บทที่ 3 ต้องสน?

ตอนที่3 ต้องสน?

สองปีต่อมา...

เจ้าขา

“เจ้าขา ขึ้นไปดูแลโต๊ะ VIP1 นะวันนี้” พี่ส้มพูดขึ้นบอกฉันตามหน้าที่

“ค่ะ” ฉันตอบรับก่อนจะเดินไปหยิบถาดเครื่องดื่มเพื่อขึ้นไปยังชั้นสอง เป็นชั้น VIP นั่นเอง

ฉันลืมบอกไปใช่ไหมว่าฉันทำงานที่คลับแห่งหนึ่งเพื่อหารายได้เสริม ซึ่งคลับนี้เป็นคลับของรุ่นพี่ที่รู้จักของเนวา แฟนของฉันนั่นเอง ซึ่งฉันทำงานที่นี่ตั้งแต่เข้าเรียนปีหนึ่งจนตอนนี้ปีสี่แล้ว แต่การทำงานที่นี่ฉันไม่เคยบอกคุณพ่อให้รู้เรื่องเลย เพราะถ้าท่านรู้ ท่านคงจะให้ฉันเลิกทำและอาจจะให้เงินฉันใช้ก็เป็นได้ ซึ่งฉันไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้นเพราะแค่ที่ทุกคนบ้านนั้นก็ให้ฉันมามันก็มากเกินไปแล้ว

และฉันไม่ต้องการ ฉันไม่อยากขอหรือรบกวนคุณพ่อหรือบ้านใหญ่เลยสักนิด ฉันเกรงใจ เพราะมันไม่ใช่สิ่งที่ฉันสมควรได้รับเลย อีกอย่างฉันอยากทำอะไรด้วยตัวเอง รับผิดชอบชีวิตของฉันเอง ยังไงคุณพ่อ แม่ใหญ่ แล้วก็คุณปู่คุณย่าก็ไม่ใช่ผู้ปกครองแท้ๆ ของฉัน ฉันไม่ควรเอาอะไรจากพวกท่าน

“เครื่องดื่มที่สั่งได้แล้วค่ะ” ฉันพูดขึ้นก่อนจะวางเครื่องดื่มลงที่โต๊ะแล้วเอาออกจากถาดโดยไม่ได้มองหน้าใคร เพราะส่วนใหญ่ฉันแค่ทำหน้าที่ของตัวเองก็แค่นั้น

พลั่ก! แล้วจังหวะที่ฉันลุกหมุนจะเดินออกจากโต๊ะนี้ กลับชนเข้ากับคนที่เดินเข้ามาใหม่อย่างไม่ทันตั้งตัว

“ขอโทษค่ะคุณลูกค้า” ฉันรีบก้มหัวขอโทษลูกค้าทันทีตามหน้าที่เพื่อให้จบปัญหาง่ายที่สุด

“.....” แต่ลูกค้าตรงหน้ากลับเงียบไม่พูดอะไร ฉันเลยเงยหน้าขึ้นไปมองเขาว่าเป็นอะไรหรือเปล่า แต่นั่นก็ทำให้ฉันถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“เจ้าคุณ!” ใช่ คนตรงหน้าคือเจ้าคุณ พอฉันหันไปมองด้านหลังถึงได้รู้ว่าที่โต๊ะนี้คือเพื่อนของเขากับผู้หญิงของพวกเขานั่นเอง

ฉันเคยเห็นเขามาที่นี่อยู่บ่อยครั้งนะ แต่ส่วนใหญ่เขาก็อยู่ชั้นบนนี่แหละ ซึ่งปกติฉันจะทำอยู่ชั้นล่างและพยายามไม่ให้เขาเห็น ซึ่งคนที่คลับนี้ก็เยอะทุกวันมันเลยทำให้ฉันสามารถหลบเขาได้ แต่วันนี้ฉันไม่คิดว่าเขาจะมา ฉันก็เลยไม่ได้ระวังตัว

“.....” เจ้าคุณยังคงมองหน้าฉันอยู่เหมือนเดิมด้วยสายตานิ่งเรียบจนฉันไม่สามารถเดาได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ขอตัวนะ” ฉันก้มหน้าหลบสายตาเขาก่อนจะพูดขึ้นแล้วเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น เพียงแต่คำพูดของเขาทำให้เท้าฉันชะงักไปทันที

“ถ้าพ่อฉันรู้...” เขาพูดขึ้นแค่นั้นแล้วก็เงียบไป นั่นทำให้ฉันรีบหันกลับไปหาเขาอย่างเร็ว

“อย่านะ!” มันไม่ใช่คำสั่งหรอก แต่มันเป็นการขอร้องมากกว่า ถ้าเกิดว่าคุณพ่อรู้เรื่องนี้คงไม่ดีแน่

“.....” เจ้าคุณไม่ได้พูดอะไรนอกจากยกยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ

“ถ้านายบอกคุณพ่อ คุณพ่อก็คงให้ฉันออกจากงานนี้ และท่านก็คงให้เงินเดือนฉัน” ฉันพูดในสิ่งที่รู้ว่าเจ้าคุณไม่ต้องการให้เกิดขึ้นออกมา เขาไม่พอใจเรื่องที่คุณพ่อให้เงินฉันบ่อยๆ จนเกือบจะเป็นเงินเดือน แล้วถ้าเกิดครั้งนี้คุณพ่อรู้ แน่นอนว่าท่านต้องให้ทุกเดือนแน่นอน และเจ้าคุณคงไม่ต้องการให้เป็นแบบนั้น ดูจากสีหน้าเขาหลังจากได้ยินฉันพูดก็รู้แล้วว่าเขาไม่พอใจ

“แล้วถ้าฉันไม่บอกพ่อ แต่ทำให้เธอถูกไล่ออกล่ะ” แล้วอยู่ๆ เขาก็เปลี่ยนสีหน้าจากยิ้มร้ายเป็นเยือกเย็นทันที แต่คำพูดของเขานั้น

“อย่านะ!” มันอาจจะฟังดูงี่เง่ากับคำพูดของฉัน แต่ถ้าเกิดเขาทำแบบนั้นฉันก็ต้องหางานใหม่ แล้วงานพาร์ทไทม์ก็ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ  ถึงหาได้ก็ใช่ว่าจะได้เงินเยอะแบบที่นี่ด้วย

“ทำไมฉันต้องสน?” เจ้าคุณเลิกคิ้วถามฉันขึ้นอย่างเหนือกว่าและไม่เคยสนใจอะไรฉันอย่างที่พูดจริงๆ นั่นแหละ

“พี่คุณ มีอะไรหรือเปล่าคะ” แล้วเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น ก่อนเธอจะเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เจ้าคุณพร้อมกับควงแขนอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ซึ่งผู้หญิงคนนี้ฉันพอรู้จัก เธอเป็นเด็กปีหนึ่งที่เจ้าคุณกำลังคบหาอยู่ตอนนี้นั่นเอง

“ไม่มีอะไร ไปนั่งเถอะ” เจ้าคุณพูดขึ้นก่อนพวกเขาจะพากันไปนั่งรวมกับเพื่อนของเขา ฉันเลยเดินออกไปจากตรงนี้ แต่ก็อยู่บริเวณใกล้ๆ เพื่อรอรับออเดอร์ของลูกค้าโต๊ะที่ฉันรับผิดชอบอยู่นั่นเอง

เพียงแต่ตอนนี้ในใจฉันมียังคงค้างคากับสิ่งที่เจ้าคุณพูดไว้และก็หวังว่าเขาจะไม่ทำมันจริงๆ หรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงเหนื่อยกับการหางานใหม่แน่ ต่อให้เขาจะเกลียดฉันยังไง แต่ขอได้ไหมว่าอย่าเอาเรื่องงานมาล้อเล่นกับคนที่ทางเลือกน้อยอย่างฉัน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป