมากขึ้น ยิ่งสกายแสดงท่าทีห่วงใยเธอมากแค่ไหน ความรู้สึกที่มีก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น จนตอนนี้มันเอ่อล้นแทบจะทะลักออกมา ยิ่งคำพูดนิ่ง ๆ ของเขา ยิ่งทำให้เธอรู้สึกดีจนอยากสารภาพความในใจออกไป แต่เธอก็ไม่กล้า

เพราะสกายมีแฟนสาวเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว 

“หน้าแดงเชียว ไม่สบายเหรอ?”

“อ่ะ เปล่าๆ แค่..เดินเหนื่อยนะ” 

เมื่อไม่อาจปกปิดความจริงได้ปลายฟ้าจึงเลือกจะพูดเรื่องจริงเพื่อเฉไฉสาเหตุของแก้มที่แดงปลั่งราวกับมะเขือเทศของเธอแทน เพราะถ้าบอกความจริงไปก็มีแต่กระอักกระอ่วนกันเปล่าๆ

“ฉันนึกว่า-” 

“อ้าว คู่รักแห่งปีมาตรงเวลาเสมอเลยนะ” 

เสียงใหญ่ติดแหบดุของอคินดังขึ้นมาจากทางประตูร้าน เรียกความสนใจจากปลายฟ้าและขัดสิ่งที่สกายกำลังจะพูดได้อย่างพอดิบพอดี 

อคินกวาดตามองปฏิกิริยาของทั้งปลายฟ้าและสกายก่อนจะลอบยกยิ้มมุมปากอย่างชอบใจ 

“แหม ใช่ชุดเหมือนกันเลยนะ” 

“บัง-”

“ว้ายยยย คู่รักใส่ชุดเดียวกันมาเหรอเนี้ยย ใจตรงกันสุดๆ อยากจะเปิดโหวตเป็นคู่รักที่รู้ใจกันที่สุดแห่งปีจริ๊งจริง!” 

เสียงของโชเพื่อนชายจริตสาวของกลุ่มเอ่ยขึ้นเสียงดังที่มีลูกคู่มาพร้อมกับลินดา เสียงดังวี้ดว้ายดังไปทั่ว ที่โชคดีวันนี้เป็นวันหยุดคนน้อยกว่าปกติทำให้เสียงหวีดร้องด้วยความฟินของคู่หูผู้ประกาศข่าวตาใส

“มาๆ เข้ามาก่อน” 

อคินเอ่ยเรียกรุ่นน้องทั้ง 3 ที่ยืนรออยู่หน้าร้านให้เข้าไปข้างในเพราะไม่อยากให้หญิงสาวทั้งสองตากลมหนาวนานไปกว่านี้

“ฟ้าาาาา คิดถึงงง คิดถึงมากๆ” เดินเข้าร้านมาไม่เท่าไร ลินดาก็เข้าไปกอดเพื่อนสาวเพียงคนเดียวของเธอพลางส่งยิ้มให้สกายที่ยืนอยู่เบื้องหลัง

“ไง สกาย ไม่เจอกันนานเลย” ลินดาเดินเข้าไปกอดสกายที่วาดแขนกอดตอบหลวม ๆ อย่างยินดี 

“ว่าไง คุณผู้ประกาศข่าวสาว” น้ำเสียงทุ่มเอ่ยตอบเรียบๆ ก่อนจะผละกอดออกแล้วเดินไปยืนข้าง ๆ ปลายฟ้าที่ยืนอยู่ข้างโช 

นัยน์ตาคมมองร่างระหงของลินดาที่สูงขึ้นจากส้นสูงที่สูงกว่า 2 นิ้วอย่างปรามาส เพราะลินดาเป็นผู้หญิงรูปร่างดีที่สูงกว่า 170 เซนติเมตรอยู่แล้ว ยิ่งเสริมส้นเข้าไปอีกยิ่งทำให้ร่างดูสูงจนเกือบจะเท่าชายชาตรีอย่างเขา 

“ไม่ต้องมามองเลย ฉันใส่มาเพื่อเพิ่มความมั่นใจเท่านั้นแหละ นี่ ๆ ในกระเป๋ามีสลิปเปอร์ย่ะ” ลินดาเบนตัวให้เห็นถุงช้อปปิ้งที่ภายในมีรองเท้าแตะสำหรับเดินในบ้านใส่อยู่ 

“กูยังไม่ได้พูดไรเลย ไป ขึ้นดาดฟ้าไปเลย”

สกายบอกปัดก่อนจะหันไปดันหลังปลายฟ้าขึ้นชั้นบนสุดของร้านหน้าตาเฉยไม่สนใจสายตาพยาบาทจากคุณแม่ทิพย์ทั้งสองที่หวงปลายฟ้ายิ่งกว่าใคร ๆ 

ลินดา และ โช มองหน้ากันก่อนจะหันกันไปทำหน้าเหม็นเบื่อคนละทิศละทางกับความมาตรฐานเดียวของสกายที่นอกจากญาดาแฟนสาวแล้ว ผู้หญิงอีกคนในชีวิตชายหนุ่มดูแลดีราวกับกุหลาบวิเศษในนิทานก็คือปลายฟ้า 

คู่หูนักประกาศข่าวส่ายหน้าอย่างเอื้อม ๆ ก่อนจะเดินตามอีกสองคนไปโดยมีอคินยืนยิ้มรับที่หน้าเคาน์เตอร์

“ขึ้นดาดฟ้าไปเลยนะ เฮียเก็บโซนนั้นไว้ให้พวกมึงโดยเฉพาะเลย” 

“ขอบคุณค่าเฮียย เฮียน่ารักที่สุดเลย” ลินดาเอ่ยตอบอคินเสียงอ่อนเสียงหวาน รุ่นพี่หนุ่มยิ้มรับบาง ๆ พร้อมยื่นใบเมนูให้อีกฝ่ายรับไปจด

ออเดอร์ที่ทุกคนต้องการแล้วค่อยนำกลับลงมาส่ง เมื่อทั้งสองขึ้นมาก็เห็นปลายฟ้านั่งเก้าอี้ชิงช้าอยู่โดยมีสกายยืนสูงบุหรี่มองวิวอยู่ไม่ไกล

“กรี๊ดดด สวยมาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าเฮียจะใจดีตกแต่งให้ใหม่ด้วยอ่ะ ดูสิมึงเต็นท์ใหม่ เบาะใหม่ โอยกูรักเฮียคินที่สุดในโลกเลย!” โชเอ่ยขึ้นพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งบนเบาะนิ่มที่อคินวางไว้ครบจำนวนคน 

ดาดฟ้าที่ตกแต่งใหม่ให้เป็นสไตล์มินิมอลไม่ต่างจากที่พวกเขาเคยทำไว้มากนัก เปลี่ยนไปเพียงเบาะและชิงช้าที่ปลายฟ้ากำลังนั่งอยู่ตอนนี้

“อื้อ ตอนขึ้นมาเราก็ตกใจเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าเฮียจะตกแต่งให้ใหม่” ปลายฟ้าพูดขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เธอไม่เคยนึกเสียใจเลยที่มาวันนี้เพราะนอกจากจะได้เจอเพื่อนแล้วยังได้เจอคนที่เธอแอบชอบอีกด้วย 

ไม่นับรวมความห่วงใยของสกายที่ยังคงเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน

ลมหนาวพัดผ่านพาให้ร่างเพรียวบางของปลายฟ้าสั่นสะท้านด้วยความหนาวเย็น ไหล่บางสั่นไหวจนเธออดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นกอดตัวเองไว้เพื่อทุเลาความหนาว

พยากรณ์อากาศเตือนแล้วว่าช่วงนี้กำลังเข้าสู่ต้นฤดูหนาวและวันนี้จะมีลมหนาวพัดผ่านทำให้อากาศเย็นลงมากกว่าทุกวัน แต่เพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนและสกายทำให้เธอลืมหยิบเสื้อกันลมออกมา 

“ฟ้า เอาเสื้อกู-”

-ฟุบ-

เสื้อแจ็คเก็จราคาแพงถูกคุลมลงบนไหล่เล็กของปลายฟ้าอย่างเบามือ ความอบอุ่นและกลิ่นน้ำหอมคัสตอมที่สกายชอบฉีดลอยขึ้นเตะจมูกของปลายฟ้า พาเอาหญิงสาวหน้าร้อนฉ่าแต่เธอก็ไม่ลืมจะเอ่ยขอบคุณ 

ร่างเพรียวสูดลมหายใจก่อนจะเอ่ยขอบคุณร่างสูงด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณนะสกาย”

“อืม”

แน่นอนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหนึ่งสาวสวยหนึ่งชายจริตสาวที่พากันมองบนอย่างไม่ได้นัดหมาย แน่นอนว่าในฐานะเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมานานย่อมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากแซว

“มึง จับตัวกูสิ กูยังอยู่ตรงนี้ไหม กูเป็นอากาศไปรึยัง คุณสกายเขาไม่เกรงใจกูเลยมึง” โชหันไปพูดกับลินดาพลางจับมือบางให้มาจับตัวตน แสร้งให้ยืนยันว่าตัวเองยังมีตัวตนอยู่รึไม่ 

“ยังอยู่ค่า ยังอยู่ แต่มึงต้องตรวจน้ำตาลให้กูค่ะ กูรู้สึกเหมือนน้ำตาลขึ้นไม่รู้เป็นเบาหวานรึเปล่า” ลินดาแสร้งยื่นมือไปให้โชทำทีเป็นตรวจน้ำตาลให้ด้วยท่าทางแสดงราวกับนักแสดงรัชดาลัยมาเองอย่างสมบทบาท

“แหม่ เจอแค่นี้ไม่เท่ากับชาเขียวปั่นหวานร้อยของมึงหรอกค่า! โอ๊ยหนาว ๆ สกายยยย โชก็หนาวนะแต่ถ้าไม่มีเสื้อแล้ว มากอดโชแทนก็ได้นะ” ไม่ว่าเปล่า โชเดินเข้าไปกอดแขนซบไหล่ออเซาะขอความอบอุ่นแต่สกายยิ้มหวานส่งและดึงแขนออกพร้อมกับยัดแก้วยิน(Gin) ใส่มือ

“แดกเหล้าเข้าไปเยอะ ๆ เดี๋ยวมึงก็ร้อนเองแหละ” 

ไม่ว่าเปล่า มือแกร่งดันหลังโชให้กลับไปนั่งที่เดิมก่อนจะหมุนกายกลับไปสูบบุหรี่และมองวิวต่ออย่างเอื้อยเฉื่อย 

ราวกับมีเรื่องบ้างเรื่องที่เขาไม่สามารถหาทางออกให้กับมันได้วนเวียนอยู่ในจิตใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป